ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลาล่ะก็ นี่คือข้อมูล พัฒนาการเด็ก สัปดาห์ที่ 6 ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยจะเติบโตอย่างไร

การยิ้มคือภาษาสากล ฉะนั้นเตรียมตัวรอรับรอยยิ้มที่มองไม่เห็นฟันจากลูกของคุณเป็นรางวัลได้เลย รอยยิ้มนี้อาจทำให้คุณหัวใจละลายได้ ในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนแรก ลูกน้อยของคุณอาจอาจแสดงอาการตอบสนองบางอย่างต่อเสียงกดกริ่งได้แล้ว อย่างเช่น การจ้องมอง ร้องไห้ หรือนิ่งเงียบ

ควรดูแลลูกน้อยอย่างไร

ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับส่วนใหญ่แนะนำให้พาลูกเข้านอนในขณะที่ยังตื่นอยู่แต่มีอาการงัวเงีย วิธีนี้จะช่วยให้ลูกน้อยเรียนรู้ที่จะกล่อมตัวเองให้นอนหลับได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากเวลาที่เขาตื่นขึ้นมากลางดึก คุณสามารถช่วยให้เขาไปถึงจุดนั้นได้เร็วขึ้น ด้วยการสร้างนิสัยการนอนที่ดีให้เขาตั้งแต่ต้น อย่างเช่น การทำกิจวัตรก่อนเข้านอนด้วยการอาบน้ำอุ่นให้สบาย นวดเนื้อนวดตัว หรือเล่านิทานให้ลูกน้อยฟัง กิจวัตรพวกนี้ยังช่วยสร้างบุคลิกที่ไม่ต้องพึ่งใครให้แก่ลูกน้อยด้วย

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไร

คุณหมออาจอาจทำการตรวจสอบต่างๆ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสุขภาพของลูกคุณว่าตอนนั้นเป็นยังไง ถ้าคุณมีนัดไปพบคุณหมอในช่วงสัปดาห์นี้ ก็ควรปรึกษากับคุณหมอในเรื่องต่อไปนี้

  • ถ้าลูกน้อยของคุณมีน้ำหนักตัวขึ้นช้า หรือเป็นโรคอะไร
  • ถ้าคุณรู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ พฤติกรรม การนอนหลับ และการป้อนอาหารให้แก่ลูกน้อย ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา 

สิ่งที่ควรรู้

  • อาหารสำหรับเด็ก

ไม่ต้องเป็นกังวลถ้าคุณไม่มีน้ำนมให้ลูกกิน เด็กที่กินนมจากขวดก็สามารถมีสุขภาพดี มีความสุข และทำน้ำหนักได้อย่างเหมาะสม ถ้าเขาได้รับนมอย่างพอเพียง ถ้าให้นมมากไปเขาก็จะกลายเป็นเด็กอ้วน และอาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆได้ ถ้าลูกน้อยบ้วนนมทิ้ง ปวดท้อง หรือมีน้ำหนักตัวมากเกิน เขาอาจกินนมในปริมาณที่มากเกินไปแล้ว แพทย์ที่ให้การดูแลลูกของคุณอยู่นั้น สามารถบอกได้ว่าคุณควรจะให้นมลูกแต่ละครั้งในปริมาณเท่าไร

นอกจากนี้คุณหมออาจแนะนำให้ลูกน้อยของคุณกินอาหารเสริมและวิตามินต่างๆ อย่างเช่น วิตามินดีและธาตุเหล็ก

  • ท่าทางการนอนหลับ

การนอนหงายคือท่าทางการนอนที่เหมาะที่สุด ผลการศึกษาวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า คนที่นอนหงายจะเป็นไข้น้อยกว่า มีปัญหาทางระบบทางเดินหายใจน้อยกว่า มีอาการติดเชื้อในหูน้อยกว่า และไม่มีแนวโน้มจะอาเจียนในช่วงกลางคืน ฉะนั้นก็ฝึกให้ลูกน้อยนอนหงายซะตั้งแต่เดี๋ยวนี้ เขาจะได้คุ้นเคยและรู้สึกสบายในท่านี้ตั้งแต่แรก

  • การหายใจของทารก

อัตราการหายใจของทารกแรกเกิดจะอยู่ที่ 40 ครั้งต่อนาทีในเวลาตื่น ส่วนในเวลาที่ลูกหลับอยู่นั้น การหายใจอาจช้าลงถึง 20 ครั้งต่อนาที แต่สิ่งที่คุณต้องระวังให้ดีก็คือจังหวะการหายใจที่ผิดปกติในขณะนอนหลับ ลูกน้อยอาจหายใจเร็ว โดยหายใจเร็วเป็นช่วงสั้นๆ 15 ถึง 20 วินาทีแล้วหยุดในช่วยระยะเวลาไม่เกิน 10 วินาที แล้วหายใจอีกครั้ง การหายใจในรูปแบบนี้เรียกว่าการหายใจเร็ว ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา และมีสาเหตุมาจากศูนย์ควบคุมการหายใจในสมองยังพัฒนาไม่เต็มที่

  • สุขอนามัยของสะดือ

การติดเชื้อในสะดือนั้นเป็นอะไรที่พบได้น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณดูแลความสะอาด และทำให้สะดือของลูกน้อยแห้งอยู่เสมอ ถ้าคุณสังเกตเห็นผิวหนังโดยรอบหรือสายสะดือมีอาการแดงขึ้น หรือมีของเหลวไหลออกจากส่วนล่างของสายสะดือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสะดือมีกลิ่นเหม็น ก็ควรพาไปพบคุณหมอทันที ถ้าลูกของคุณมีอาการติดเชื้อ คุณหมอก็จะสั่งยาปฏิชีวนะให้ลูกน้อยของคุณกิน โดยปกติแล้ว สายสะดือจะแห้งและหลุดออกเองภายในหนึ่งหรือสองสัปดาห์หลังคลอด เมื่อสายสะดือหลุดออก คุณอาจสังเกตเห็นเลือดไหลออกมาเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดามาก และไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลอะไร แต่ถ้าสะดือไม่ปิดสนิทและไม่แห้งภายใน 2 สัปดาห์ หลังจากที่สายสะดือหลุดออกไปแล้ว ก็ควรพาลูกน้อยไปพบคุณหมอ เพื่อจะได้รับการดูแลและความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

สิ่งที่ต้องเป็นกังวล

ควรกังวลในเรื่องใด

การนอนของทารก

ไม่มีอะไรจะทำให้คุณมีความสุขได้มากกว่าการได้เฝ้ามองลูกน้อยเคลิ้มหลับอีกแล้ว แต่ถ้าลูกของคุณหลับอยู่ในอ้อมแขนในขณะที่คุณมีอย่างอื่นต้องทำล่ะก็ ให้ย้ายลูกน้อยไปวางที่เตียงเบาๆ และรอสัก 10 นาทีจนกว่าเขาจะหลับลึก จากนั้นก็…

  • นำลูกของคุณไปวางไว้บนที่นอนสูงๆ ในช่วงสัปดาห์แรกๆ นั้น คุณควรใช้ที่นอนอย่างอื่นแทนเปลเด็ก อย่างเช่น รถเข็นเด็ก หรือเปลนอนชนิดเข็นได้ ซึ่งจะช่วยให้สามารถยกทารกเข้าออกได้ง่ายขึ้น
  • ลดแสงในห้องนอนของลูกน้อย
  • ถ้าคุณต้องย้ายลูกน้อยไปนอนในที่ไกลๆ ก็เป็นไปได้ว่าจะตื่นขึ้นมาก่อนที่คุณจะพาไปถึง ฉะนั้นจึงควรป้อนอาหาร หรือกล่อมลูกน้อยให้ใกล้กับเปลนอนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • ป้อนอาหารหรือกล่อมลูกน้อยในท่าที่คุณสามารถพาเขาลงไปนอนในเปลได้ง่ายที่สุด
  • คอยเฝ้าดูลูกน้อยของคุณ
  • ร้องเพลงกล่อมเด็ก

การร้องไห้

ในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนแรกนี้ ลูกน้อยอาจจะยังร้องไห้อยู่ มีวิธีมากมายที่ช่วยกล่อมลูกน้อยให้หยุดร้องไห้ได้ แต่แทนที่จะทำโน่นทำนี่หลายๆ อย่างพร้อมกัน ก็ควรลองใช้เทคนิคทีละอย่าง  และนี่คือเคล็ดลับที่อาจช่วยคุณได้เมื่อลูกน้อยร้องไห้ในครั้งต่อไป

  • ไม่ต้องว่าจะทำให้ลูกน้อยเสียนิสัย ถ้าคุณรีบปรี่มาหาลูกทันทีที่ได้ยินเสียงร้อง การให้ความสนใจเขาจะไม่ทำให้เขาติดคุณมากขึ้นหรอก ฉะนั้นก็อุ้มเขาขึ้นมาปลอบโยนซะ
  • การศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่า เด็กที่ถูกอุ้มไว้ในอ้อมแขน หรืออยู่ในรถเข็นเด็กอย่างน้อยวันละ 3 ชั่วโมง จะร้องไห้น้อยกว่าเด็กที่พ่อแม่ไม่ค่อยพาออกไปเที่ยวไหน
  • การใช้ผ้าห่อทารกอย่างแน่นหนา จะทำให้เด็กบางคนรู้สึกสบายขึ้นในช่วงที่มีอาการของโรคโคลิค
  • การกอดจะช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกได้ถึงความปลอดภัย
  • การนวดท้องของลูกน้อยเบาๆ จะช่วยบรรเทาความไม่สบายตัว ที่อาจเป็นสาเหตุทำให้เด็กร้องไหัได้
  • ป้อนนมลูกหรือใช้จุกนมหลอก
  • ส่งเด็กไปให้คนอื่นอุ้มแทน เพื่อเติมความสดใสขึ้นมาใหม่
  • พาลูกน้อยไปสูดอากาศบริสุทธิ์ เพื่อให้ลูกสบายอกสบายใจ
  • ช่วยให้ลูกเรอออกมาบ่อยๆในระหว่างการให้นม เพื่อไล่ลมที่ถูกกลืนเข้าไปออกมา
  • สร้างความรื่นเริงบันเทิงใจให้ลูกน้อย
  • สร้างความตื่นเต้นให้ลูกน้อย
  • ตรวจสอบการให้อาหาร คุณต้องแน่ใจว่าลูกน้อยไม่ได้ร้องไห้เพราะหิว
  • ปรึกษาแพทย์

แล้วทารกจะพัฒนาต่อไปอย่างไรนะ ในสัปดาห์หน้า

Hello Health Groupไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 2, 2019 | Last Modified: มกราคม 2, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน