ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลาล่ะก็ นี่คือข้อมูล พัฒนาการเด็ก สัปดาห์ที่ 26 ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยจะเติบโตอย่างไร

ในสัปดาห์ที่สองของเดือนที่หก ลูกน้อยของคุณอาจจะสามารถ…

  • ใช้สองขารับน้ำหนักตัวได้มากขึ้นเวลาที่ถูกจับให้ยืนตรง
  • นั่งได้โดยไม่ต้องให้ใครช่วย
  • หันไปตามทิศทางของเสียงที่ได้ยิน
  • ทำอะไรตลกๆ ด้วยการพ่นน้ำลาย

ควรดูแลลูกน้อยอย่างไร

ลูกอาจจะชอบใช้มือข้างหนึ่งไปซักพักนึง แล้วเปลี่ยนไปใช้มืออีกข้างหนึ่ง แต่อาจจะยังบอกไม่ได้ว่าลูกน้อยถนัดมือข้างไหน จนกว่าเขาจะมีอายุประมาณสองถึงสามขวบ อย่าพยายามบังคับเรื่องนี้กับลูก เพราะมือข้างที่ถนัดนั้นถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ตอนอยู่ในครรภ์แล้ว ถ้าคุณบังคับให้ลูกใช้มือข้างที่ไม่ถนัด จะทำให้เกิดความสับสนและนำไปสู่ปัญหาต่างๆ ในภายหลัง ซึ่งก็ได้แก่…ตาและมือทำงานไม่ประสานกัน เกิดปัญหาเรื่องความคล่องแคล่ว และมีผลกระทบต่อความสามารถในการเขียนหนังสือในภายหลัง

ถ้าคุณต้องการสอนภาษามือให้ลูกน้อย ตอนนี้ก็ถือเป็นโอกาสอันดี การช่วยให้ลูกน้อยมีเครื่องมือในการแสดงออก จะทำให้เขาคลายความอึดอัดลงได้ เริ่มต้นด้วยการใช้มือส่งสัญญานคำง่ายๆ เช่น “หนังสือ” (หงายฝ่ามือสองข้างแล้วเกาะเกี่ยวไว้ด้วยกัน) หรือคำว่า “หิว” (ใช้มือวางบนท้อง)

เด็กชอบทำอะไรเลียนแบบผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในเรื่องเสียงและภาษา บางครั้งคุณอาจปล่อยให้ลูกน้อยเป็นคนควบคุมเกมส์ แล้วคุณเป็นคนทำเสียงเลียนแบบลูกน้อยก็ได้

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไร

แพทย์จะทำการตรวจสอบทางร่างกายโดยรวม ใช้เทคนิคการวินิจฉัยและขั้นตอนที่แตกต่างกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพของลูกน้อย แพทย์หรือพยาบาลจะตรวจสอบตามรายการต่อไปนี้ทั้งหมดหรือบางรายการ

  • การตรวจร่างกาย ซึ่งรวมถึงการตรวจอะไรที่เคยเป็นปัญหาซ้ำด้วย นับจากนี้เป็นต้นไป คุณหมอจะทำการตรวจในปากของลูกน้อย เพื่อดูว่าฟันซี่ไหนที่ขึ้นแล้วหรือกำลังจะขึ้น
  • ประเมินการเจริญเติบโต ซึ่งคุณหมอจะใช้วิธีสังเกต และการบอกเล่าของคุณ เพื่อตรวจสอบพัฒนาการของเด็ก อย่างเช่น การควบคุมศีรษะในขณะนั่ง การมองเห็น การได้ยิน การหยิบจับสิ่งของ การคุ้ยเขี่ยบนสิ่งของเล็กๆ การกลิ้งตัว การใช้ขารับน้ำหนัก การตอบสนองของลูกน้อย และคุณอาจพยายามทำให้เด็กพูด เพื่อที่จะได้ยินเสียง

สิ่งที่ควรรู้

วิตามินและอาหารเสริม

วิตามินดีเหมาะสำหรับเด็กวัยกำลังดื่มนม และคนที่ดื่มนมน้อยกว่า 960 มิลลิลิตรต่อวัน ถึงแม้ว่าร่างกายจะสร้างวิตามินดีเองได้ตอนที่ร่างกายโดนแสงแดด แต่จะดีกว่าถ้าเลี่ยงไม่ให้เด็กได้รับแสงแดดมากเกินไป เพราะผิวของเด็กบอบบางและไวต่อความรู้สึก ทุกๆ นาทีที่โดนแสงแดดนั้นจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งผิวหนังและเกิดรอยย่นบนผิว การทาครีมกันแดดช่วยปกป้องผิวให้ลูกน้อยได้ก็จริง แต่นั้นก็เป็นการยับยั้งไม่ให้ร่างกายสร้างวิตามินดีขึ้นมา

สำหรับวิตามินชนิดอื่นๆ คุณหมออาจจะแนะนำให้ใช้หรือไม่ก็ได้ วิตามินเสริมอาจมีความจำเป็นต่อเด็กที่คลอดก่อนกำหนด มีน้ำหนักแรกเกิดน้อย มีขนาดตัวเล็กตอนยังอยู่ในครรภ์ ไม่ค่อยดื่มนม รับประทานอาหารน้อยกว่าเด็กในวัยเดียวกัน หรือมีปัญหาเรื้อรังเกี่ยวกับสุขภาพ ที่ส่งผลกระทบต่อการกินและการย่อยอาหาร ถ้าคุณมีข้อสงสัยอะไรก็ควรปรึกษาคุณหมอ

คุณควรปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับปริมาณในการทานวิตามิน ไม่ควรให้เด็กรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมสำหรับผู้ใหญ่ แม้ว่าคุณจะลดปริมาณลงแล้วก็ตาม

คุณควรใช้วิตามินตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น การใช้วิตามินหรือยาเกินขนาดอาจส่งผลกระทบต่อการดูดซึมสารอาหาร หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายได้

การขับถ่ายเปลี่ยนไป

พ่อแม่ของเด็กที่ยังไม่หย่านมอาจจะตกใจที่อุจจาระของเด็ก เปลี่ยนจากเนื้อนุ่มๆ ไปเป็นเนื้อแข็ง มีสีดำ และส่งกลิ่นเหม็น แต่นี่ถือเป็นเรื่องปกติ ถึงแม้อุจจาระของเด็กที่กินนมแม่จะยังคงมีเนื้อนุ่มกว่าอุจจาระของเด็กที่ดื่มนมขวด จนกว่าจะถึงช่วงเวลาหย่านม คุณควรรู้เอาไว้ว่าอุจจาระรวมทั้งอาหารของลูกน้อย จะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้แบบเดียวกับของผู้ใหญ่

การดูแลสุขภาพฟัน

เพื่อสุขภาพฟันที่ดีของลูกน้อย คุณควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้:

  • ไม่ควรให้ลูกดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาล ถึงแม้จะให้ดื่มตอนที่ฟันยังไม่ขึ้นก็ตาม เพราะจะทำให้ลูกน้อยติดรสหวาน ให้ลูกน้อยดื่มน้ำผลไม้แทนเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลจะดีกว่า โดยนำน้ำผลไม้มาผสมกับน้ำเปล่าให้เจือจางก่อน
  • เมื่อลูกน้อยมีฟันขึ้นแล้ว ก็อย่าปล่อยให้ลูกนอนหลับไปทั้งๆ ที่ยังดูดขวดนมคาปากอยู่ ไม่ว่าขวดนมนั้นจะใส่นมหรือน้ำผลไม้ก็ตาม ถ้าคุณให้ลูกดื่มนมหรือน้ำผลไม้ก่อนนอน อย่าลืมให้เขาดื่มน้ำเปล่าด้วย เพราะน้ำเปล่าปลอดภัยต่อฟันของเด็กมากกว่า
  • อย่าปล่อยให้เด็กปีนป่ายหรือนอนกลิ้งไปพร้อมกับการดูดขวดนมหรือจุกนมตลอดเวลา เนื่องจากการกระทำดังกล่าวจะทำให้สุขภาพฟันเสีย ให้ลูกดูดขวดนมในระหว่างมื้ออาหารหรือระหว่างรับประทานของว่างจะดีกว่า และต้องให้ในเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมด้วย เช่น ตอนที่คุณอุ้มเขาไว้ ตอนที่นั่งอยู่บนที่นั่งสำหรับเด็ก บนเก้าอี้ และเมื่อลูกเปลี่ยนมาใช้แก้วแล้วก็ต้องปฏิบัติแบบเดียวกันด้วย
  • อย่าปล่อยให้ลูกดูดนมจากอกคุณตลอดคืน การดื่มนมทั้งคืนจะทำให้ฟันผุได้
  • คุณควรเลิกใช้ขวดนมเมื่อลูกอายุมีอายุหนึ่งขวบขึ้นไป

สิ่งที่ต้องเป็นกังวล

ต้องกังวลในเรื่องใด

เมื่อลูกไม่ยอมดื่มนมจากขวด

ลองใช้เคล็ดลับต่อไปนี้ เพื่อให้ลูกรู้สึกคุ้นชินกับการดื่มนมจากขวด

  • ให้ลูกดื่มนมตอนที่หิว
  • อย่าป้อนนมตอนที่ลูกน้อยอิ่ม
  • ทำเป็นไม่สนใจลูกบ้าง
  • ให้ลูกเล่นก่อนจะดื่มนมจากขวด
  • อย่าลูกดื่มนมจากอกแม่อีกต่อไป
  • ลองใส่เครื่องดื่มอื่นที่ลูกชอบในขวดนม
  • แตะตัวลูกเบาๆ เป็นการกล่อมให้ลูกนอน
  • รู้ว่าเวลาไหนที่ควรตามใจเขา

แล้วทารกจะพัฒนาต่อไปอย่างไรนะ ในสัปดาห์หน้า…

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาทางแพทย์ การวินิจฉัยหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 2, 2019 | Last Modified: มกราคม 2, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน