ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน และอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลา นี่คือข้อมูลของ พัฒนาการเด็ก สัปดาห์ที่ 44 ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยจะเติบโตอย่างไร

ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนที่ 10 ลูกน้อยของคุณจะสามารถ…

  • แสดงความต้องการในวิธีอื่นมากกว่าการร้องไห้
  • เล่นลูกบอล (กลิ้งลูกบอลกลับมาให้คุณ)
  • ดื่มจากแก้วด้วยตนเอง
  • หยิบสิ่งของเล็กๆ อย่างเรียบร้อยด้วยปลายนิ้วโป้งและนิ้วชี้ (เก็บสิ่งของอันตรายทุกอย่างให้พ้นมือเด็ก)
  • ยืนด้วยตัวเองดีขึ้น
  • ใช้ภาษาพูดของเด็กที่ยังไม่โต (การพูดเจื้อยแจ้วที่มีเสียงเหมือนกำลังพูดภาษาต่างประเทศอยู่)
  • พูดเป็นคำๆ นอกเหนือจากคำว่า “มาม๊า”
  • ตอบสนองต่อคำสั่งง่ายๆ ที่มีท่าทางประกอบ (“ส่งมาให้แม่นะ” แล้วยื่นมือออกไป)
  • เดินได้ดีขึ้น

ควรดูแลลูกน้อยอย่างไร

ตอนนี้ทารกเข้าใจคำสั่งง่ายๆ แล้ว แม้ว่าจะยังเฉยเมยกับคำว่า “ไม่” ในการช่วยให้คำๆ นี้มีน้ำหนักขึ้นนั้น คุณควรใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น ถึงแม้พรุ่งนี้ลูกน้อยจะจำไม่ได้แล้วว่าวันนี้คุณพูดอะไร แต่ก็ไม่ถือว่าเร็วเกินไปหรอกนะที่จะสร้างขอบเขตที่แน่นอน และเริ่มสอนความแตกต่างที่สำคัญๆ อย่างเช่น ความถูกต้องจากความผิดพลาด และความปลอดภัยจากความไม่ปลอดภัย

ใช้การตัดสินใจที่ดีที่สุดของคุณเป็นแนวทาง ถ้าลูกน้อยดึงหางแมว ก็ดึงมือเขาออก มองตาเขาและพูดว่า “อย่านะ…นั่นจะทำให้ แมวเจ็บ” จากนั้นก็จับมือลูกไปลูบหัวแมวเบาๆ แทน

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไร

แพทย์ส่วนใหญ่จะไม่นัดตรวจสุขภาพสำหรับเด็กในวัยนี้ จึงควรโทร.ปรึกษาแพทย์ ถ้ามีข้อกังวลใดๆ ที่ไม่สามารถรอให้ถึงวันนัดครั้งต่อไปได้

สิ่งที่ควรรู้

การกลั้นหายใจ

หากลูกน้อยกลั้นหายใจจนกระทั่งเป็นลม ก็ไม่ต้องเป็นกังวล เด็กที่หมดสติจากการกลั้นหายใจนั้นไม่จำเป็นต้องรักษา และถึงแม้ว่าจะไม่มีวิธีรักษาที่ได้ผล แต่นี่อาจจะเป็นวิธีป้องกันอาการลูกร้องอาละวาด ที่อาจส่งผลให้เกิดการกลั้นหายใจได้

  • คุณต้องแน่ใจว่าลูกน้อยได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เด็กที่เหนื่อยหรือถูกกระตุ้นมากเกินไป จะงอแงได้ง่ายกว่าเด็กที่พักผ่อนอย่างเต็มที่
  • เลือกการต่อสู้ของคุณ การใช้คำว่า “ไม่” มากเกินไป อาจทำให้เด็กรู้สึกไม่พอใจมากเกินไปได้
  • พยายามทำให้ลูกน้อยมีอาการสวบก่อนที่จะมีการอาละวาดเกิดขึ้น โดยใช้เสียงเพลง ของเล่น หรือสิ่งจูงใจอื่น (แต่ไม่ใช่อาหาร ซึ่งจะสร้างนิสัยไม่ดีอีกอย่างหนึ่งขึ้นมา) ในการหันเหความสนใจจากเขา
  • หาวิธีคลายเคลียดให้ลูกน้อยและคนอื่นๆ
  • อย่าตามใจลูกน้อย ถ้าเขารู้ว่าเขาจะได้รับในสิ่งที่ต้องการโดยการกลั้นหายใจ เขาจะทำซ้ำบ่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อเขาเติบโตและเริ่มมีเล่ห์เหลี่ยมมากขึ้น
  • งานวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่า บางครั้งเด็กจะเลิกกลั้นหายใจ เมื่อได้รับอาหารเสริมที่มีธาตุเหล็ก ลองปรึกษากับแพทย์ดูว่านี่เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับลูกน้อยหรือเปล่า

ถ้าการกลั้นหายใจของลูกน้อยมีอาการรุนแรง หรือกลั้นหายใจเกินหนึ่งนาที ไม่เกี่ยวข้องกับการร้องไห้ ไม่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดหรือความไม่พอใจ หรือคุณมีความกังวลด้วยเหตุผลอื่น คุณก็ต้องปรึกษาแพทย์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ร้องเท้าลูกน้อย

รองเท้าที่ใส่สบายไม่เพียงแต่ช่วยให้เดินได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันเท้าของลูกน้อยให้ปลอดภัยด้วย  คุณควรเลือกรองเท้าให้ลูกน้อยด้วยการพิจารณาสิ่งต่อไปนี้

  • มีพื้นรองเท้าที่ยืดหยุ่น
  • มีขอบต่ำ (ไม่ใช่รองเท้าหุ้มข้อ)
  • พื้นแบนไม่มีส้น และไม่ลื่น
  • มีผนังรองเท้าที่มั่นคง
  • สวมได้พอดี
  • มีรูปร่างที่ได้มาตราฐาน

การดูแลผม

การดูแลเส้นผมจะช่วยให้ลูกน้อยมีความสะอาด และสามารถป้องกันโรคบนหนังศีรษะได้ ซึ่งเคล็ดลับต่อไปนี้จะช่วยให้คุณสามารถแต่งผมลูกน้อยได้ง่ายขึ้น

  • สางผมลูกน้อยก่อนทำการสระผม เพื่อป้องกันเส้นผมพันกันหลังสระ
  • ลองใช้แชมพูที่มีคอนดิชันเนอร์ในตัว ซึ่งไม่ต้องล้างน้ำออก
  • ใช้หวีหรือแปรงซี่ห่าง ซึ่งปลายขนแปรงเคลือบด้วยพลาสติก เพื่อให้ใช้กับเส้นผมเปียกๆ ได้ง่าย
  • สางผมตั้งแต่ปลายผมขึ้นไป โดยใช้มือหนึ่งจับบริเวณโคนผมให้แน่นในขณะสางผม เพื่อลดการดึงหนังศีรษะ ซึ่งอาจทำให้ลูกน้อยรู้สึกเจ็บได้
  • อย่าใช้เครื่องเป่าผมกับผมลูกน้อย
  • อย่าถักเปียหรือมัดห้างม้าแน่นๆ เนื่องจากจะทำให้เกิดผมร่วงเป็นหย่อมๆ หรือมีผมบางได้
  • อย่าใช้กิ๊บ หรือที่หนีบผมเล็กๆ (หรือมีชิ้นส่วนอะไรที่เล็กเกินไป) ที่จะทำให้เกิดการสำลักกับเด็กได้
  • เอามัดผมหรือติดกิ๊บให้ลูกน้อยก่อนพาเขาเข้านอน
  • คุณควรตัดเล็มผมหรือพาลูกน้อยไปตัดผมที่ร้านตัดผมสำหรับเด็ก อย่างน้อยๆ สองเดือนครั้ง เพื่อช่วยให้เส้นผมงอกขึ้นมาอย่างมีสุขภาพดี
  • ควรเล็มผมม้าเมื่อเมื่องอกยาวถึงคิ้ว
  • วางแผนแต่งผมในช่วงที่ลูกน้อยไม่รู้สึกเหนื่อย หิว หรืองอแง ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นด้วยการให้เขาเล่นของเล่น ก่อนที่คุณจะเริ่มแต่งผม
  • จัดแต่งทรงผมให้ลูกน้อยหน้ากระจก เพื่อให้ลูกน้อยเห็นการกระทำของคุณ แล้วในที่สุดก็จะรู้สึกซาบซึ้งที่คุณทำการแต่งผมให้เขา

สิ่งที่ต้องเป็นกังวล

ต้องกังวลในเรื่องใด

การแสดงออกทางอารมณ์

การแสดงอารมณ์ของลูกน้อยเป็นวิธีที่เขาคิดและตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงรูปแบบการกิน รูปแบบการนอน การเข้าสังคม ความเบิกบานใจ วิธีที่เขาตอบสนองต่อการปลอบโนน รวมทั้งปัจจัยอื่นๆ เด็กบางคนจะร่าเริง บางคนก็อ่อนไหวง่ายและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ ได้ช้า ในขณะที่บางคนก็ปรี๊ดแตกได้ง่าย ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญคิดว่าการแสดงอารมณ์มักจะมีมาตั้งแต่อยู่ในท้องแล้ว ไม่ใช่เกิดจากปัจจัยภายนอก

คุณเริ่มสร้างรูปแบบของการแสดงอารมณ์ให้กับลูกน้อย เพื่อเขามีอายุได้ 3 ถึง 4 เดือน และพอถึงเดือนที่ 10 เขาก็จะมีบุคลิกที่ชัดเจนขึ้น คุณอาจจินตนาการได้อย่างแม่นยำว่าเขาจะเป็นคนแบบไหนเมื่อโตขึ้น โดยสังเกตจากการกระทำและการควบคุมอารมณ์ของเขาในสถานการณ์ต่างๆ โดยมองในภาพรวมนะ ไม่ใช่พฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่ง

ถ้าคุณมีอะไรที่ทำให้รู้สึกเป็นกังวลกับการแสดงอารมณ์ของลูกน้อย หรืออยากจะแก้ไขพฤติกรรมที่น่าอายให้เขา คุณก็ควรทำความเข้าใจ…ไม่ใช่ไปตัดสินเขา อย่าไปตราหน้าเขา วิพากษ์วิจารณ์เขา หรือทำให้เขารู้สึกด้อยค่าหรือไม่ดี คุณควรให้ความเห็นใจและให้กำลังใจเขา เวลาที่เขาทำอะไรออกมาแล้วดูไม่ดี คุณควรรู้เอาไว้ว่าคุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงนิสัยตามธรรมชาติของเขาได้ ถึงแม้ว่าคุณสามารถส่งเสริมพฤติกรรมบางอย่าง และช่วยให้เขาเรียนรู้วิธีที่จะช่วยสนับสนุนการแสดงอารมณ์ของเขา สิ่งเหล่านี้คือการเปลี่ยนแปลงลูกน้อยของคุณ และสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ในการดูแลเขา

แล้วทารกจะพัฒนาต่อไปอย่างไรนะ ในสัปดาห์หน้า…

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาทางแพทย์ การวินิจฉัยหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 2, 2019 | Last Modified: มกราคม 2, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน