ตั้งครรภ์ลูกแฝด กับเคล็ดลับดีๆ ในการดูแลครรภ์ให้มีสุขภาพดี

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ.

ตั้งครรภ์ลูกแฝด อาจเป็นสุดยอดปรารถนาของผู้หญิงบางคน ที่จะได้เชยชมลูกน้อยพร้อมๆ กันถึงสองคน แต่การดูแลครรภ์เมื่อได้ลูกแฝดนั้น อาจจะต่างจากการดูแลครรภ์ตามปกติเล็กน้อย และนี่คือเคล็ดลับดีๆ ที่อาจจะช่วยคุณได้

สุขภาพต้องมาก่อน

คุณต้องแน่ใจว่ากินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และเติมความชุ่มชื้นให้ร่างกายในปริมาณที่พอเพียง เนื่องจากความต้องการสารอาหารจะเปลี่ยนไปเวลาที่คุณตั้งครรภ์ลูกแฝด นอกจากนี้ก็ควรจับตาดูสัญญาณเตือนของร่างกายด้วย อย่าเพิกเฉยต่อสัญญาณต่างๆ อย่างเช่น ตะคริวหรือตกขาว คุณควรไปปรึกษากับคุณหมอในเรื่องนี้ เพื่อความปลอดภัยทั้งต่อตัวคุณเองและลูกน้อย

จะปวดเมื่อยเนื้อตัวมากขึ้น

ร่างกายของเราถูกออกมามาให้อุ้มท้องได้ครั้งละหนึ่งคน ฉะนั้นเมื่อคุณตั้งครรภ์ลูกแฝด มดลูกก็จะขยายตัวขึ้นเป็นสองเท่า และพุงของคุณก็จะใหญ่ได้เร็วขึ้นเป็นสองเท่า ฉะนั้นก็เตรียมตัวเตรียมใจที่จะต้องเจอกับอาการปวดหลัง และอากรปวดหน่วงท้องน้อยที่มากขึ้น คุณอาจเริ่มรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวได้ตั้งสัปดาห์ 25 ของการตั้งครรภ์ และด้วยความที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษนี้ ก็จะทำให้คุณทำงานต่างๆ ได้น้อยลง และต้องนอนอยู่บนเตียงนานขึ้น

ต้องไปพบคุณหมอบ่อยขึ้น

ด้วยการที่ตั้งครรภ์ลูกแฝดมักจะทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น คุณหมอจึงต้องการทำให้แน่ใจว่าคุณมีสุขภาพดี และลูกน้อยก็เจริญเติบโตเป็นอย่างดี ฉะนั้นจึงอาจต้องนัดคุณไปทำการตรวจครรภ์บ่อยๆ นอกจากนี้หลังสัปดาห์ที่ 30 ของการตั้งครรภ์ คุณหมอก็อาจนัดคุณไปตรวจอัลตร้าซาวด์สัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำคร่ำอยู่ในระดับที่เหมาะสม และลูกน้อยทั้งสองคนต่างก็เจริญเติบโตเป็นอย่างดี

หาแรงสนับสนุนได้แล้ว

งานศึกษาวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal Pediatiric พบว่าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ลูกแฝดนั้น จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการซึมเศร้าหลังคลอด มากกว่าคุณแม่ที่คลอดลูกคนเดียวถึง 43 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้คุณแม่หลายคนที่มีลูกแฝด อาจเคยผ่านการแท้งบุตร และการรักษาภาวะมีบุตรยากมาแล้วก็เป็นได้ ซึ่งจะยิ่งทำให้พวกเธอต้องเครียดเข้าไปกันใหญ่ ฉะนั้น ก็ควรขอความช่วยเหลือจากสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนๆ หรือแม้แต่จ้างพี่เลี้ยงเด็กมาช่วยงานเลี้ยงดูลูก

เตรียมพร้อมแต่เนิ่นๆ

อายุครรภ์แบบเต็มที่ของลูกแฝดคือ 37 สัปดาห์ แต่ควรเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อมก่อนหน้านั้น เนื่องจากคุณมีสิทธิ์ที่จะคลอดก่อนกำหนดได้ เพราะตามสถิติแล้ว ยิ่งคุณตั้งครรภ์แฝดหลายคน ก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนด

เยี่ยมชมห้องอภิบาลเด็กแรกเกิด

ถึงแม้ลูกแฝดของคุณที่คลอดหลังสัปดาห์ที่ 34 ของการตั้งครรภ์ไปแล้ว จะไม่จำเป็นต้องใช้เวลาอยู่ในห้องอภิบาลเด็กแรกเกิด แต่คุณก็ควรไปเยี่ยมชมสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงพยาบาลที่คุณไปทำคลอดเอาไว้หน่อย เพื่อให้แน่ใจว่าโรงพยายาบาลนั้นสามารถรับมือกับอาการวิกฤตของเด็กแรกเกิดได้ และถึงแม้ลูกของคุณต้องเข้าไปอยู่ในห้องอภิบาลเด็กแรกเกิด แต่ข่าวดีก็คือการตั้งครรภ์ลูกแฝดโดยส่วนใหญ่มักจะผ่านไปด้วยดี และลูกน้อยก็มักจะมีสุขภาพดีด้วย

ใช้หมอนป้อนนมลูกแฝด

ในขณะที่ยังอยู่ในโรงพยาบาลนั้น คุณก็ควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญการให้นมบุตร เพื่อขอคำแนะนำดีๆ ในการป้อนนมลูกแฝดพร้อมๆ กัน โดยอาจต้องซื้อหมอนป้อนนมลูกแฝด และให้ลูกน้อยดูดนมสลับข้างกันไป เพื่อจะช่วยให้มีน้ำนมพอเพียงในการเลี้ยงดูบุตร

สร้างกิจวัตรประจำวันขึ้นมา

ยิ่งคุณจัดตารางการป้อนนมและการเข้านอนให้ลูกน้อยได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยให้เลี้ยงดูลูกน้อยได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นถ้ามีลูกคนใดคนหนึ่งตื่นขึ้นมากินนม ก็ควรปลุกลูกอีกคนหนึ่งขึ้นมากินนมด้วย เพื่อที่จะได้มีตารางในการทำกิจกรรมต่างๆ เหมือนๆ กัน

ฝ่าฟันอุปสรรคไปให้ได้

มีความเป็นไปได้ว่าลูกน้อยของคุณจะมีฟันขึ้นหรือเจ็บป่วยในเวลาเดียวกัน ซึ่งถึงแม้จะสร้างความลำบากลำบนให้คุณ แต่ก็ควรจำจำเอาไว้ว่า เมื่อลูกน้อยเติบโตขึ้น และคุณมีความชำนาญในการเลี้ยงลูกมากขึ้น ความยากลำบากพวกนั้นก็จะหมดไปเองในที่สุด

หาเวลาให้คนรักของคุณบ้าง

ด้วยความที่คู่รักที่มีลูกแฝดมักจะจบชีวิตรักด้วยการแยกทางกัน จึงนับเป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณต้องหาเวลาให้กันและกันมากขึ้น ออกไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ และอย่าลืมคิดถึงเรื่องเซ็กซ์เป็นอันดับแรกด้วย วิธีนี้จะช่วยให้คุณรักลูกแฝดจะไม่ต้องหย่าร้างกันในภายหลัง

มองโลกในแง่ดี

การมองโลกในแง่ดีในขณะตั้งครรภ์ลูกแฝดนั้น จะช่วยให้คุณมีสุขภาพจิตที่ดี และช่วยให้ลูกน้อยเจริญเติบโตในครรภ์ได้อย่างมีสุขภาพดี ค่อยๆ จัดการกับโน่นนี่ไปทีละอย่าง และอย่าลืมจับตาดูสัญญาณเตือนจากลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ด้วย จงจำเอาไว้นะว่ายิ่งพุงของคุณใหญ่ได้มากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งยิ้มกว้างได้มากขึ้นเท่านั้น เมื่อถึงวันครบกำหนดที่ลูกน้อยลืมตาออกมาดูโลก

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา