คลอดลูกง่าย ด้วยเคล็ดลับดีๆ ที่การันตีด้วยผลวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

การ คลอดลูกง่าย ไม่ได้เรื่องของโชคชะตาหรือฟ้าลิขิต แต่เป็นเรื่องที่คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถตระเตรียมตัวเองได้ ฉะนั้น ถ้าคุณอยากจะคลอดง่ายๆ และไม่ต้องเจ็บท้องคลอดนานๆ ก็ควรสร้างนิสัยดีๆ พวกนี้เอาไว้ในช่วงไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์

จัดท่าให้ลูกน้อย

ในช่วงสัปดาห์ที่ 34 ของการตั้งครรภ์ คุณอาจช่วยจัดท่าลูกน้อยให้พร้อมคลอด ด้วยการนั่งย่อเข่าบนพื้นแล้วใช้แขนโอบลูกบอลออกกำลังกาย (หรือเก้าอี้) เอาไว้ วิธีนี้จะช่วยให้ลูกน้อยในครรภ์อยู่ในท่าที่ถูกต้องก่อนคลอดได้ นอกจากนี้ก็ควรออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำสัปดาห์ละครั้งก็จะช่วยให้คลอดง่ายขึ้นด้วย

ฝึกความแข็งแรงเอาไว้

ว่าที่คุณแม่ที่มีความฟิตและสุขภาพดีนั้นมักจะคลอดได้อย่างราบรื่นกว่า ฉะนั้น ก็พยายามออกไปเดินในระยะทางสั้นๆ ทุกวัน (ในระดับที่ไม่ทำให้รู้สึกเหนื่อยหอบ) หรือลองสมัครเข้าเรียนโยคะสำหรับผู้หญิงตั้งท้อง หรือคลาสเตรียมคลอดก็ได้

นวดบริเวณฝีเย็บ

ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ 34 ของการตั้งครรภ์เป็นต้นไป ก็ควรเริ่มต้นนวดเบาๆ ในบริเวณที่อยู่ระหว่างช่องคลอดกับทวารหนัก ที่เรียกกันว่า ฝีเย็บนั่นแหละ โดยใช้น้ำมันจมูกข้าวหรือน้ำมันอัลมอนด์ก็ได้ เพื่อช่วยป้องกันอาการฉีกขาดบริเวณปากช่องคลอด

อย่ามองจอมอนิเตอร์

ผู้เชี่ยวชาญไม่แนะนำให้จับตามองจอมอนิเตอร์อยู่ตลอดเวลา ถ้าการคลอดของคุณไม่ได้มีความเสี่ยงอะไร เพราะการทำเช่นนั้นจะทำให้คุณไม่สามารถเคลื่อนไหวไปมาได้ ซึ่งนั้นจะทำให้เกิดความรู้สึกวิตกกังวล ทำให้ต้องเบ่งคลอดนานขึ้น และทำให้จัดการกับอาการบีบรัดตัวแต่ละครั้งได้ยากขึ้น

ทำตัวกระฉับกระเฉงอยู่เสมอ

ถ้าคุณเดินไปเดินมาในระหว่างเตรียมตัวคลอดนั้น ก็จะช่วยให้ใช้ยาแก้ปวดได้น้อยลง และมีแนวโน้มจะทำให้ช่วงเวลาเบ่งคลอดสั้นลงได้

เติมพลังงาน

คุณมีแนวโน้มต้องใช้พลังงานเป็นอย่างมากในช่วงเบ่งคลอด ฉะนั้นจึงนับเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ที่คุณจะต้องสร้างความแข็งแรงขึ้นมา และเติมพลังให้กับกล้ามเนื้อ การกินของว่างอย่างสม่ำเสมอ และการดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยให้คุณมีพลังในการเบ่งคลอดได้อย่างมากมาย

ใช้การสะกดจิตบำบัด

ในช่วงที่ทำการสะกดจิตบำบัดนั้น จะมีการสอนให้คุณทำการผ่อนคลาย หายใจ และนึกภาพที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเทคนิคเหล่านี้จะช่วยขจัดความกลัว ความเครียด และความเจ็บปวดในช่วงระหว่างการเบ่งคลอดออกไปได้

ยืนโน้มตัวไปข้างหน้า

นี่เป็นท่าที่เหมาะในการเบ่งคลอดเป็นอย่างมาก ถ้าคุณคลอดที่บ้านก็ยืนโน้มตัวเอาแขนยันเคาน์เตอร์ครัวเอาไว้ หรือถ้าคลอดที่โรงพยาบาล ก็สุมหมอนเป็นกองสูงๆ บนเตียง แล้วยืนโน้มตัวเอาแขนยันหมอนไว้ ซึ่งจะทำให้ศีรษะของทารกมีแรงกดออกมาจากปากมดลูก ซึ่งจะช่วยทำให้คลอดได้ง่ายและเร็วขึ้น

ดื่มชาใบราสป์เบอร์รี่

การดื่มชาใบราสป์เบอร์รี่จะช่วยเตรียมครรภ์ให้พร้อมสำหรับการคลอดลูก โดยดื่มวันละสี่ครั้งในช่วงหลังสัปดาห์ที่ 36 ของการตั้งครรภ์ มีหลักฐานยืนยันว่าผู้หญิงที่ดื่มชาใบราสป์เบอร์รี่ จะใช้เวลาในการเบ่งคลอดสั้นกว่า และใช้ยาแก้ปวดน้อยลงด้วย

หายใจให้ถูกวิธี

การหายใจลึกๆ ช้าๆ จะช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ช่วยป้องกันความตึงเครียดในกล้ามเนื้อ และช่วยทำให้ปากมดลูกขยายตัว โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้หายใจลึกๆ ตามจังหวะการบีบรัดตัวแต่ละครั้ง นอกจากนี้ก็ไม่ควรทำหน้าเหยเกในการเบ่งคลอด เพราะถ้าเราทำหน้าให้ผ่อนคลาย ก็จะช่วยป้องกันอาการตึงเครียดในกล้ามเนื้อได้

ศึกษาข้อมูลไว้ให้พร้อม

ถ้าคุณศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์เอาไว้เยอะๆ (อย่างเช่นที่อ่านอยู่ตอนนี้) ก็จะช่วยให้คุณมีข้อมูลในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการและควบคุมการเบ่งคลอดได้มากขึ้นด้วย

นอนเยอะๆ

ผลการศึกษาวิจัยพบว่าผู้หญิงที่นอนน้อยกว่าวันละหกชั่วโมงในช่วงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ จะทำให้ต้องใช้เวลาเบ่งคลอดนานขึ้น 11 ชั่วโมง และทำให้ต้องผ่าคลอดบ่อยกว่าผู้ที่นอนมากกว่าวันละเจ็ดชั่วโมงถึงสี่เท่า

กินอินทผลัม

ผลการศึกษาวิจัยในวารสาร Journal of Obstetrics and Gynaecology พบว่า ผู้หญิงที่กินอินทผลัมในช่วงเดือนที่เก้าของการตั้งครรภ์นั้น มักใช้ยากระตุ้นการคลอดน้อยกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้กินอินทผลัม และปากมดลุกจะปิดมากกว่าเมื่อมาถึงโรงพยาบาล ทำให้เจ็บท้องคลอดน้อยกว่า 7 ชั่วโมง เนื่องจากอินทผลัมมีสารประกอบที่ทำงานเลี่ยนแบบฮอร์โมนออกซิโทซิน ที่กระตุ้นมดลูกให้บีบรัดตัวนั่นเอง ฉะนั้น ในช่วงใกล้คลอด ลองกินอินทผลัมวันละอย่างน้อยหกเม็ดเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด

ออกกำลังกายเบาๆ

การเดินขึ้นลงบันไดจะช่วยให้ลูกน้อยเคลื่อนตัวมาที่อุ้งเชิงกรานได้ ฉะนั้นในช่วงที่มดลูกมีการบีบรัดตัวนั้น ผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำให้ว่าที่คุณแม่เดินขึ้นลงบันได ซึ่งจะช่วยทำให้คลอดได้ง่ายขึ้นจริงๆ

เหยียดขาให้ตรง

การอยู่ในท่าตัวตรงนั้นจะช่วยให้แรงโน้มถ่วงของโลกช่วยให้ลูกน้อยเคลื่อนตัวออกมาได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจจะช่วยให้การเบ่งคลอดสั้นลง ซึ่งจำเป็นต้องมีกำลังขาที่แข็งแรง ฉะนั้นก็ออกกำลังกายในท่าสควอชซะ โดยวางลูกบอลให้อยู่ระหว่างหลังช่วงล่างกับผนังห้อง เหยียดขาขึ้นไปสูงๆ แล้วย่อขาลง ทำแบบนี้สลับกันเซ็ตละ 15 ครั้ง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แชร์เลย

Review Date: สิงหาคม 22, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 22, 2018

แหล่งที่มา