สำหรับคุณแม่ที่อยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลา นี่คือข้อมูลของ พัฒนาการเด็ก สัปดาห์ที่ 22 ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยจะเติบโตอย่างไร

เด็กอาจเริ่มแสดงอารมณ์เป็นครั้งแรก อย่างเช่น อาการกลัวคนแปลกหน้า เด็กจะเข้ามาอยู่ใกล้ๆ คุณ และรู้สึกหวาดวิตกเมื่อมีคนเแปลกหน้าอยู่รอบตัว เด็กอาจจะร้องไห้เมื่อโดนคนแปลกหน้าสัมผัสตัว การที่เด็กกลัวคนแปลกหน้านี้ไม่ได้หมายความว่า คุณไม่ควรให้ลูกน้อยเจอคนแปลกหน้า จะเป็นการดีต่อลูกน้อยมากกว่า ถ้าให้เขาได้เจอกับคนอื่นนอกเหนือจากคุณพ่อคุณแม่ หรือคนในครอบครัว โปรดจำไว้ว่า คุณต้องใช้ความอดทนและความเข้าใจ เพื่อที่จะฝ่าฟันให้ผ่านพ้นพัฒนาการของลูกน้อยในขั้นนี้ไปให้ได้

เมื่อมีอายุได้ 22 สัปดาห์ ลูกน้อยของคุณก็อาจจะ…

  • กลิ้งไปในทิศทางเดียวได้
  • สามารถยืนด้วยสองเท้า
  • พูดเป็นคำๆ ได้
  • ทำอะไรตลกๆ (เช่น ปล่อยเสียงออกมาพร้อมกับน้ำลาย)
  • สามารถไปมองตามต้นเสียงได้

ควรดูแลลูกน้อยอย่างไร

สื่อสารกับเด็กๆ ในช่วงที่รับประทานอาหารกับครอบครัว ลูกน้อยของคุณจะเพลิดเพลินกับการมองดูคุณกำลังรับประทานอาหารและอาจทำให้เด็กทานได้มากขึ้น ในเดือนถัดไป เด็กจะสามารถนั่งและทานอาหารได้ด้วยมือ พฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความสามารถของลูกน้อยในการรับประทานอาหารได้

ในช่วงอายุนี้ เด็กจะสามารถลุกนั่งจากการนอนหงายด้วยการยันตัวเองด้วยมือทั้งสองข้าง คุณสามารถนั่งข้างๆ เพื่อช่วยพยุงลูกน้อย เนื่องจากเด็กอาจพลัดตกจากที่นั่งได้ เด็กอาจเข้าใจทักษะในการนั่งแล้ว แต่เมื่อมีจุดสนใจอื่นอาจทำให้เด็กเผลอลืมตัวได้

เริ่มให้ลูกน้อยใกล้ชิดกับผู้อื่น โดยการประคองลูกน้อยไว้ จากนั้นบอกเพื่อนหรือคนในครอบครัวให้ค่อยๆ ประคองเด็กต่ออย่างช้าๆ

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไร

คุณหมอส่วนใหญ่จะไม่มีการนัดหมายในช่วงเดือนนี้ ถ้าคิดในแง่ที่ดีคือเด็กยังไม่มีอาการอะไรที่น่าเป็นห่วง แต่ในทางกลับกัน คุณอาจจะไม่ทราบว่ามีพัฒนาการไปถึงไหนแล้ว คุณแม่ควรจดบันทึกข้อสงสัยปรึกษากับคุณหมอในครั้งถัดไป และอย่าลังเลที่จะโทร.ปรึกษาคุณหมอทันที เมื่อมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น หรือถ้ามีข้อกังวลใดๆ เป็นพิเศษ ไม่ควรรอจนถึงการนัดครั้งถัดไป

สิ่งที่ควรรู้

อาการท้องผูก

ลูกน้อยจะอุจจาระบ่อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและอาหารที่เข้ากินเข้าไป การทำกิจกรรมต่างๆ หรือแม้กระทั่งความสามารถในการย่อยอาหารของลูกน้อย อาการท้องผูกจะเกิดขึ้นเมื่อมีอุจจาระภายในลำไส้เคลื่อนไหวได้ช้าลง คุณอาจสังเกตเห็นอาการท้องผูกจากลูกน้อยได้ดังนี้

  • อุจจาระยาก แห้ง และมีเลือดปน
  • อุจจาระครั้งสุดท้ายเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา
  • ลูกแสดงอาการไม่สบายท้องในการขับถ่าย

อาการท้องผูกมักไม่พบในเด็กที่กินนมแม่เพียงอย่างเดียว คุณควรปรึกษาคุณหมอถ้าลูกน้อยมีอุจจาระแข็ง แห้ง หรือเจ็บปวดเวลาขับถ่าย เมื่อมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย อย่างเช่น คลื่นไส้หรือท้องอืด ก็อาจมีปัญหารุนแรงเกิดขึ้นได้ อย่างเช่น ลำไส้อุดตัน

หากเด็กดื่มนมผงเพียงอย่างเดียวก็อาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ เนื่องจากเด็กนมผงบางยี่ห้อก็อาจไม่เหมาะกับระบบภูมิคุ้มกันในตัวเด็ก จึงควรสอบถามคุณหมอเกี่ยวกับการเปลี่ยนยี่ห้อนมผง

ถ้าคุณให้ลูกกินซีเรียลที่ทำจากข้าว นั่นก็อาจเป็นสาเหตุของอาการท้องผูก เพราะมีเส้นใยอยู่น้อย ลองเนื้อผลไม้ที่ยีให้เละลงไป อย่างเช่นลูกแพร ลูกพรุน หรือผักที่มีกากใย นอกจากนี้อาจเปลี่ยนไปใช้ซีเรียลที่ทำจากข้าวโอ๊ตหรือข้าวบาร์เลย์แทนก็ได้

อาการท้องผูกอาจเกิดจากการขาดน้ำด้วย ฉะนั้น จึงควรให้ลูกน้อยดื่มน้ำให้มากขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหานี้ ถ้าลูกน้อยเริ่มหย่านม ก็ลองป้อนลูกพลัมหรือให้ดื่มน้ำลูกแพร นอกจากนี้ก็อาจเติมน้ำผลไม้เจือจาง 30 มล. เข้ากับน้ำ 30 มล. แล้วผสมเข้ากับนมผงหรือนมแม่หลังป้อนนมเสร็จแล้ง

นอกเหนือจากการเปลี่ยนอาหารให้ลูกน้อยแล้ว เคล็ดลับพวกนี้ก็อาจส่งผลดีต่อลำไส้ได้:

  • จับขาของลูกน้อยเหมือนกำลังถีบจักรยานกลางอากาศในขณะนอนหงาย
  • นวดเบาๆ บริเวณท้องช่วงใต้สะดือ ถ้ารู้สึกว่าบริเวณนั้นมีความแข็ง ให้กดค้างไว้แป๊บนึง
  • ถ้าสังเกตเห็นว่าลูกน้องมีอาการปวดอุจจาระ ให้นำเด็กไปแช่น้ำอุ่นสักซักพักนึง เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

คุณอาจใช้ยาเหน็บหรือทำการกระตุ้นบริเวณทวารหนักของเด็ก โดยใช้เครื่องวัดอุณหภูมิทางทวารหนักร่วมกับน้ำมันหล่อลื่น แต่ควรได้รับการอนุญาตจากคุณหมอก่อน ถ้าอาการท้องผูกไม่ดีขึ้น หมออาจแนะนำให้ใช้ยาระบายบางประเภทสำหรับลูกน้อยของคุณ

ลูกน้อยแกล้งไอ

เด็กอายุ 5 เดือนขึ้นไปหลายคน ริ่มคิดได้แล้วว่า โลกนี้คือเวทีการแสดง และคุณคนแฟนคลับตัวยงของเขาซะด้วย ฉะนั้น เมื่อเด็กพบว่าเมื่อเขาไอเล็กน้อยนั้นสามารถดึงความสนใจจากคุณได้ เด็กก็มักจะทำอยู่เรื่อยๆ แต่ตราบใดที่เด็กมีสุขภาพแข็งแรง และอยู่ภายใต้การควบคุมของคุณเสมอ อาการนี้ก็ไม่น่าเป็นห่วงนัก เด็กจะเลิกพฤติกรรมนี้ไปเองเมื่อรู้สึกเบื่อ

สิ่งที่ต้องเป็นกังวล

ต้องกังวลในเรื่องใด

อาหารของลูกน้อย

อาหารของลูกน้อยควรประกอบไปด้วย

  • โปรตีน
  • อาหารที่มีแคลเซียม
  • แป้งบริสุทธิ์
  • พืชผักสีเขียวและผลมไม้ รวมทั้งผลไม้สีเหลือง
  • อาหารที่มีวิตามินซีสูง
  • ผักและผลไม้หลากหลายชนิด
  • อาหารที่มีไขมันสูง
  • อาหารที่มีธาตุเหล็ก
  • อาหารที่มีเกลือ
  • น้ำเปล่า
  • อาหารเสริมและวิตามินต่างๆ

การงีบของลูกน้อย

ถึงแม้ว่าลูกน้อยจะมีอายุได้ 5 เดือนแล้ว แต่เด็กก็จะงีบหลับ 3-4 ครั้งเป็นเวลา 1 ชั่วโมงทุกวัน เด็กบางคนอาจกลับไปนอนต่อได้ในเวลาประมาณยี่สิบนาที ในขณะที่เด็กคนอื่นๆ อาจนอนแค่วันละ 2 ครั้ง แต่หลับได้ยาวนานกว่าคือครั้ง 1.5 ถึง 2 ชั่วโมง แต่จำนวนครั้งและระยะเวลานั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ (โดยเฉลี่ยแล้วเด็กอายุ 5 เดือนจะนอนวันละ 14 ชั่วโมง 30 นาที) การที่เด็กนอนหลับได้ยาวนานขึ้น ก็หมายถึงว่าคุณจะมีเวลาในการทำสิ่งต่างๆ มากขึ้น นอกจากนี้เด็กงีบหลับในช่วงระหว่างวัน มักจะงีบหลับในช่วงกลางคืนด้วย คุณสามารถช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับได้นานขึ้นด้วยวิธีการต่อไปนี้

  • จัดเตรียมสถานที่ให้ลูกน้อยนอนได้สบายๆ ถ้าลูกน้อยนอนซบอยู่บนไหล่คุณ นอกจากคุณจะลำบากแล้ว ยังทำให้ลูกน้อยนอนหลับได้ไม่ลึกและไม่นานเท่าที่ควรด้วย
  • ปรับอุณหภูมิของห้องให้อยู่ในระดับที่สบาย ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป และต้องแน่ใจว่าเด็กใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสมด้วย
  • นอนหลับให้ตรงเวลา ไม่ควรให้ลูกน้อยหลับก่อนทานอาหารเพราะท้องยังว่างอยู่ หรือในเวลาที่ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อม (เด็กจะนอนหลับได้ไม่นานถ้าผ้าอ้อมเปียก) ถ้ามีแขกมาเยี่ยมบ้าน หรือเวลาที่มีเสียงอึกทึก หรือในเวลาใดๆ ก็ตาม ที่คุณคิดว่าลูกน้อยจะนอนหลับได้ไม่นาน

ถึงแม้ว่าเด็กหลายคนสามารถปรับตัวในการนอนของตนเองได้ แต่ลูกน้อยอาจนอนไม่เต็มอิ่มอย่างที่ต้องการได้ ถ้าลูกน้อยของคุณ มีอาการโยเย ก็อาจเป็นเพราะนอนหลับได้ไม่สนิท แต่ถ้าเด็กนอนน้อยแล้วยังร่าเริงอยู่ได้ คุณก็ต้องจำเอาไว้นะว่าลูกน้อยของคุณอาจเป็นหนึ่งในเด็กที่ไม่จำเป็นต้องนอนเยอะ ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ ก็ควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

แล้วทารกจะพัฒนาต่อไปอย่างไรนะ ในสัปดาห์หน้า…

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาทางแพทย์ การวินิจฉัยหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 2, 2019 | Last Modified: มกราคม 2, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย