ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลาล่ะก็ นี่คือข้อมูลของ พัฒนาการเด็ก สัปดาห์ที่ 20 ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยจะเติบโตอย่างไร

เมื่อเด็กนอนลงบนที่นอน เด็กจะยกศีรษะและไหล่ขึ้นเมื่อคุณพยายามดึงมือของเด็กขึ้น ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนที่สี่นี้ ลูกน้อยของคุณอาจจะ…

  • ใช้ขายันให้ลำตัวตั้งตรง
  • สามารถนั่งได้เองโดยไม่ต้องช่วยเหลือ
  • มีปฏิกิริยาตอบโต้เมื่อคุณแย่งของเล่นจากมือ
  • ขยับร่างกายไปตามเสียงที่ได้ยิน

ควรดูแลลูกน้อยอย่างไร

หากจับลูกน้อยให้นอนลง เขาอาจขัดขืนด้วยการยืดแขนขาและยันตัวขึ้น วิธีนี้เป็นการออกกำลังกายที่ดี เพราะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ และช่วยพัฒนาความสามารถในการนั่งให้เด็กได้

ในการเตรียมพร้อมลูกน้อยในช่วงเวลาก่อนเข้านอน ก็ควรอาบน้ำให้เขา หรือเล่านิทานให้เขาฟัง คุณควรทำตามลำดับให้เป็นกิจวัตร เช่น ทานอาหาร อาบน้ำ ใส่ชุดนอน อ่านหนังสือ ร้องเพลง จากนั้นจึงพาลูกเข้านอน

การเตรียมตัวเข้านอนที่ดีจะทำให้ลูกน้อยมีเวลาผ่อนคลายได้มากขึ้น แถมยังทำให้คุณทั้งสองได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นด้วย คุณกับคนรักควรสลับกันทำหน้าที่นี้ (คุณแม่พาไปน้ำอาบน้ำ ส่วนคุณพ่อเล่านิทาน) หรือสลับวันกันทำหน้าที่ เพื่อที่คุณหรือคนรักจะได้มีเวลาพักผ่อนที่เต็มที่

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไร

แพทย์แต่ละคนจะมีวิธีการตรวจสุขภาพลูกน้อยต่างกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของเด็กแต่ละคน การทดสอบทางกายภาพ รวมทั้งการทดสอบอื่นๆ ก็จะแตกต่างกันออกไป แพทย์หรือพยาบาลอาจทำการตรวจร่างกายตามรายการต่อไปนี้:

  • ให้คำแนะนำใสสิ่งที่คุณควรสังเกตลูกน้อยในเดือนถัดไป เช่น การรับประทานอาหาร การนอน พัฒนาการ และความปลอดภัยสำหรับเด็ก
  • อธิบายปฏิกิริยาที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กได้รับการฉีดวัคซีนครั้งที่ 2
  • ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลลูกน้อย หรือควรโทร.ปรึกษาแพทย์เมื่อไร
  • ให้คำแนะนำว่าควรให้ลูกหย่านมเมื่อไร

สิ่งที่ควรรู้

  • การเขย่าตัวเด็ก

การเขย่าตัวเด็กมีอันตรายร้ายแรงที่อาจทำให้สมองบาดเจ็บได้ อาการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเขย่าตัวเด็กอย่างรุนแรง ส่งผลให้สมองเกิดการกระแทกกับกะโหลกศีรษะ ลูกน้อยยังมีความเปราะบางอยู่มาก เนื่องกล้ามเนื้อคอยังไม่แข็งแรงพอจะพยุงศีรษะเอาไว้ได้ ฉะนั้นถ้ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก็อาจทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บสาหัส ตาบอด ดวงตาได้รับความเสียหาย พัฒนาการช้า มีอาการชัก เป็นอัมพาต สมองได้รับความเสียหายถาวร หรือนำไปสู่การเสียชีวิต

อาการเขย่าตัวทารกแรกเกิดนี้ อาจเกิดขึ้นเมื่อคุณกำลังเล่นอะไรรุนแรงกับลูกน้อย กิจกรรมตามปกติ อย่างเช่น การตี การตบ หรือการจั๊กจี้ หรือการขับรถบนทางขรุขระ จะไม่ทำให้เกิดภาวะที่เป็นอันตรายแบบนี้

เด็กที่ได้รับการเขย่าตัว อาจมีอาการกระวนกระวาย ง่วงนอน อาเจียน ไม่อยากทานอาหาร หายใจติดขัด หรือมีอาการหงุดหงิด ถ้าคุณสงสัยว่าลูกมีอาการเหล่านี้ ก็ควรพาไปพบคุณหมอหรือเข้าห้องฉุกเฉินทันที ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เด็กอาจมีอาการแย่ลง หรือสมองได้รับความเสียหายอย่างถาวร

  • อุจจาระลูกมีสีดำ

หากเด็กมีอุจจาระสีดำอาจสันนิษฐานได้ว่าในเลือดมีธาตุเหล็กมากเกินไป เด็กบางคนเมื่อได้รับแบคทีเรียเข้าสู่ทางเดินอาหาร ร่างกายจะขับออกมาทางอุจจาระ ซึ่งจะทำให้อุจจาระมีสีน้ำตาลเข้ม เขียว หรือดำ อาการเหล่านี้ไม่ใช่อาการที่ร้ายแรง และไม่จะต้องกังวลอะไร  งานศึกษาวิจัยบางชิ้นระบุว่า ปริมาณธาตุเหล็กในอุจจาระไม่สามารถทำให้ลูกป่วยได้ แต่ไม่แนะนำให้เด็กกินธาตุเหล็กเป็นอาหารเสริม เนื่องจากการได้ธาตุเหล็กจากการดื่มนมแม่หรือธัญพืชต่างๆ ก็เป็นปริมาณที่เพียงพอสำหรับเด็กแล้ว

สิ่งที่ต้องเป็นกังวล

ต้องกังวลในเรื่องใด

การกระตุ้นพัฒนาการทางด้านร่างกายและจิตใจ

คุณพ่อคุณแม่จำนวนมากอาจมุ่งเน้นแต่การพัฒนาทางสติปัญญา แต่ก็ควรให้ความสำคัญกับสุขภาพทางร่างกายด้วย พยายามหากิจกรรมที่ได้ใช้ร่างกายร่วมกับลูกน้อยซะ ในช่วงวัยนี้ก็อาจทำได้แค่การช่วยให้ลูกน้อยลุกขึ้นนั่งหรือยืนขึ้น โดยจับแขนขึ้นเบาๆให้ลูกเล่น ‘ขี่ม้า’ โดยการจับแขนขาเขางอเป็นจังหวะ หรือดึงมือของลูกขึ้นเพื่อให้เขาสามารถยันขาตัวเองขึ้นมา

สร้างความสนุกสนานทางร่างกาย

สร้างความตื่นเต้นในขณะฝึกลูกให้ทำอะไร พูดคุย ร้องเพลง หรือบรรยายสิ่งที่คุณกำลังทำให้เขาฟัง ลูกน้อยจะรู้สึกสนุกไปกับกิจกรรมทางร่างกาย

อย่าไปจำกัดขอบเขตให้ลูก

เด็กที่มักจะนั่งอยู่ในรถเข็นหรือที่นั่งนิรภัย อาจไม่มีโอกาสได้ทำการสำรวจหรือออกกำลังกาย จึงอาจกลายเป็นเด็กอ่อนแอได้ เด็กไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนก็ควรได้เคลื่อนไหวร่างกาย เด็กในวัย 3-4 เดือนน่าจะฝึกพลิกตัวได้แล้ว เมื่อวางเด็กไว้ในห้องก็ให้ปล่อยเด็กคลานไปรอบๆ เด็กอาจสำรวจสิ่งของด้วยมือหรือปาก เด็กอาจยกสะโพกขึ้นในอากาศ หรือพยายามยกศีรษะหรือไหล่ขึ้นมา กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยฝึกให้เด็กใช้แขนและขาได้ตามธรรมชาติ และเด็กจะชอบเล่นในห้องกว้างๆ

อย่าจริงจังจนเกินไป

ทารกควรได้ออกกำลังกายอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสม กิจกรรมอยู่ตั้งหลายอย่างที่ช่วยให้ทั้งคุณและลูกเกิดความสนุกสนาน และช่วยให้เด็กมีปฏิกิริยาตอบสนองกับเด็กคนอื่นมากขึ้น ถ้าคุณอยากให้ลูกเข้าชั้นเรียนการใช้ร่างกาย ก็ควรพิจารณาถึงส่ิงต่อไปนี้ด้วย

  • คุณครูได้รับการฝึกอบรมมาหรือไม่? การออกกำลังกายปลอดภัยหรือเปล่า? คุณควรปรึกษาหมอก่อนสมัครเข้าเรียน และควรเฝ้าดูอย่างระมัดระวัง การออกกำลังกายชนิดที่มีการเขย่าตัวเด็กจะเป็นอันตราย และอาจทำให้เด็กเครียดมากกว่าจะสนุกสนาน
  • เด็กมีความสุขหรือไม่? เมื่อถึงเวลาออกกำลังกายแล้วเด็กไม่ยิ้มหรือหัวเราะออกมาดังๆ ก็แสดงว่าเด็กไม่รู้สึกกระตือรือร้นกับกิจกรรมนั้นๆ ควรระมัดระวังระวังเอาไว้ให้ดี ถ้าเด็กรู้สึกสับสนหรือหวาดกลัว เมื่อถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากจะทำ
  • มีอุปกรณ์หลายอย่างที่ควรใช้ให้เหมาะกับเด็กแต่ละวัย เช่นเด็กในช่วงอายุ 20 สัปดาห์นี้ ควรใช้อุปกรณ์ที่มีสีสันสดใส เช่น พรมปูพื้น ลูกบอล หรือของเล่นแบบเขย่า
  • เด็กได้เล่นอย่างอิสระหรือไม่? คลาสเรียนแบบนี้มักจะปล่อยให้เด็กได้เล่นอย่างอิสระ แทนที่จะแบ่งเด็กออกเป็นกลุ่มๆ
  • เน้นการเล่นดนตรีหรือไม่? เด็กส่วนใหญ่มักชอบเสียงเพลงหรือกิจกรรมเข้าจังหวะ เช่น การเต้น ร้องเพลง หรือทั้งร้องและเต้นในขณะออกกำลังกาย

ปล่อยให้ลูกได้ทำด้วยตัวเอง

การกระตุ้นให้เด็กออกกำลังกายในขณะที่เด็กยังไม่พร้อมหรือไม่สนใจ ก็อาจส่งผลทางด้านลบได้ ฉะนั้นจึงควรฝึกลูกเมื่อสังเกตเห็นว่าลูกพร้อม และควรหยุดเมื่อลูกตัวร้อนหรือมีอาการไม่สบาย นี่เป็นสัญญานที่บ่งบอกว่าไม่ควรทำต่อไปแล้ว

เติมพลังให้ลูกน้อย

โภชนาการที่ดีจะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการทางด้านได้กายได้ดีกว่าการออกกำลังกาย คุณจึงควรจัดเตรียมอาหารที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารที่ครบถ้วน เพื่อเติมพลังงานให้ลูกน้อยได้อย่างพอเพียง

เป็นตัวอย่างที่ดี

คุณควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกน้อย ตัวอย่างที่ดีจากคุณจะทำให้ลูกน้อยมีสุขภาพที่ดีได้ ถ้าเขาเห็นคุณเดินไปตลาดแทนที่จะนั่งรถไป ทำกิจกรรมเข้าจังหวะในขณะนั่งดูโทรทัศน์แทนที่จะเคี้ยวมันฝรั่งทอด หรือลงว่ายน้ำในสระแทนที่จะนั่งอาบแดดอยู่ข้างสระ เด็กๆ ก็จะรู้สึกดีกับการออกกำลังกายมากขึ้น

แล้วทารกจะพัฒนาต่อไปอย่างไรนะ ในสัปดาห์หน้า…

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาทางแพทย์ การวินิจฉัยหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 2, 2019 | Last Modified: มกราคม 2, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน