ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน และอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลา นี่คือข้อมูลของ พัฒนาการเด็ก สัปดาห์ที่ 33 ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยจะเติบโตอย่างไร

ตอนนี้ลูกของคุณมีอายุได้ 8 เดือนแล้ว และควรใช้ขารับน้ำหนักตัวเองในขณะยืนได้แล้ว เขาสามารถหันไปตามทิศทางที่มาของเสียง และมองหาของที่ทำตกได้ ความสามารถในการเคลื่อนไหวนี้จะทำให้เขาหกล้มหรือกระแทกโน่นกระแทกนี้ได้ง่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในสำหรับเด็ก คุณอาจจะรู้สึกใจหายใจคว่ำ แต่การนั่งมองดูเขาสำรวจสิ่งรอบตัว และค้นหาข้อจำกัดของตัวเอง ก็นับว่าเป็นความเพลิดเพลินอย่างหนึ่งเลยนะ

ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนที่ 8 นี้ ลูกน้อยของคุณอาจจะสามารถ…

  • ใช้ขารับน้ำหนักตัวเวลายืนตรงได้
  • ทานขนมปังกรอบได้เอง
  • ใช้นิ้วหยิบของแล้วกำไว้ในมือ (ควรเก็บของอันตรายให้พ้นมือเด็ก)
  • หันไปตามทิศทางของเสียง
  • มองหาของที่ทำตกหล่น

ควรดูแลลูกน้อยอย่างไร

สัญชาตญาณแรกของคุณคือการปกป้องลูกน้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมชาติ วิธีเลี้ยงดูที่ดีที่สุดก็คือให้เขามีโลกส่วนตัวในการเติบโตและเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยให้เด็กพึ่งพาตัวเองได้ นี่ไม่ได้หมายความคุณต้องปล่อยให้เขาอยู่เพียงลำพังหรอกนะ คุณสามารถสร้างบรรยากาศที่มีความปลอดภัยขึ้นมาได้ โดยนึกภาพเอาว่าอะไรที่จะเป็นอันตรายในขนาดความสูงของลูกน้อย แล้วหาทางแก้ไขจนไม่เป็นอันตราย ซี่งอาจจะแก้ปัญหาด้วยการเก็บของที่ตกแตกง่ายไว้ในที่ที่เขาเอื้อมไม่ถึง รวมทั้งเก็บของที่เป็นอันตรายไว้ในตู้ที่ล็อกกุญแจเอาไว้

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไร

คุณอาจไม่มีตารางการนัดพบแพทย์ในช่วงนี้ แต่ถ้าความกังวลใจเร่งเด่วนเกิดขึ้น ก็ไม่ควรรอจนกว่าจะถึงเวลานัดครั้งต่อไป นับเป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณจะต้องพูดคุยกับคุณหมอทันที

ถ้าคุณคิดว่าลูกน้อยมีพัฒนาการที่ไม่ปกติ ก็จดสัญญานที่ทำให้รู้สึกเป็นกังวลเอาไว้ แล้วพูดคุยกับคุณหมอในเรื่องนี้ คุณอาจต้องปรึกษากับแพทย์ที่เชี่ยวชาญทางด้านพัฒนาการทางการพูดของเด็ก จงเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเอง บางครั้งพัฒนาการที่ช้าไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร เด็กบางคนก็ต้องการเวลาที่จะไล่ตามเด็กคนอื่นให้ทัน

สิ่งที่ควรรู้

การคลาน

ลูกของคุณกำลังคืบ (ใช้พุงดันตัวเองไปรอบๆ) คลาน หรือเคลื่อนที่โดยการกระเถิบก้น ใช้มือยันข้างหลังแล้วใช้ขากระเถิบไปข้างหน้า เพื่อผลักดันตัวเองให้เคลื่อนที่

การคืบคือวิธีแรกที่ลูกน้อยใช้ผลักดันตัวเองไปรอบๆ อย่างได้ผล โดยปกติแล้ว เด็กมักจะเรียนรู้การใช้มือดันตัวเองก่อน จากนั้นก็เรียนรู้ที่จะลุกขึ้นโดยใช้มือและหัวเข่า จากนั้นเขาก็จะเรียนรู้วิธีเคลื่อนไหวไปข้างหน้าและข้างหลังด้วยการใช้เข่าดัน

ตัวแปรสำคัญเหล่านี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรง ซึ่งจะทำให้เขาเดินได้ในไม่ช้า ไม่ว่าเขาจะเคลื่อนไหวด้วยวิธีไหน ก็นับเป็นความน่าประทับใจมากที่เห็นเขาใช้สติปัญญาในการเคลื่อนไหวไปรอบๆ

การยืน

ลูกของคุณอาจจะสามารถรั้งตัวเองให้ยืนขึ้นโดยจับเฟอร์นิเจอร์เอาไว้ ถ้าคุณปล่อยให้เขาอยู่ข้างโซฟา เขาก็อาจใช้เป็นที่รั้งตัวเองให้ยืนขึ้น ถึงแม้ว่าจะยืนได้ไม่มั่นคงนักก็ตาม

ในช่วงวัยนี้ พ่อแม่บางคนอาจให้ลูกน้อยใช้เครื่องช่วยเดิน แต่นั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย เนื่องจากเครื่องช่วยเดินนั้นไม่มีความปลอดภัย ลูกน้อยอาจใช้เครื่องช่วยเดินเป็นบันไดในการหยิบของที่เอื้อมไม่ถึง อย่างเช่น เตาหุงต้มร้อนๆ หรือขวดน้ำยาฟอกผ้าขาว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังหมดโอกาสที่จะได้เล่นซนบนพื้น เพื่อจะได้เรียนรู้การคลาน การดึงตัวขึ้นมา หรือเดินสำรวจไปรอบๆ โดยกายยึดเฟอร์นิเจอร์เอาไว้ ซึ่งกิจกรรมทั้งหลายแหล่นั้นจะช่วยสร้างพัฒนาการในการเดินในเข้าได้

ปลอดภัยไว้ก่อน

ความสามารถใหม่ในการเคลื่อนที่นี่ อาจหมายถึงการที่ลูกน้อจะต้องพุ่งชน และหกล้มได้ง่ายขึ้นด้วย ตอนนี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะในการเคลื่อนย้ายผ้าม่านและสายไฟให้อยู่ห่างจากเด็ก หาอะไรมาหุ้มมุมโต๊ะที่แหลมๆ เอาไว้ซะ ใช้กุญแจล็อกที่นั่งชักโครกเอาไว้ ยกต้นไม้ที่อาจเป็นอันตรายไว้ในที่ที่สูงขึ้น ทำความสะอาดผงซักฟอกและยาที่อาจเกิดพิษภัยต่อเด็ก รวมทั้งหาอะไรมาอุดปลั๊กไฟฟ้าเอาไว้ และติดตั้งแผงกั้นเพื่อความปลอดภัยบนบันไดขึ้นสูงสุดและขั้นล่างสุดด้วย

พัฒนาการช้า

พัฒนาการล่าช้าเกิดขึ้นเมื่อเด็กมีความสามารถในการนั่ง คลาน เดิน และพูดช้าได้ช้ากว่าปกติ นี้อาจไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ถึงพัฒนาการช้าก็ได้ เนื่องจากเด็กส่วนใหญ่จะฟื้นฟูตัวเองได้เร็ว ยกตัวอย่างเช่น ในเด็กที่เกิดก่อนกำหนดนั้น พัฒนาการของเด็กอาจจะช้าเมื่อเทียบกับเด็กคนอื่นๆ แต่เมื่อเขาเติบโตขึ้นความสูงและน้ำหนักก็จะเป็นปกติ

กระบวนการของพัฒนาการของแต่ละคนนั้น มักจะมีลักษณะเฉพาะของเด็กแต่ละคน ถึงแม้ว่ามักจะพัฒนาการทางด้านทักษะที่คล้ายคลึงเกิดขึ้นในกระบวนการนั้น เด็กบางคนพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว อย่างเช่น การนั่งได้ก่อน ในขณะที่เด็กคนอื่นๆ อาจพัฒนาในการหยิบจับสิ่งของอันเล็กๆ ได้เร็วกว่า  เด็กบางอาจเดินได้ช้าแต่สามารถตรวจจับเสียงได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เมื่อวันเวลาผ่านไปลูกน้อยก็จะมีพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจต่อไปได้

อย่างไรก็ตามคุณควรให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ทางภาษาที่ล่าช้า เพราะนั่นอาจเป็นผลมาจากการขาดการสื่อสารกับผู้ใหญ่ เด็กมีปัญหาทางการได้ยิน เป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างน้อย อย่างเช่น กระดูกสันหลังเกิดความผิดปกติ หรือมีความผิดปกติทางการสื่อสารและอารมณ์

ถ้าคุณคิดว่าลูกของคุณมีพัฒนาการช้าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับกระบวนการพัฒนาตามปกติ คุณก็ควรให้เวลาในการเรียนรู้ทางภาษา และการพัฒนาทางกายภาพ ตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเอาไว้ หรืออาจทำการประเมินพัฒนาการทางการได้ยินและการมองเห็นของเด็กก่อน 

สิ่งที่ต้องเป็นกังวล

ต้องกังวลในเรื่องใด

หากลูกน้อยของคุณคลานไปรอบๆ และดึงทุกสิ่งทุกอย่างเล่น และคุณไม่สามารถตามไปเก็บกวาดได้ ก็ไม่ต้องเป็นกังวล ลองใช้ขั้นตอนต่อไปนี้ เพื่อทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น

  • เริ่มต้นด้วยความปลอดภัย: ก่อนที่คุณจะปล่อยให้ลูกน้อยทำการสำรวจบ้าน คุณก็ทำให้บ้านมีความปลอดภัยซะก่อน
  • จำกัดสถานที่: คุณจะมีความสุขมากขึ้น ถ้าพยายามจำกัดขอบเขตให้สร้างความเลอะเทอะ ซึ่งก็หมายความว่าคุณสามารถปล่อยลูกน้อยวิ่งได้อย่างเสรีในห้องของตัวเอง หรือที่ใดก็ตามที่คุณกับลูกใช้เวลาร่วมกันมากที่สุด
  • ยับยั้งตัวเอง: อย่าตามเขาไปยื้อแย่งหรือเก็บของที่เขาดึงออกมาให้เข้าที่เข้าทาง เพราะนั่นจะทำให้เขาไม่พอใจ เพราะนั่นไม่เพียงแต่ทำให้เขารู้สึกได้ว่า ทุกสิ่งที่เขาทำนั้นไม่เพียงแต่รับไม่ได้ แต่ไม่มีประโยชน์อะไรเลยด้วย
  • อบรมเรื่องความสะอาด: โดยทำซ้ำแล้วซ้ำอีกไปเรื่อยๆ ไม่ต้องทำความสะอาดอย่างจริงจังอะไร แค่หยิบของเล่นขึ้นมาชิ้นสองชิ้นหลังเขาเล่นเสร็จแล้ว และบอกเขาว่า “ช่วยเก็บของให้เข้าที่เข้าทางได้มั้ย?(ถึงแม้เขาจะไม่เข้าในใจสิ่งที่คุณพูดก็ตาม)
  • ปล่อยให้เขาเล่นซน: อย่าบ่นว่าอะไรยืดยาว เพราะจะทำให้เขารู้สึกว่าการแสดงออกตามธรรมชาติ หรืออาการอยากรู้เห็นนั้นเป็นสิ่งไม่ดี ถ้าเป็นสิ่งที่คุณไม่อยากเห็นมันเกิดขึ้นอีก ก็ควรบอกให้เขารู้แบบคุณครู…ไม่ใช่ผู้พิพากษา
  • หาที่หลบภัย: คุณจะไม่สามารถตามเก็บความเสียหาย ที่ลูกน้อยสร้างขึ้นได้ทันหรอก แต่พยายามหาที่สงบๆ ในบ้านเอาไว้ซักทีนึง ซึ่ออาจจะเป็นห้องนอนของคุณหรือห้องนั่งเล่นก็ได้ โดยไม่อนุญาตให้ลูกน้อยสร้างความปั่นป่วนในห้องนี้ เพื่อที่คุณจะได้มีที่ไว้พักใจในช่วงท้ายของวัน
  • เล่นให้ปลอดภัย: คุณควรจับตาดูว่ามีอะไรที่คุกคามต่อความปลอดภัยหรือเปล่า ถ้าเด็กทำน้ำหก ก็ควรรีบเช็ดทันที เพราะอาจทำให้ลูกน้อยลื่นหกล้มได้ รวมเก็บแผ่นกระดาษและนิตยสารขึ้นทันทีที่ลูกน้อยผ่านมาเห็นเข้า ก็ควรให้ทางเดิน (โดยเฉพาะบันได) ไม่มีของเล่นหรืออะไรวางเกะกะ

แล้วทารกจะพัฒนาต่อไปอย่างไรนะ ในสัปดาห์หน้า…

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาทางแพทย์ การวินิจฉัยหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 2, 2019 | Last Modified: มกราคม 2, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน