ถ้าคุณกำลังตั้งครรภ์…แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของทารกในครรรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 33

พัฒนาการทารกในครรภ์

ลูกจะเติบโตอย่างไร

ลูกของคุณมีขนาดเท่าลูกสัปปะรด ซึ่งมีความยาวตั้งแต่ศีรษะถึงส้นเท้าประมาณ 43 เซ็นติเมตร และหนักประมาณ 1.8 กิโลกรัม

ในช่วงสองสามเดือนสุดท้ายก่อนคลอด เซลล์ประสาทนับล้านๆ เซลล์จะถูกพัฒนาขึ้นในสมองของทารกน้อย เพื่อช่วยให้เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในมดลูก ตอนนี้ลูกน้อยของคุณสามารถฟัง รู้สึก และมองเห็นอะไรบ้างแล้ว ดวงตาของลูกน้อยสามารถตรวจจับแสง และรูม่านตาสามารถหดหรือขยายในการตอบสนองกับแสง และก็เหมือนกับเด็กแรกเกิดนั่นแหละ ลูกน้อยของคุณจะนอนหลับอยู่เกือบตลอดเวลา และดวงตาก็จะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเกิดขึ้นระยะการนอนหลับลึก ที่ทำให้เกิดภาพฝันที่ดูเหมือนจริงขึ้นมาได้

ปอดของลูกน้อยก็พัฒนาจากเกือบจะสมบูรณ์แล้ว จะมีการสะสมของไขมันตามร่างกายต่อไป เพื่อช่วยทำหน้าที่ปกป้องและให้ความอบอุ่น ในช่วงสองสามเดือนสุดท้ายก่อนคลอดนี้ ทารกน้อยจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างพอเหมาะพอดี

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต

ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

ในขณะที่ลูกน้อยใช้เนื้อที่ในครรภ์ของคุณมากขึ้นนั้น หลายสิ่งหลายอย่างก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น นั่นก็คือก่อนที่คุณจะได้ทำอะไรอย่างที่ตั้งใจ ก็ดันเดินไม่ค่อยมั่นคงซะแล้ว การหาท่าทางที่ทำให้นั่งหรือนอนได้สบายก็กลายเป็นเรื่องยากไปซะแล้ว คุณอาจรู้สึกชาๆ หรือปวดนิ้ว ข้อมือ และมือขึ้นมาได้ ซึ่งก็เหมือนเนื้อเยื่อส่วนอื่นๆ ในร่างกายนั่นแหละ เนื้อเยื่อบริเวณข้อมืออาจกักเก็บน้ำเอาไว้ ซึ่งจะทำให้มีแรงกดมากขึ้นในทางเดินของเส้นประสาทบริเวณข้อมือ เส้นประสาทที่อยู่ในบริเวณนี้อาจเกิดการอักเสบหรือมีอาการชาขึ้นมาได้ในที่สุด ซึ่งจะมีอาการแปล๊บๆ ปวดแสบ หรือปวดเสียดๆ ลองใส่เฝือกเพื่อช่วยให้ข้อมืออยู่นิ่งๆ หรือใช้หมอนหนุนแขนให้สูงขึ้นในขณะนอนหลับ ถ้าคุณจำเป็นต้องเคลื่อนไหวข้อมือบ่อยๆ ในการทำงาน (อย่างเช่น การใช้คอมพิวเตอร์ หรืองานประกอบชิ้นส่วนต่างๆ) ก็อย่าลืมยืดไม้ยืดมือเมื่อถึงเวลาพัก ซึ่งควรทำบ่อยๆ ด้วย

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

ถ้ามีของเหลวคล้ายน้ำนมไหนออกมาจากหัวนม ก็ไม่ต้องเป็นกังวลอะไร ของเหลวนั้นไม่ใช่น้ำนม ร่างกายจะผลิตน้ำนมขึ้นมาในช่วงหลังคลอดสองสามวัน การมีน้ำใสๆ สีขาวหรือสีเหลืองไหลออกมาจากเต้านมนั้น เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าร่างการกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการให้นมบุตรแล้ว ของเหลวที่คุณเห็นนั้นมีชื่อเรียกว่าคอลอสตุ้ม (Colostrum) ซึ่งคือสิ่งตั้งต้นก่อนที่น้ำนมจริงๆ จะถูกผลิตขึ้นมาในช่วงหลังคลอดสองสามวัน

การพบหมอ

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง

คุณจำเป็นต้องสอบถามคุณหมอก่อนที่จะใช้ยานอนหลับ เนื่องจากยานอนหลับนั้นไม่มีความปลอดภัยกับสตรีที่ตั้งครรภ์ คุณหมออาจช่วยคุณชั่งน้ำหนักถึงผลเสียและประโยชน์ที่ได้จากการใช้ยา ซึ่งอาจจะมีทางเลือกอย่างอื่นที่จะช่วยให้คุณนอนหลับโดยไม่ต้องใช้ยาก็ได้

การทดสอบอะไรที่ฉันควรรู้

คุณต้องใช้เวลาอยู่ในห้องตรวจของคุณหมอในช่วงเดือนนี้บ่อยเป็นพิเศษ ซึ่งการตรวจสอบจะเป็นอะไรที่น่าสนใจมากขึ้นในช่วงนี้ โดยคุณหมอจะประเมินขนาดของลูกน้อย และอาจคาดการณ์เวลาคลอดด้วยซ้ำไป ซึ่งอาจทำให้มีการตรวจสอบหลายอย่าง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการและสไตล์การทำงานของคุณหมอด้วย ซึ่งก็ได้แก่

  • ชั่งน้ำหนัก (น้ำหนักจะคงที่หรือลดลงในช่วงนี้)
  • วัดความดันโลหิต (อาจอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงไตรมาสที่ 2 )
  • ตรวจปัสสาวะเพื่อหาค่าน้ำตาลและโปรตีน
  • ตรวจหาเส้นเลือดขอดที่ขา รวมทั้งอาการบวมที่มือและเท้า
  • วัดขนาดมดลูก โดยการตรวจภายใน เพื่อดูว่าบางขนาดไหน และเริ่มยืดออกหรือยัง
  • วัดความสูงของยอดมดลูก
  • วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • วัดขนาดทารก ตรวจสอบท่าทางก่อนคลอด (อยู่ในท่าเอาหัวลงหรือเอาก้นลง และก้มหน้าหรือเงยหน้าขึ้น)
  • จัดเตรียมรายการข้อสงสัยที่คุณอยากซักถามคุณหมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวกับการคลอด อย่างเช่นจะมีการบีบรัดตัวของมดลูกถี่และนานแค่ไหน รวมทั้งอาการต่างๆ ที่เกิดก่อนการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอาการที่ผิดปกติ 

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรทำอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดีและปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์

ถ้าคุณเป็นกังวลเกี่ยวกับยาฆ่าแมลง ก็ควรใช้ตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย ยาฆ่าแมลงส่วนใหญ่ถือว่ามีความปลอดภัยสำหรับการตั้งครรภ์ แต่ควรอ่านฉลากให้ดีซะก่อน

คุณควรระมัดระวังในการเนยแข็งที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มๆ เนยแข็งชนิดนี้ทำจากนมที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ ซึ่งถือว่ามีความปลอดภัยในการรับประทาน แต่เนยแข็งที่ทำจากนมดิบที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อนั้น จะไม่มีความปลอดภัยในการรับประทานหรือดื่ม

แล้วในสัปดาห์ต่อไปลูกน้อยจะมีพัฒนาการอย่างไรต่อไปนะ

Hello Health Groupไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 1, 2019 | Last Modified: มกราคม 1, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน