ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน และอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลา นี่คือข้อมูลของ พัฒนาการเด็ก สัปดาห์ที่ 40 ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยจะเติบโตอย่างไร

นิสัยของลูกของคุณจะเริ่มแสดงออกในตอนนี้ เขาจะชอบเข้าสังคมมาก ยิ้มกว้างให้กับคนที่พบเจอ หรืออาจจะมีอาการอายมากขึ้นเล็กน้อย หลบหน้าเมื่อเจอคนแปลกหน้า ลูกของคุณอาจแสดงความกล้าหาญ หรือประเมินสถานการณ์ก่อนที่จะให้การยอมรับคนอื่น เขาอาจจะเกิดอารมณ์หรือเปลี่ยนอารมณ์อย่างกะทันหันก็ได้

เขาจะแสดงออกว่าต้องการความสนใจจากคุณ และอาจจะโบกมือบ๊ายบายเมื่อขาเห็นคุณเดินไปที่ประตู

ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนที่ 9 ลูกน้อยของคุณจะสามารถ…

  • เล่นลูกบอล (กลิ้งลูกบอลกลับมาให้คุณ)
  • ดื่มน้ำจากแก้วได้ด้วยตัวเอง
  • หยิบของเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ด้วยนิ้วโป้งและนิ้วชี้ (เก็บของอันตรายไว้ให้ห่างมือเด็ก)
  • ยืนนิ่งๆ ได้ด้วยตัวเองสักครู่หนึ่ง
  • ยืนเองได้แล้ว
  • พูดคำว่า “พ่อ” หรือ “แม่” ได้ชัดเจน
  • พูดคำอื่นๆ นอกเหนือจากคำว่า “แม่” หรือ “พ่อ” ได้
  • ตอบสนองต่อคำสั่ง 1 อย่าง พร้อมท่าทาง (“ส่งมาให้แม่” พูดพร้อมยื่นมืออกไป)

ควรดูแลลูกน้อยอย่างไร

เรียนรู้เกมส์สำหรับเล่นกับลูกน้อยต่อไปนี้

  • จ๊ะเอ๋
  • ตบมือ
  • ร้องเพลงและเต้น
  • ตา จมูก ปาก
  • เกมส์อื่นๆ

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไร

การตรวจร่างกายทั้งหมด เช่นเดียวกับประเภทของเทคนิคที่ใช้ในการประเมิน และกระบวนการการทำงานจะมีความหลากหลายมากเท่าที่เด็กคนหนึ่งต้องการ แต่โดยปกติคุณจะพบกับกระบวนการเหล่านี้ได้ในช่วงที่ตรวจเช็คร่างกาย

  • ขอคำแนะนำเกี่ยวกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในเดือนต่อไปในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการกิน การนอน พัฒนาการ และความปลอดภัยของเด็ก
  • คำถามที่คุณอาจต้องการถาม เช่น เมนูอาหารใหม่ๆ ที่สามารถให้เด็กกินได้ตอนนี้ ให้กินอาหารรสเปรี้ยว ปลา เนื้อ ไข่ขาว ได้เมื่อไรถ้าเด็กยังไม่เคยกินเลย เมื่อไรควรหย่านมถ้าลูกของคุดื่มนมจากขวด หรือจากอกแม่

สิ่งที่ควรรู้

ไม่มีฟัน

ดื่มด่ำกับช่วงเวลาในตอนที่ลูกน้อยยังไม่มีฟันซะ และแน่ใจได้เลยว่าเด็กอายุ 9 เดือนมากมายจะมีแต่เหงือก ถึงแม้โดยปกติฟันซี่แรกจะขึ้นเมื่อตอนอายุเจ็ดเดือน และก็สามารถขึ้นเร็วและช้าได้ตั้งแต่ 2-12 เดือน การมีฟันขึ้นช้านั้นโดยปกติมักจะเกิดจากพันธุกรรม และไม่มีผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก ฟันซี่ที่สองอาจจะขึ้นในภายหลังด้วย การที่ฟันเด็กยังไม่ขึ้นนั้นไม่จำเป็นต้องไปทำอะไร โดยเฉพาะเด็กที่เริ่มกินอาหารที่ต้องเคี้ยว เพราะเหงือกก็สามารถใช้เคี้ยวอาหารได้

ไม่มีผม

การไม่มีผมก็เหมือนกับการไม่มีฟันนั่นแหละ ในช่วงอายุนี้ถือเป็นเรื่องปกติ และจะไม่ได้เป็นอย่างนี้ไปตลอดกาล การไม่มีผมไม่ได้แปลว่าลูกของคุณจะกลายเป็นคนมีผมน้อย หรือมีหัวล้านเมื่อเขาโตขึ้น ผมของลูกน้อยจะขึ้นมาทันเวลาเอง

สิ่งที่ต้องเป็นกังวล

ต้องกังวลในเรื่องใด

ช่วงเวลาทานอาหาร

ทำเวลาอาหารให้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ปล่อยให้ลูกของคุณแสดงออกว่าชอบอาหารแบบไหนและไม่ชอบแบบไหน อย่าบังคับให้เขากินให้หมด หรือให้ลองกินทุกสิ่งอย่าง คุณควรป้อนอาหารในขณะที่ลูกอยู่บนเก้าอี้สูงสำหรับเด็ก โดยให้อยู่ห่างจากสิ่งที่รบกวนต่างๆ เช่น โทรทัศน์หรือสัตว์เลี้ยง คุณควรทุ่มเทความสนใจให้ลูกน้อย และอาจลองเติมความสนุกสนานเข้าไปเล็กน้อยด้วย นอกจากนี้ก็สามารถพูดคุยเกี่ยวกับอาหารที่เข้าใช้มือหยิบกิน หรือให้เขานับว่าเหลืออยู่บนจานเท่าไหร่ วิธีนี้จะช่วยเให้เขาเรียนรู้เรื่องสิ่งของ และการพัฒนาทางด้านภาษา

ลูกน้อยสามารถกินอาหารแบบเดียวกับที่ทุกคนในครอบครัวกิน คุณควรช่วยหั่นหรือบดอาหารให้เป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อความปลอดภัย และไม่มีส่วนผสมของสิ่งที่จะทำให้เกิดอาการแพ้ หรือสร้างปัญหาอื่นให้กับลูกน้อย นอกจากนี้ก็ควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารที่ร้อนเกินไป เพราะอาจจะลวกปากเขาได้ เด็กอาจติดใจในรสชาติอาหารแบบไหนก็ได้ และเจ้าตัวเล็กก็อาจมีความสนใจในอาหารที่คุณกินก็ได้

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะรับประทานอาหารนอกบ้าน ก็ควรเลือกร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารเด็ก ร้านอาหารหลายๆ ร้านมักจะเตรียมความพร้อมสำหรับครอบครัวอยู่แล้ว อย่างเช่น มีเก้าอี้สูงสำหรับเด็ก หรือแม้กระทั่งเตรียมของเล่นไว้ให้ลูกน้อยด้วย ถ้าคุณคิดว่าลูกน้อยจไม่ชอบสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยเสียงอึกทึก ก็ควรคำนึงถึงสิ่งนี้เวลาเลือกร้านอาหารด้วย

แล้วทารกจะพัฒนาต่อไปอย่างไรนะ ในสัปดาห์หน้า…

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาทางแพทย์ การวินิจฉัยหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 2, 2019 | Last Modified: มกราคม 2, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน