เพิ่มพลังสมอง ให้ลูกวัยทารกมีพัฒนาการรุดหน้า ด้วย 9 วิธีแสนง่าย

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ.

การ เพิ่มพลังสมอง ให้ลูกน้อยวัยทารกนั้น เป็นภาระกิจของพ่อแม่มือใหม่แทบทุกคน ที่มักจะอยากเตรียมตัวให้ลูกน้อยสามารถเริ่มต้นชีวิตได้อย่างดีที่สุด และสิ่งหนึ่งที่คุณสามารถช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองให้ลูกน้อยได้ นั่นก็คือการกระตุ้นสมองของเขานั่นเอง นี่อาจเป็นภาระกิจที่ฟังดูน่ากลัวไปนิดนึง แต่การกระตุ้นสมองให้ลูกน้อยนั้น ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนหรือยุ่งยากเลย แค่คุณชักชวนให้เขาทำกิจกรรมง่ายๆ ในชีวิตประจำวันดังต่อไปนี้

1. อ่านหนังสือให้ลูกฟัง

เลือกหนังสือที่มีรูปภาพขนาดใหญ่ ที่มีสีสันและรูปร่างสวยสดงดงาม แล้วร่วมแบ่งปันความสุขกับลูกน้อย ด้วยการชี้ไปที่รูป พร้อมกับทำเสียงที่ฟังดูน่าสนใจ อย่างเช่น ทำเสียงสัตว์เวลาที่เปิดไปเจอรูปสัตว์ที่อยู่ในฟาร์ม ปรับโทนเสียงให้ฟังดูน่าตื่นเต้น พร้อมกับเล่าเรื่องราวให้ฟังง่ายๆ หรือใส่รายละเอียดที่น่าสนใจ ภาษาที่เขาได้ยินรวมทั้งสิ่งทีคุณพูดกับเขาทุกวันนั้น มีส่วนอย่างมากในการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านภาษาของลูกน้อย

2. เล่นสนุกกับลูกน้อย

การนวดเนื้อนวดตัวและเล่นจั๊กจี้กับลูกน้อยนั้น ผลการศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่า ทารกที่ได้รับการเอาใจใส่จากแม่ด้วยวิธีการเหล่านี้ จะมีสมองส่วนหน้าที่เกี่ยวข้องกับความจำที่หนากว่าเด็กที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่ ซึ่งก็หมายความว่า ลูกน้อยจะมีพัฒนาการทางด้านความจำ การเพ่งความสนใจ และมีความสามารถในการเรียนรู้ที่ดีขึ้น

3. ทำหน้าตลกๆ

การทำหน้าตลกๆ ให้ลูกน้อยดู เด็กแรกเกิดที่มีอายุตั้งแต่สองวันขึ้นไป สามารถเลียนแบบการเคลื่อนไหวบนใบหน้าที่เขาเห็นได้แล้ว ซึ่งนี่เป็นสัญญาณของการแก้ปัญหาช่วงเริ่มต้นชีวิตของเขา

4. ร้องเพลงง่ายๆ ที่มีจังหวะและวลีซ้ำๆ

เพลงเด็กๆ อย่างเช่น แมงมุมลายตัวนั้นและ เป็ดอาบน้ำในคลองนับเป็นเพลงตัวอย่างที่ดีในการร้องให้ลูกน้อยฟัง ซึ่งคุณควรจะทำท่าทางประกอบ หรือแม้แต่การเคลื่อนไหวนิ้ว เพื่อช่วยให้ลูกน้อยจดจำเสียง ด้วยจังหวะการเคลื่อนไหวแบบเล็กๆ หรือแบบใหญ่ๆ นอกจากนี้เพลงเด็กพวกนั้นยังช่วยเพิ่มจังหวะ เสียงสัมผัส และรูปแบบทางภาษาในการเรียนรู้ให้ลูกน้อยด้วย

5. บรรยายการกระทำทุกสิ่งทุกอย่าง

การเล่าให้ลูกน้อยฟัง อย่างเช่น แม่กำลังใส่ถุงเท้าให้ลูกอยู่นะหรือ แม่กำลังจับตัวหนูให้นั่งอยู่บนเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กอยู่นะจะช่วยให้ลูกน้อยเรียนรู้คำศัพท์ต่างๆ รวมทั้งแสดงให้ลูกเห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารด้วย

6. ป้อนนมแม่หรือนมขวด

การป้อนนมให้ลูกน้อย ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความผูกพันระหว่างแม่กับลูกเท่านั้นนะ แต่ยังช่วยกระตุ้นสมองให้ลูกน้อยได้เป็นอย่างดีด้วย เมื่อทารกคลอดออกมานั้น เขาจะเพ่งมองใบหน้าของแม่ในระหว่างที่กำลังป้อนนม ซึ่งในช่วงนั้นคุณก็กำลังก้มมองลูกน้อยอยู่เหมือนกัน ซึ่งทั้งคุณและลูกน้อย ต่างก็แสดงความรู้สึกบนใบหน้า การโต้ตอบและเลียนเสียงอ้อแอ้ของลูกน้อย จะช่วยให้เขาเรียนรู้ที่จะเปล่งคำพูด และการพูดคุยกับคุณ ถ้าคุณให้ลูกน้อยกินนมขวด ก็ควรวางขวดนมในระดับหน้าอก เพื่อให้แน่ใจว่ามีความใกล้พอจะให้ลูกน้อยเพ่งมองใบหน้าของคุณได้

7. การเปลี่ยนผ้าอ้อม

งานเปลี่ยนผ้าอ้อมสกปรกๆ อาจไม่ใช่งานที่น่ารื่นรมย์สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่นัก แต่อย่าประเมินภาระกิจนี้ต่ำเกินไปล่ะ เพราะในช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะมาก ในการนำภาษาเข้ามาใช้ในชีวิตของลูกน้อย คุณควรพูดคุย หรือบรรยายสิ่งที่คุณกำลังทำให้เขาอยู่ และสิ่งที่จะทำให้เขาต่อไป ทารกจะได้สามารถคาดหวังรูปแบบการดำเนินชีวิตในชีวิตประจำวันของพวกเขาได้ ฉะนั้น ถ้าคุณเปลี่ยนผ้าอ้อมพร้อมกับร้องเพลงให้เขาฟัง ก็เป็นการสร้างรูปแบบการดำเนินชีวิตให้ลูกน้อยคาดการณ์ได้แล้ว

8. อาบน้ำให้ลูกน้อย

นี่ไม่ใช่แค่เวลาอาบน้ำเท่านั้นนะ แต่ยังถือเป็นชั่วโมงเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์สำหรับลูกน้อยด้วย ทารกชอบการเทน้ำ จากภาชนะหนึ่งไปยังอีกภาชนะหนึ่ง และในระหว่างที่เจ้าตัวเล็กของคุณกำลังสนุกสนานอยู่ในอ่างอาบน้ำนั้น เขาก็สามารถเรียนรู้เหตุและผลว่า แรงโน้มถ่วงของโลกทำงานยังไง และสังเกตสังกาปริมาณของน้ำ ซึ่งนี่คือทักษะทางด้านคณิตศาสตร์ในวัยแรกเริ่มของลูกน้อย นอกจากนี้ การร้องเพลงในขณะถูสบู่ให้ลูกน้อยนั้น จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาให้เขาได้ และการใช้ผ้าขนหนูเล่น จ๊ะเอ๋กับเขา ก็จะช่วยให้ลูกน้อยเรียนรู้ว่า วัตถุจะคงยังอยู่ถึงแม้เขาจะมองไม่เห็นก็ตาม

9. พาลูกน้อยไปช้อปปิ้ง

แทนที่จะให้ลูกน้อยเล่นโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตในรถเข็นของห้างสรรพสินค้า ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เปิดมุมมองให้ลูกน้อย ด้วยการบรรยายสถานที่ กลิ่น และรูปร่างของสิ่งต่างๆ ให้ลูกน้อยมีโอกาสได้สัมผัสกับลูกกีวี และแสดงให้เขาเห็นว่าลูกกีวีต่างจากผลส้มยังไง นอกจากนี้คุณอาจระบุสี หรือนับจำนวนผักหรือผลไม้ ตอนที่คุณหยิบใส่ลงในถุงด้วยก็ได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Review Date: สิงหาคม 2, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 2, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย