ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลาล่ะก็ นี่คือข้อมูลของ พัฒนาการเด็ก สัปดาห์ที่ 15 ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยจะเติบโตอย่างไร

ลูกน้อยของคุณจะเริ่มหาข้อสรุปเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว เขาจะมองทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความอยากรู้อยากเห็น แม้แต่เงาสะท้อนของตัวก็ยังสนใจ

คุณอาจวางกระจกเงาชนิดที่ตกไม่แตกไว้ข้างๆ ลูกน้อย หรือจับเขาไปอยู่หน้ากระจกเวลาที่คุณกำลังแต่งตัวในตอนเช้าๆ เจ้าตัวเล็กจะไม่รู้หรอกว่าภาพในกระจกคือตัวเขาเอง (แต่จะเริ่มรู้เมื่อมีอายุได้สองขวบ) แต่ที่สำคัญคือเขาชอบจ้องมองภาพสะท้อนของตัวเองและคนอื่นๆ และอาจแสดงความชอบใจออกมาด้วยการยิ้มกว้างโชว์ให้เห็นเหงือก

ในสัปดาห์ที่สามของเดือนที่สามนี้ ลูกน้อยของคุณอาจจะ

  • ชันคอแข็งเวลาเวลาที่ลำตัวตั้งตรง
  • ใช้มือดันหน้าอกขึ้นได้ เวลาที่นอนคว่ำ
  • หยิบจับสิ่งของได้
  • เพ่งมองสิ่งของเล็กๆ อย่างเช่นลูกเกด (แต่อย่าวางข้าวของประเภทนี้ในบริเวณที่เขาเอื้อมหยิบได้เด็ดขาด)
  • เขาเริ่มตัดสินโน่นนี่กับสิ่งต่างๆ รอบตัว และมองสิ่งต่างๆ รวมทั้งตัวเขาเอง ด้วยสายตาที่ส่อถึงความอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก

ควรดูแลลูกน้อยอย่างไร

ลูกน้อยอาจหยุดดูดนิ้วหัวแม่มือหรือขวดนม เพื่อที่จะฟังเสียงของคุณ ปล่อยให้ลูกน้อยส่งเสียงส่งเสียงอ้อแอ้ไปเรื่อยๆ ในขณะที่คุณก็บรรยายโน่นนี่ในขณะทำงานบ้านไปด้วย วิธีไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ให้คุณกับลูกน้อยเท่านั้นนะ แต่ยังช่วยให้ลูกน้อยได้แสดงอารมณ์ออกมาด้วย ลองดูซิว่าลูกน้อยของคุณส่งสัญญานโต้ตอบกลับมาบ้างหรือเปล่า

เวลาที่คุณอยู่กับเพื่อนๆ ก็ควรปล่อยให้ลูกน้อยนั่งอยู่ใกล้ๆ เพื่อที่จะได้ยินเสียงคนโน้นคนนี้พูด หรือรู้จักตอบโต้กับคนอื่น ลูกน้อยจะเพลิดเพลินกับการนั่งมองเด็กคนอื่นเล่นโน่นเล่นนี่ หรือมองเด็กที่โตกว่ากำลังหัดเดิน หรือนั่งสังเกตสังกาสัตว์เลี้ยงในบ้าน แต่คุณตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากเด็กยังไม่รู้จักป้องกันตัวเองจากสิ่งที่เป็นอันตราย ฉะนั้นอะไรที่เขาเอื้อมหยิบได้ก็จะกลายเป็นของเล่นไปหมด เด็กๆ มักจะถือข้าวของได้เก่ง ฉะนั้นก็หาของเล่นที่ช่วยให้เขาหยิบจับได้สะดวก ซึ่งอาจจะเป็นห่วงพลาสติกหรือห่วงยาง ที่ทำให้ลูกน้อยต้องจับทั้งสองมือ หรือให้เขาเล่นของเล่นที่มีเสียง หรือตุ๊กตาสัตว์ยัดนุ่น แต่ไม่ควรวางไว้ในบริเวณที่เขาสามารถหยิบขึ้นมาเล่นเองได้

ลูกน้อยจะเริ่มใช้มือทีละข้างแล้วเปลี่ยนไปใช้มืออีกข้างหนึ่ง แต่ในช่วงเวลานี้คุณยังตัดสินไม่ได้หรอกว่า ลูกน้อยของคุณถนัดซ้ายหรือถนัดขวาจนกว่าเขาจะมีอายุ 2-3 ขวบ

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไร

ส่วนใหญ่แล้ว แพทย์จะไม่นัดหรือตรวจสุขภาพให้ลูกน้อยในช่วงเดือนนี้ แต่คุณก็สามารถปรึกษาคุณหมอได้เสมอ ถ้ามีข้อสงสัยใดๆ ที่ไม่สามารถรอให้ถึงการไปพบคุณหมอในครั้งต่อไปได้

สิ่งที่ควรรู้

  • เชื้อราในช่องปาก

เชื้อราในช่องปากเกิดจากการติดเชื้อแคนดิดา อัลบิแคนส์ (Candida Albicans) ถ้าคุณเห็นจุดขาวๆ เกิดขึ้นในกระพุงแก้ม ลิ้น และริมฝีปากของลูกน้อย แล้วไม่สามารถเช็ดออกได้ (ที่ดูเหมือนคราบอาเจียน) นี่อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อราในช่องปากก็ได้

เชื้อราจะเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ชื้นและอบอุ่น อย่างเช่นในช่องปากของลูกน้อยนั่นแหละ ถ้าคุณให้ลูกน้อยกินนมแม่ หัวนมของคุณก็อาจติดเชื้อราได้เหมือนกัน โดยหัวนมอาจมีอาการแห้ง หัน และเจ็บขณะป้อนนมลูก คุณมีแนวโน้มจะติดเชื้อราได้ง่ายถ้ากำลังเครียดหรืออ่อนแออยู่ เชื้อราอาจเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารและไปออกทางทวารหนัก ซึ่งจะทำให้เกิดผื่นแดงหรือการติดเชื้อบริเวณช่องคลอดได้

ขอยาต้านเชื้อราจากแพทย์ทั้งสำหรับตัวคุณเองและลูกน้อย ถ้าคุณให้นมลูกเอง ก็ต้องทำการรักษาทั้งตัวคุณเองและลูกน้อย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้กันและกัน ซึ่งโดยปกติก็ใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ ในช่วงที่กำลังรักษาอยู่นั้นคุณก็ควรล้างมือบ่อยๆ ฆ่าเชื้อของเล่นและจุกนมปลอมในน้ำเดือดทาครีมฆ่าเชื้อราบริเวณหัวนม โดยใช้ร่วมกับยาต้านอักเสบ เด็กบางคนที่ติดเชื้อราในช่องปาก จะไม่รู้สึกอยากกินอาหาร เนื่องจากจะเจ็บแก้มและเหงือก

  • องคชาติบวม

คุณอาจจะรู้สึกเป็นกังวลมาก ถ้าเห็นอวัยวะเพศของลูกชายบวมเป่ง แต่ที่จริงแล้วลูกน้อยอาจเกิดอาการผื่นผ้าอ้อมก็ได้ ผื่นผ้าอ้อมเป็นอาการปกติซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการบวมที่อวัยวะเพศชายได้ ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปัสสาวะขัด คุณควรรักษาอากรผื่นผ้าอ้อมให้ลูกซะ ถ้าเขามีอาการปัสสาวะขัด ก็เยียวยาด้วยการให้ลูกน้อยนอนแช่ในน้ำอุ่น ถ้าคุณใช้ผ้าอ้อมแบบที่เป็นผ้าอยู่ ก็ควรเปลี่ยนไปใช้ผ้าอ้อมแบบใช้แล้วทิ้ง ถ้าอาการบวมนี้ไม่ดีขึ้นหรือหายไปในสองถึงสามวัน หรือมีปัญหารุนแรงในการปัสสาววะ ก็ควรรีบไปปรึกษาแพทย์

  • อาการกระตุก

ถึงแม้ว่าคลอดออกมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ระบบประสาทของลูกน้อยก็ยังพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์ ฉะนั้นสมองของลูกน้อยจึงยังไม่สามารถจัดการกับสิ่งต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ การที่ร่างกายทำงานไม่ประสานกันนั้น ถือเป็นเรื่องปกติในพัฒนาการทางการเคลื่อนไหวของเด็กแรกเกิด แต่อีกไม่นานเขาก็จะสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ถ้าคุณยังรู้สึกเป็นกังวล ก็ควรพูดคุยกับคุณหมอ เมื่อไปพบคุณหมอในครั้งต่อไป

สิ่งที่ต้องเป็นกังวล

ต้องกังวลในเรื่องใด

  • การป้อนนมกลางดึก

จริงๆแล้ว การป้อนนมในช่วงกลางคืนช่วยทำให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารอย่างพอเพียง ถึงแม้ว่าเด็กที่กินนมแม่บางคนจะไม่ต้องการเมื่ออายุได้ประมาณ 2-3 เดือน (บางคนก็เร็วกว่านั้น) แต่เด็กส่วนใหญ่ก็ยังต้องการการป้อนนมในตอนกลางคืนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่กินนมแม่ ยังอาจต้องการการป้อนนมคืนละสองครั้ง

แต่การป้อนนมคืนละสามสี่ครั้งนั้นไม่จำเป็นแล้ว คุณควรค่อยๆ ลดการป้อนนมลง เพื่อที่จะได้มีเวลานอนได้มากขึ้น แถมยังช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับได้ดีขึ้นด้วย และนี่คือวิธี

  • เพิ่มปริมาณในการป้อนนมแต่ละครั้ง
  • ปลุกลูกน้อยให้ตื่นขึ้นมากินนม ก่อนที่ลูกน้อยจะตื่นขึ้นมาด้วยความหิว
  • คุณต้องแน่ใจว่าป้อนนมให้ลูกอย่างพอเพียงในช่วงกลางวัน
  • พักการป้อนนมแต่ละครั้งให้นานขึ้น
  • ให้ลูกกินนมน้อยลงถ้าคุณอยากจะหยุดการป้อนนม
  • ให้ลูกกินนมมากขึ้นถ้าคุณอยากจะให้กินเยอะๆ
  • อย่าใส่ผ้าอ้อมให้ลูกในตอนกลางคืน ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ
  • ถ้าคุณยู่ห้องเดียวกับลูกหรือนอนเตียงเดียวกัน และอยากจะเลิกทำแบบนั้นแล้ว นี่คือเวลาที่เหมาะจะแยกห้องนอนได้แล้ว เนื่องจากการอยู่ใกล้ลูกตลอดอาจทำให้ลูกตื่นบ่อย ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณถึงต้องอุ้มลูกบ่อยๆ

แล้วทารกจะพัฒนาต่อไปอย่างไรนะ ในสัปดาห์หน้า…

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาทางแพทย์ การวินิจฉัยหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 2, 2019 | Last Modified: มกราคม 2, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย