สัปดาห์ต่อสัปดาห์

พัฒนาการเด็ก เดือนที่ 13 ของลูกน้อย

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน และอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลา นี่คือข้อมูลของ พัฒนาการเด็ก เดือนที่ 13 ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยควรจะต้องทำอะไรได้บ้าง

เด็กในวัย 13 เดือนอาจมีพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จู่ๆ เขาก็อาจเลือกกินมากขึ้น นี่อาจฟังดูแปลกๆ แต่นับเป็นเรื่องปกติ ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะในการให้ลูกน้อยได้ลองรับประทานอาหารชนิดต่างๆ หรืออาหารเดิมๆ ที่เขาเคยไม่ชอบกินมาก่อน เพราะการรับรสของลูกพัฒนาขึ้น จึงควรลองใช้เครื่องปรุงรสต่างๆ  แต่ควรระวังหากลูกน้ำหนักลด หรือมีอาการอื่นๆเช่น เป็นไข้หรือท้องเสีย เพราะเขาอาจติดเชื้อทางเดินอาหาร ซึ่งคุณควรพาลูกไปพบคุณหมอ

ไม่เพียงแต่พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เปลี่ยนไป พฤติกรรมการนอนของลูกน้อยก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน เขาอาจนอนหลับเป็นปกติมาตลอด แต่จู่ๆ ก็ตื่นขึ้นมากลางดึก ในช่วงอายุระหว่าง 12 – 14 เดือน เด็กเริ่มฝัน ซึ่งฝันนั้นอาจมำให้เขาตกใจและตื่นขึ้นร้องไห้กลางดึก ซึ่งคุณควรปลอบโยน ด้วยการนอนกับเขาจนกว่าเขาจะหลับ อาการเช่นนี้จะผ่านไปในไม่ช้า

ลูกน้อยควรเตรียมตัวอย่างไร

บางครั้งการที่ลูกน้อยเลือกกินมากขึ้นอาจทำให้คุณเครียด ถึงกระนั้นคุณก็ไม่ควรบังคับให้ลูกรับประทานอาหารมากจนเกินไป คุณควรปล่อยให้ลูกรับประทานตามความต้องการ และแม้ว่าคุณไม่สามารถควบคุมปริมาณการรับประทานอาหารของเขาได้ แต่คุณคือผู้ควบคุมสิ่งที่เขารับประทานเข้าไป คุณควรเลือกแต่อาหารที่มีประโยชน์ และพยายามหลีกเลี่ยงของหวานของของที่ไม่มีประโยชน์ และไม่ต้องกังวลว่าลูกจะรับประทานอาหารไม่เพียงพอ ตราบใดที่ลูกน้อยมีการเจริญเติบโต ก็ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง

การนอนหลับผักผ่อนอย่างเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพและอารมณ์ของลูกน้อย คุณควรกำหนดเวลานอนของลูกให้เป็นเวลาประจำในแต่ละวัน ซึ่งรวมถึงเวลาอาบน้ำ ดื่มนม แปรงฟัน และเวลาเล่านิทานก่อนนอนด้วย ลูกอาจต่อต้านในช่วงแรกๆ แต่หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ ลูกน้อยจะตั้งหน้าตั้งตาคอยฟังนิทานก่อนนอนของคุณในช่วงเวลานั้น

คุณควรซื้อรองเท้าให้ลูกสวมใส่ได้แล้ว แทนที่จะให้ใส่แต่ถุงเท้าอย่างที่เคยทำมา

สุขภาพและความปลอดภัย

จะเกิดอะไรกับลูกน้อยเวลาไปพบคุณหมอ

ลูกน้อยอาจได้รับการตรวจร่างกายประจำปีไปแล้วเมื่อเดือนก่อน แต่ถ้ายัง…ก็ควรทำในเดือนนี้ได้แล้ว คุณควรบอกคุณหมอเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การนอน และพฤติกรรมต่างๆ

ควรปรึกษาคุณหมออย่างไร

มีอาหารบางชนิดที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม่คุณหมอแพทย์ถึงแนะนำให้คุณรอจนกว่าลูกน้อยจะอายุครบ หนึ่งขวบเสียก่อน ซึ่งตอนนี้ลูกน้อยอายุครบ 13 เดือนแล้ว คุณอาจแนะนำให้ลูกรับประทานอาหารต่อไปนี้อย่างช้าๆ ซึ่งควรจะต้องรู้วิธีแนะนำอาหารให้ลูกน้อยอย่างถูกต้องด้วย และนี่คือวิธี…

  • คุณควรรู้ว่าอาหารประเภทใดจะก่อให้เกิดอาการแพ้ ซึ่งก็ได้แก่ไข่ ถั่ว สตอเบอรรี่ น้ำผึ้ง นมวัว และมะเขือเทศ
  • เริ่มแนะนำครั้งละหนึ่งชนิด วิธีการนี้จะทำให้คุณสามารถสังเกตปฏิกิริยาของลูกต่ออาหารนั้นๆ ได้ ซึ่งโดยปกติก็สามารถเริ่มป้อนอาหารชนิดใหม่ทุกๆ 4-5 วัน
  • จดบันทึกประจำวัน นับเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่คุณต้องติดตามอาการตอบสนองต่ออาหารชนิดต่างๆ ซึ่งอาจจะทำให้หรือไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ก็ได้ คุณอาจนำบันทึกประจำวันนี้ไปให้คุณทำการประเมินผลก็ได้

สิ่งที่ต้องคาดหวัง

ต้องกังวลในเรื่องใด

คุณอาจกังวลว่าลูกจะหกล้มหรือไปชนกับอะไรเข้า อย่าพยายามปกป้องลูกมากเกินไป ถึงแม้เขาจะบาดเจ็บและฟกช้ำบ้าง แต่นี่คือส่วนหนึ่งของชีวิต ซึ่งเขาจะเรียนรู้และระมัดระวังมากขึ้น ทางที่ดีคือการให้เขาได้เล่นอย่างอิสระ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการให้ลูกน้อยได้ การเล่นและการหกล้มจะช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับร่างกายและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยให้เขารู้วิธีการลุกขึ้นด้วยตัวเองเมื่อล้มลง และในที่สุดก็สามารถช่วยเหลือตัวเองได้โดยไม่ต้องให้พ่อแม่คอยโอ๋หรือปลอบใจ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาทางแพทย์ การวินิจฉัยหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน