ถ้าคุณกำลังตั้งครรภ์…แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของทารกในครรรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 20

พัฒนาการทารกในครรภ์

ลูกจะเติบโตอย่างไร

ตอนนี้ลูกน้อยของคุณมีขนาดเท่ากล้วยหอม คือสูงประมาณ 25 เซ็นติเมตรโดยวัดจากศีรษะถึงปลายเท้า และหนักประมาณ 315 กรัม ลูกน้อยกำลังใช้เนื้อที่ในมากขึ้นและจะเติบโตต่อไป จนทำให้เกิดแรงกดในบริเวรปอด กระเพาะอาหาร กระเพราะปัสสาวะ และไตของคุณ

ผิวของลูกน้อยที่มีแว๊กซ์สีขาวๆ เคลือบเป็นชั้นปกป้องอยู่นั้น จะเริ่มหนาขึ้นและพัฒนาเป็นผิวมากขึ้น นอกจากนี้เส้นผมและเล็กของลูกน้อยก็จะงอกขึ้นมาต่อไป

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต

ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

คุณอาจมีน้ำหนักขึ้นราวๆ 4.5 กิโลกรัม และอาจต้องเพิ่มขึ้นอีกสัปดาห์ละประมาณครึ่งกิโลนับจากนี้เป็นต้นไป ถ้าคุณเริ่มตั้งครรภ์ด้วยน้ำหนักที่ต่ำกว่าเกณฑ์ คุณก็อาจต้องเร่งทำน้ำหนักให้มากขึ้น และถ้าคุณเริ่มต้นด้วยน้ำหนักที่มากเกินไป คุณก็ควรทำน้ำหนักให้น้อยลง นอกจากนี้คุณก็ต้องไม่ลืมกินธาตุเหล็กให้พอเพียงด้วย เพราะธาตุเหล็กคือสารตั้งต้นในการสร้างฮีโมโกลบิน (โปรตีนในเม็ดเลือดแดงที่ช่วยนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย) นอกจากนี้ในระหว่างการตั้งครรภ์นั้น ร่างกายของคุณก็ต้องการธาตุเหล็กไปเพิ่มปริมาณของเลือดมากขึ้นด้วย รวมทั้งเพื่อการเติบโตของลูกน้อยและรกด้วย

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

คุณควรคิดเก็บเลือดจากรกไว้กับธนาคารเลือด โดยกระบวนการเก็บเลือดนี้จะนำเอาเลือดที่ได้จากสายสะดือหลังคลอดเข้าไปเก็บไว้ในธนาคารทันที เพื่อนำไปใช้ในการปลูกถ่ายสเตมเซลล์ในอนาคต ซึ่งวิธีเก็บรักษาเลือดมีอยู่สองวิธีด้วยกันคือ:

  • แบบสาธารณะ: ธนาคารเลือดแบบสาธารณะจะเก็บเลือดไว้ใช้กับพ่อแม่ที่ต้องการจะปลูกถ่ายสเตมเซลล์
  • แบบส่วนตัว: ครอบครัวและผู้ที่ต้องการจ่ายค่าบริการให้กับธนาคาร เพื่อเก็บเลือดจากรกของตัวเองเอาไว้ใช้กับคนในครอบครัวโดยเฉพาะ

การพบหมอ

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง

การทำอุลตร้าซาวด์ครั้งที่สองในไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์นี้ เป็นวิธีการที่เยี่ยมยอดมากที่จะทำให้คุณเห็นลูกน้อยของคุณกำลังพัฒนาขึ้นอย่างมีสุขภาพดี ถ้าคุณเป็นกังวลในเรื่องอุลตร้าซาวด์ ก็ควรพูดคุยกับแพทย์เพื่อหาความกระจ่าง ซึ่งแพทย์อาจให้คำแนะนำที่จำเป็นสำหรับคุณด้วย

ในช่วงเวลานี้ถ้าคุณยินยอมพร้อมใจ คุณก็จะได้ทำการตรวจสอบน้ำคร่ำ ซึ่งเป็นการตรวจสอบในกรณีพิเศษ ไม่ใช่การทดสอบตามอายุครรภ์ การทดสอบนี้จะแสดงให้คุณเห็นว่า ลูกน้อยของคุณมีอาการผิดปกติทางพันธุกรรมหรือเปล่า อย่างเช่น โรคดาวน์ ซินโดรม (Down Syndrome) จึงนับเป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องพูดคุยกับคุณหมอ เกี่ยวกับประโยชน์ ความเสี่ยง และข้อจำกัดของการทดสอบชนิดนี้

แพทย์จะทำอุลตร้าซาวด์ ซึ่งเป็นการใช้คลื่นเสียงสร้างเป็นภาพขึ้นมา อุลตร้าซาวด์ช่วยระบุขาดและตำแหน่งของทารกน้อยได้อย่างชัดเจน ซึ่งถ้ามีความผิดปกติทางโครงสร้างกระดูกหรืออวัยวะใดๆ ก็สามารถตรวจจับได้ในช่วงเวลานี้ นอกจากนี้การล่วงรู้ตำแหน่งของลูกน้อยในครรภ์ ก็จะช่วยให้คุณรู้ด้วยว่าคุณสามารถจะมีเพศสัมพันธ์ได้หรือเปล่า และด้วยการทำอุลตร้าซาวด์นี้ ก็ทำให้เราสามารถตรวจสอบสายสะดือ รก และน้ำคร่ำได้ด้วย คุณควรพูดคุยกับคุณหมอเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ที่ได้จากการทดสอบนี้

การทดสอบใดที่ควรรู้

แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับการตรวจสอบการเจาะน้ำคร่ำเพื่อตรวจสภาวะของทารกในครรภ์ ซึ่งจะทำการตรวจสอบด้วยเหตุผลเฉพาะ เนื่องจากไม่ใช่การตรวจสอบที่ทำเป็นประจำ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่จะต้องคำนึงถึงประโยชน์ ความเสี่ยง และข้อจำกัดหลายๆ อย่างของการตรวจสอบครั้งนี้กับแพทย์ของคุณ ตัวอย่างของน้ำคร่ำจะนำมาจากถุงน้ำคร่ำที่อยู่รอบๆ ทารก ด้วยการตรวจสอบการเจาะน้ำคร่ำเพื่อตรวจสภาวะของทารกในครรภ์นี้ จะสามารถตรวจสอบได้ว่าทารกมีความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือไม่ เช่น อาการดาวน์ซินโดรม

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 20

สุขภาพและความปลอดภัย

แล้วในสัปดาห์ต่อไปลูกน้อยจะมีพัฒนาการอย่างไรต่อไปนะ

  • ออร์แกนิคหรือไม่ออแกนิคดี?

ความแตกต่างระหว่างอาหารออร์แกนิคและไม่ออร์แกนิคที่ชัดเจนที่สุดก็คือ อาหารออร์แกนิคจะส่งผลดีต่อสุขภาพมากกว่าในระยะยาว ส่วนสารอาการที่อยู่ในอาหารทั้งสองชนิดนั้นไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่ ในอาหารที่ไม่ออร์แกนิคนั้นอาจมียาฆ่าแมลงตกค้างอยู่ แต่เราสามารถลดให้เหลือน้อยลงได้ด้วยการล้างน้ำ ปอกเปลือก หรือนำไปปรุงอาหาร

แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ คุณควรทานผักและผลไม้ 5-9 มื้อต่อวัน ถ้าคุณมีงบประมาณไม่มากนัก ก็ไม่ต้องจำกัดตัวเองให้กินแต่อาหารออร์แกนิคหรอกนะ

  • การยืนเป็นเวลานานๆ

คุณไม่ควรยืนทั้งวันเวลาที่ตั้งครรรภ์ ตราบใดที่คุณได้เดินไปเดินมา การยืนก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร แต่การยืนนิ่งๆ เป็นเวลานานๆ ก็อาจนำไปสู่อาการความดันโลหิตต่ำได้ แล้วยิ่งที่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์ด้วยแล้ว ปัญหานั้นจะยิ่งเลวร้ายไปกันใหญ่ ถ้าความดันโลหิตของคุณลดลง คุณก็จะมีอาการหน้ามืดเป็นลม คุณสามารถลดความเสี่ยงนี้ลงได้ ด้วยการเดินไปเดินมาเป็นช่วงสั้นๆ

คุณควรใช้เข็มขัดพยุงครรภ์ เพื่อช่วยพยุงหน้าท้องและกระจายน้ำหนัก ในช่วงสามเดือนสุดท้ายของไตรมาสที่สองและที่สามของการตั้งครรภ์

แล้วสัปดาห์ต่อไป ทารกในครรภ์จะเติบโตขึ้นอย่างไรบ้าง….

Hello Health Groupไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 1, 2019 | Last Modified: มกราคม 1, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน