สำหรับคุณแม่ที่อยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลา นี่คือข้อมูลของ พัฒนาการเด็ก สัปดาห์ที่ 23 ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยจะเติบโตอย่างไร

ลูกน้อยของคุณกำลังมีพัฒนาการในมองสิ่งของเล็กๆ และติดตามสิ่งของที่เคลื่อนที่ได้แล้ว เมื่อมาถึงจุดนี้ เด็กอาจจดจำวัตถุได้ถึงแม้จะเห็นแค่บางส่วน อย่างเช่น ของเล่นชิ้นโปรดที่วางอยู่ใต้ผ้าห่ม นี่เป็นเกมซ่อนหาที่คุณจะได้เล่นในเดือนถัดๆ ไป อีกทั้งเด็กยังสามารถไล่ตามวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ คุณอาจสังเกตเห็นว่าลูกน้อยสามารถเอื้อมหยิบสิ่งของที่วางบนโต๊ะ ถ้าคุณจับเด็กไว้ใกล้สิ่งของนั้น ถ้าเด็กหยิบได้ชิ้นหนึ่งแล้ว เขาก็จะไล่ล่าหาชิ้นที่สองต่อไป

ในสัปดาห์ที่ 23 นี้ ลูกน้อยของคุณสามารถ…

  • นั่งได้ด้วยตัวเอง
  • สนใจวัตถุขนาดเล็กและติดตามวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่
  • จดจำวัตถุได้เมื่อเห็นเพียงแค่บางส่วน เช่น ของเล่นที่ชื่นชอบแม้จะถูกซ่อนไว้ใต้ผ้าห่ม
  • จับสิ่งของได้ถ้าคุณพาเข้าไปใกล้ๆ

ควรดูแลลูกน้อยอย่างไร

ในสัปดาห์ที่ 23 เด็กกำลังเริ่มมองเห็นสีสัน การอ่านหนังสือที่มีหลากสีสัน หรือเล่นตัวต่อที่มีสีสันสดใส จะช่วยให้ลูกน้อยเรียนรู้เกี่ยวกับสีได้

ปรบมือและและให้อะไรกับลูกน้อยเพื่อการเรียนรู้ ขอให้เป็นอะไรใหม่ๆ ก็ช่วยเพิ่มการรับรู้ และเดารูปร่างลักษณะของสิ่งของได้แล้ว 

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไร

คุณหมอส่วนใหญ่จะไม่มีการนัดหมายเพื่อตรวจสุขภาพในช่วงเดือนนี้ คิดในแง่ที่ดีคือเด็กยังไม่มีอาการอะไรที่น่าเป็นห่วง แต่ในทางกลับกัน คุณอาจจะไม่ทราบว่าลูกน้อยมีพัฒนาการไปถึงขนาดไหนแล้ว จึงควรจดข้อสงสัยเอาไว้ เพื่อปรึกษาคุณหมอในการนัดครั้งถัดไป แต่ควรโทร.หาคุณหมอทันทีถ้าคุณมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น และทำให้คุณรู้สึกเป็นกังวล

สิ่งที่ควรรู้

ทำความเข้าใจกับแผนภูมิการเจริญเติบโต

คุณหมอจะสรุปการเจริญเติบโตโดยรวมของลูกน้อย โดยการชั่งน้ำหนัก วันส่วนสูง วัดขนาดศีรษะ และนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลทั่วไปและข้อมูลของเด็กก่อนหน้านี้ ถ้ามีผลที่แตกต่างกันมาก ก็อาจบ่งบอกได้ว่าเด็กมีปัญหาทางสุขภาพ ซึ่งอาจส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหาร คุณหมออาจใช้อัตราการเจริญเติบโต เพื่อพิจารณาว่าลูกน้อยของคุณเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อเทียบกับเด็กวัยเดียวกัน

ไม่ต้องกังวลถ้าลูกน้อยของคุณมีน้ำหนักหรือส่วนสูงไม่ได้ตามเกณฑ์ เด็กแต่ละคนจะมีอัตราการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน เด็กอาจมีพัฒนาการช้าในช่วงอายุนี้ เมื่อโตขึ้นจึงจะมีพัฒนาการที่เร็วขึ้น ความเร็วในการพัฒนาและดัชนีมวลกายอาจขึ้นอยู่กับพันธุกรรม นอกจากนี้สุขภาพของเด็กยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น สภาพแวดล้อม อารมณ์ และกิจกรรม ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ ก็ควรปรึกษาคุณหมอ

การดึงใบหู

นิ้วมือกับมือ นิ้วเท้ากับเท้า และหู คือส่วนที่ทำให้เด็กเกิดความอยากรู้อยากเห็น ลูกน้อยจะเริ่มสำรวจร่างกายส่วนต่างๆ ของตัวเอง ถ้าลูกน้อยดึงหูพร้อมกับมีอาการหงุดหงิดหรือมีไข้ ก็ไม่ต้องเป็นกังวลอะไร นั่นอาจเป็นสัญญานที่บ่งบอกว่ามีอาการไม่สบายหรือเป็นไข้ ลูกน้อยอาจเกิดการติดเชื้อทางหูหรือมีฟันงอก และควรแจ้งคุณหมอทันทีถ้ามีอาการผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น

โรคผิวหนังอักเสบ

ลูกน้อยอาจทรมานจากโรคผิวหนังอักเสบเรื้องรัง ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ทั่วไป โดยจะทำให้ผิวหนังหยาบกร้านและคันเป็นหย่อมๆ

ข้อมูลต่อไปนี้คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณรับมือกับโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังของลูกน้อยได้

  • ตัดเล็บ: ตัดเล็บของลูกน้อยให้สั้นที่สุด เพื่อลดความเสียหายถ้าลูกน้อยทำการเกาบนผิวหนัง
  • อาบน้ำให้น้อยลง: การสัมผัสกับสบู่และน้ำเป็นเวลานานๆ อาจทำให้ผิวแห้งมากขึ้นได้ จึงควรจำกัดเวลาการอาบน้ำไม่ให้เกิน 10-15 นาที และควรใช้สบู่สูตรอ่อนโยนด้วย คุณไม่ควรให้ลูกน้อยแช่น้ำสบู่เป็นเวลานาน หลังจากอาบน้ำเสร็จก็ควรทามอยส์เจอไรเซอร์ให้ลูกน้อยทันที
  • ทาโลชั่น: ทาโลชั่นลงไปเยอะๆ เพื่อลดอาการระคายเคืองหลังอาบน้ำเสร็จ ซึ่งเป็นช่วงที่ผิวเด็กยังชื้นๆ อยู่ แต่ไม่ควรใช้น้ำมันหรือปิโตเลี่ยม เจลลี่ในการทาตัวเด็ก
  • ปรับสภาพแวดล้อม: อากาศที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดอาจทำให้อาการผิวหนังอักเสบแย่ลงได้ จึงไม่ควรพาลูกน้อยออกนอกบ้านในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย อย่าปล่อยให้บ้านของคุณร้อนหรือเย็นจนเกินไป และใช้เครื่องทำความชื้นเพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศ
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่ทำมาจากผ้าฝ้าย: เหงื่ออาจทำให้โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังมีอาการแย่ลงได้ จึงไม่ควรให้ลูกน้อยใส่เสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ ขนสัตว์ หรือใส่เสื้อผ้าหลายๆ ชั้น
  • ปรับเปลี่ยนอาหารการกิน: คุณควรปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนอาหาร ที่อาจทำให้งโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังมีอาการแย่ลง

สิ่งที่ต้องเป็นกังวล

ต้องกังวลในเรื่องใด

เก้าอี้ทานอาหารสำหรับเด็ก

ไม่มีวิธีไหนที่จะป้อนอาหารลูกน้อยได้โดยไม่หกเลอะเทอะ คุณอาจคิดว่าการป้อนอาหารเด็กบนตักของคุณนั้นคือวิธีที่ดีที่สุด แต่นั่นยิ่งทำให้สกปรกเลอะเทอะและไม่เวิร์คเลย วิธีที่ดีที่สุดคือให้ลูกน้อยทานอาการบนเก้าอี้ป้อนอาหาร ที่มีสายรัดเพื่อความปลอดภัย คุณควรจับตาดูลูกน้อยอยู่ตลอดเวลา เพราะถึงแม้จะมีสายรัด แต่ก็อาจเกิดอุบัติเหตุพลัดตกลงมาได้ ลูกน้อยวัยนี้อาจยังไม่สามารถนั่งได้ตัวตรงได้ และยังต้องมีอะไรช่วยพยุงเอาไว้ เมื่อลูกน้อยของคุณสามารถนั่งได้เองแล้ว ให้ลองปรับเปลี่ยนหาเก้าอี้สำหรับเด็กที่สูงขึ้นได้

แล้วทารกจะพัฒนาต่อไปอย่างไรนะ ในสัปดาห์หน้า…

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาทางแพทย์ การวินิจฉัยหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 2, 2019 | Last Modified: มกราคม 2, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน