เรียนรู้ การหายใจของทารกในครรภ์ รู้มั้ย? ลูกในท้องหายใจยังไง

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ทารกที่อยู่ในครรภ์ไม่สามารถหายใจทางจมูกหรือทางปากได้ เด็กจะเริ่มหายใจเป็นครั้งแรกเมื่อคลอดออกมา ในระหว่างที่อยู่ในครรภ์นั้น ทารกจะเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยน้ำคร่ำ ปอดของทารกไม่เหมือนกับปอดของผู้ใหญ่ กล่าวคือ ปอดของผู้ใหญ่จะหดและขยายตัวขณะหายใจ แต่ปอดของทารกในครรภ์ยังไม่พัฒนาเต็มที่ ยังแฟบ และเต็มไปด้วยน้ำคร่ำ

หลายคนจึงอาจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ การหายใจของทารกในครรภ์ ไม่รู้ว่าลูกในท้องหายใจได้อย่างไร คำตอบก็คือ ทารกที่กำลังเติบโตในครรภ์มารดานั้น ได้รับประโยชน์จากการหายใจ รวมถึงการได้รับออกซิเจนผ่านทางผู้เป็นแม่นั่นเอง

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ การหายใจของทารกในครรภ์

คนเราหายใจอย่างไร

ปอดและระบบไหลเวียนโลหิต ทำหน้าที่ส่งออกซิเจนและสารอาหารไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย และช่วยกำจัดของเสียออกจากร่างกาย การหายใจปกติ ทั้งการหายใจเข้าและออก ต้องอาศัยปอดในการส่งอากาศที่มีออกซิเจนไปยังหลอดเลือด เพื่อส่งเข้าสู่กระแสเลือด การกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากกระแสเลือด และส่งสารอาหารภายในร่างกายก็ใช้กลไกเดียวกันนี้เอง

แต่สำหรับการหายใจของทารกในครรภ์นั้นจะแตกต่างออกไป เพราะระบบการไหลเวียนโลหิตของทารกในครรภ์กำลังพัฒนา สายสะดือและรกที่เชื่อมระหว่างแม่กับทารก จึงต้องทำหน้าที่แทนปอด

อวัยวะที่ทารกใช้หายใจแทนปอด

ปอดและระบบทางเดินหายใจ จะเริ่มก่อตัวขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 4 ของการตั้งครรภ์ และพัฒนาการของปอดจะยังคงต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงช่วงวัยเด็กตอนต้น ทารกในครรภ์จึงต้องแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์กับผู้เป็นแม่ ผ่านรกและสายสะดือ สารอาหารต่างๆ จากแม่ จะถูกส่งต่อไปยังทารกผ่านเลือดที่อยู่ในสายรก

โดยสายรกจะเชื่อมกับผนังมดลูกของแม่และสายสะดือของทารก นั่นหมายความว่า แม่ทำหน้าที่หายใจเพื่อทารกในครรภ์ ผู้เป็นแม่หายใจเข้า เพื่อรับเอาอากาศที่มีออกซิเจน และส่งต่อออกซิเจนที่ได้รับไปยังทารกผ่านทางรกและสายสะดือโดยอาศัยระบบไหลเวียนโลหิต ส่วนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากทารกก็จะถูกส่งไปยังผู้เป็นแม่ผ่านทางสายสะดือและรก เพื่อทำการหายใจออก และขจัดของเสียออกจากร่างกาย

การฝึกการหายใจกับสารลดแรงตึงผิว

แม้ว่าทารกในครรภ์จะยังหายใจเพื่อรับเอาอากาศเข้าไปในร่างกายเองไม่ได้ แต่เขาเริ่มฝึกการหายใจตั้งแต่อยู่ในครรภ์ กระบวนการนี้เรียกว่า การหายใจของทารก (fetal breathing  movement หรือ FBM) โดยจะเริ่มในช่วงอายุครรภ์ประมาณ 8-10 สัปดาห์ เรื่อยไปจนถึงช่วงเจ็บครรภ์คลอด หรือระยะที่มดลูกเริ่มหดรัดตัว

ทารกจะเริ่มเคลื่อนไหวในลักษณะคล้ายการหายใจ และการฝึกการหายใจของทารกจะเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่ในช่วงใกล้คลอด โดยทารกจะหายใจเอาน้ำคร่ำเข้าออก การฝึกหายใจในขณะอยู่ในครรภ์ จะช่วยให้ทารกที่คลอดออกมา หายใจเป็นและหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายของผู้เป็นแม่จะสร้างสารลดแรงตึงผิวในน้ำคร่ำ และสารนี้จะเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุครรภ์ สารลดแรงตึงผิดนี้จะเคลือบภายในปอดของทารก  ทำให้ถุงลมในปอดเปิด และป้องกันภาวะปอดล้มเหลว

การหายใจครั้งแรกของชีวิต

ทารกหายใจครั้งแรก เมื่อร้องหลังจากลืมตาดูโลก ทารกบางคนร้องด้วยตนเอง ในขณะที่บางคนอาจต้องอาศัยการกระตุ้นจากแพทย์หรือพยาบาลจึงจะร้องออกมาได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในเด็กที่คลอดก่อนกำหนด

เมื่อสายสะดือถูกตัด ทารกจะเริ่มใช้ปอดในการหายใจด้วยตนเอง โดยการหายใจเข้าและออก เพื่อให้ปอดขยาย และขับเอาน้ำคร่ำออกมา เลือดจะไหลเวียนภายในปอดและเส้นเลือด ส่งผลให้ออกซิเจนไหลเวียนทั่วร่างกาย และคาร์บอนไดออกไซด์ถูกขับออกมาอย่างเป็นปกติ แต่หากทารกแรกเกิดไม่สามารถหายใจได้ด้วยตัวเอง ก็ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจไปจนกว่าจะสามารถหายใจเองได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน