อยากมีลูก ต้องกินอะไรถึงจะช่วยให้ได้เป็นคุณแม่สมใจ

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ.

อยากมีลูก นอกจากต้องคำนึงถึงปัจจัยในเรื่องอายุและพันธุกรรมแล้ว อาหารก็มีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้เราตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้นด้วย ฉะนั้นถ้าใครกำลังคิดจะตั้งครรภ์อยู่ล่ะก็ ลองกินอาหารพวกนี้ดูนะ

อาหารที่ทำจากนม

นมสด โยเกิร์ต และเนยแข็ง นอกจากจะช่วยให้กระดูกมีสุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังช่วยภาวะการเจริญพันธุ์ของคุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นด้วย ฉะนั้นก็หันมาดื่มนม ตักโยเกิร์ตเข้าปาก หรือกัดกินเนยแข็งซะ แต่อย่าเลือกแบบไขมันต่ำล่ะ เพราะผลการศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงที่มีปัญหาในเรื่องตกไข่จะได้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมสดครบส่วน แต่จงจำไว้ด้วยว่าการกินนมสดครบส่วนมากเกินไป อาจทำให้น้ำหนักขึ้นจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการตั้งครรภ์ได้

โปรตีนจากเนื้อสัตว์ไร้ไขมัน

เนื้อสัตว์ไม่ว่าจะเป็นเนื้อไก่ เนื้อหมู หรือเนื้อวัว มักจะอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยให้มีภาวะการเจริญพันธุ์ที่ดีขึ้นได้ ซึ่งการศึกษาวิจัยพบว่าผู้หญิงเพิ่มปริมาณธาตุเหล็กเข้าสู่ร่างกายในช่วงก่อนการตั้งครรภ์นั้น จะมีภาวะที่พร้อมเจริญพันธุ์มากกว่าผู้หญิงที่ขาดธาตุเหล็ก แต่ควรระวังอย่ากินเนื้อสัตว์ที่มีไขมัน รวมทั้งอย่ากินเนื้อสัตว์เกินวันละสามมื้อด้วย เนื่องจากผลการศึกษาวิจัยพบว่า การบริโภคโปรตีนมากไปอาจทำให้ภาวะพร้อมเจริญพันธุ์ลดลงได้ ฉะนั้นจึงควรสลับไปกินโปรตีนจากพืชบ้าง อย่างเช่น ถั่ว เต้าหู้ หรือควินัว

ปลาที่มีกรดไขมันจำเป็นสูง

ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาเฮอร์ริ่ง และปลาที่มีกรดไขมันสูงประเภทอื่น มีสรรพคุณที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายพร้อมเจริญพันธุ์ได้ เนื่องจากมีกรดไขมันโอเมก้า-3 ในปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เลือดสูบฉีดไปยังอวัยวะสืบพันธุ์ได้มากขึ้น ซึ่งนั่นจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศออกมาได้ ถ้าใครไม่ชอบปลา ก็ลองมองหาแหล่งกรดไขมันโอเมก้า-3 อย่างอื่น อย่างเช่น แฟล็กซีด อัลมอนด์ วอลนัท เมล็ดฟักทอง และไข่ชนิดที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3

คาร์โบไฮเดรทเชิงซ้อน

อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรทเชิงซ้อนก็ได้แก่ธัญพืช ถั่ว ผัก และผลไม้ต่างๆ ซึ่งต่างจากคาร์โบไฮเดรทที่ผ่านการขัดสี อย่างเช่น ขนมปัง ข้าวขาว ซีเรียลที่ผ่านการขัดสี และอาหารที่มีน้ำตาลต่างๆ ซึ่งอาหารอย่างหลังนี้จะทำให้ภาวะการพร้อมเจริญพันธุ์ลดลง เนื่องจากการย่อยคาร์โบไฮเดรทที่ผ่านการขัดสีจะทำให้มีน้ำตาลในเลือดเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งมีอินซูลินมากขึ้นด้วย ซึ่งอินซูลินนั้นจะเป็นตัวขัดขวางการทำงานของฮอร์โมนเพศ และทำให้รอบเดือนเกิดการแปรปรวน ในทางตรงข้าม คาร์โบไฮเดรทเชิงซ้อนจะใช้เวลาในการย่อยนานกว่า และไม่ทำให้มีอินซูลินเพิ่มขึ้น และอาจช่วยให้เกิดการตกไข่อย่างสม่ำเสมอด้วย

หอยนางรม

หอยนางรมเป็นแหล่งธาตุสังกะสีชั้นดี ซึ่งธาตุสังกะสีเป็นสารอาหารจำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์ การขาดธาตุสังกะสีอาจทำให้รอบเดือนเกิดอาการแปรปรวน และทำให้ผลิตไข่ที่มีคุณภาพดีๆ ออกมาช้าลง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อภาวะพร้อมเจริญพันธุ์ของคุณเลย ถ้าคุณไม่ชอบกินหอยนางรม ก็ลองมองหาอาหารอย่างอื่นที่มีธาตุสังกะสีอยู่บ้าง อย่างเช่น เนื้อวัว สัตว์ปีก ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ถั่วเปลือกแข็ง ไข่ ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี และถั่วเปลือกอ่อนต่างๆ

มันเทศ

ผลการศึกษาวิจัยระบุว่ามันเทศอุดมไปด้วยสารที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการตกไข่ โดยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าการกินมันเทศป่าจะทำให้มีโอกาสได้ลูกแฝดสูง แต่มันเทศที่เรากินกันทุกวันนี้ก็เป็นมันเทศที่เพาะปลูกกันขึ้นมาทั้งนั้น ฉะนั้น ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะถึงยังไงก็มีวิตามินที่ช่วยให้คุณมีภาวะที่พร้อมเจริญพันธุ์อยู่ดี

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ไม่ว่าจะเป็นราสป์เบอร์รี่ส์ หรือบลูเบอร์รี่ส์ ล้วนแต่อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่ทั้งนั้น ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายเกิดความเสียหาย และช่วยให้เซลล์ต่างๆ ไม่แก่ลงด้วย ซึ่งก็รวมถึงเซลล์ต่างๆ ในระบบสืบพันธุ์ของคุณด้วย (อย่างเช่น ไข่) คุณอาจสงสัยว่าสตรอเบอร์รี่กับแบล็คเบอร์รี่ จะเข้าข่ายเป็นอาหารที่กระตุ้นการเจริญพันธุ์มั้ย ก็ขอตอบเลยว่า ใช่! ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทุกชนิดล้วนส่งผลดีต่อภาวะพร้อมเจริญพันธุ์ของคุณทั้่งนั้น

กรดโฟลิค

ถ้าคุณวางแผนจะตั้งครรภ์ในปีหน้านี้ ก็อย่าลืมกินอาหารที่มีกรดโฟลิคสูงเอาไว้ซะตั้งแต่ตอนนี้ โดยอาจจะกินในรูปอาหารเสริม หรือวิตามินก่อนการตั้งครรภ์ก็ได้ ร่วมทั้งเพิ่มปริมาณอาหารที่มีกรดโฟลิคสูง อย่างเช่น ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีที่เติมกรดโฟลิคลงไป ผัก และผลไม้ตระกูลส้มทั้งหลายแหล่ นอกจากนี้ก็ควรกินอาหารเสริมกรดโฟลิคขนาด 400-600 มก. ทุกวันในช่วงก่อนตั้งครรภ์ และวันละประมาณ 800 มก. ในระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อให้แน่ใจว่าจะตั้งครรภ์ได้อย่างมีสุขภาพดี และช่วยลดความเสี่ยงของความพิการของทารกแรกเกิดลงด้วย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา