ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลาล่ะก็ นี่คือข้อมูลของ ลูกน้อยวัย 15 เดือน ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยควรจะต้องทำอะไรได้บ้าง

ขณะนี้ลูกน้อยมีอายุได้ 15 เดือนแล้ว เมื่อมาถึงตอนนี้เขาน่าจะเริ่มหัดเดินแล้ว จัดสถานที่ให้เขาใช้เป็นที่หัดเดินซะ ถ้าเขาหกล้มก็ไม่ต้องเป็นกังวล นี่เป็นวิธีที่เขาเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม คุณอาจช่วยเขาดันกล่องหรือดันรถเข็นเด็ก ซึ่งจะทำให้เขาได้พัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวได้

คุณอาจจะเห็นลูกน้อยเริ่มอยากเป็นอิสระมากขึ้น เขาอาจต้องการนั่งกินอาหารค่ำกับคุณ แทนที่จะนั่งบนเก้าอี้เด็กของเขา นอกจากนี้คุณอาจพบการดิ้นอันทรงพลังของเขา ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติมากเวลาคุณพยายามเปลี่ยนผ้าอ้อม แปรงฟัน หรือจับเขานั่งในรถ อย่าโมโหให้มากเกินไปล่ะ ลูกกำลังแสดงความเป็นอิสระ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำก็คือทำใจเย็นๆ เข้าไว้ คุณควรอยู่ในอาการสงบ และพยายามเรียบเรียงคำพูดใหม่ในการออกคำสั่ง ตัวอย่างเช่น แทนที่จะพูดว่า “ไปแปรงฟันซะ!” คุณอาจบอกว่า “ไปทำอะไรสนุกๆ กันดีกว่า เราสามารถไปแปรงฟันด้วยกันได้นะ” แล้วคุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์

เมื่อลูกน้อยมีอายุได้ 15 เดือน เขาก็อาจจะสามารถ…

  • พูดได้อย่างน้อยสามคำ
  • เข้าใจคำสั่งง่ายๆ (“ไม่” หรือ “ส่งมาให้แม่นะจ๊ะ”)
  • ชี้ไปที่อวัยวะบนร่างกาย
  • ใช้ดินสอเทียนระบายสีแบบลวกๆ ได้
  • โยนลูกบอล วิ่ง ปีนป่าย
  • เดินได้ด้วยตัวเอง

ลูกน้อยควรเตรียมตัวอย่างไร

วิธีที่ดีที่สุดในการสนับสนุนพัฒนาการของลูกน้อย ก็คือการอ่านหนังสือให้ลูกฟังอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เด็กวัยนี้บางคนสามารถนั่งนิ่งๆ แต่เด็กบางคนก็ทำไม่ได้ ฉะนั้นก็อย่ายอมแพ้ถ้าลูกน้อยชอบกระดุ๊กกระดิ๊กในช่วงเวลาของการอ่านหนังสือ แนะนำหนังสือให้ลูกน้อยอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เขาอบนั่งนิ่งๆ และฟังเรื่องราวได้ในที่สุด ซึ่งการอ่านหนังสือด้วยกันนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว เด็กมักอยากจะฟังเรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก การเล่าซ้ำจะทำให้เขาเรียนรู้คำศัพท์ และสร้างความคุ้นเคยกับเรื่องราว “อ๊า…หนูรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป!”

ถ้าลูกน้อยมีบุคลิกที่ดูเหมือนชอบเก็บตัว อย่าอย่าเพิ่งไปตัดสินว่าเขาเป็นคน “ขี้อาย” เขาอาจจะปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ช้า แต่เด็กวัยนี้ส่วนใหญ่มักทำตัวขี้อาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ใหม่ๆ การติดแม่อาจส่งผลทางด้านสังคมและความกล้า ตลอดจนเพื่อนที่มีความขี้อายมากกว่าด้วย

ในสถานการณ์ทางสังคมที่มีความกดดันนั้น ก็ควรทำให้เขารู้ว่าคุณเข้าใจ จับมือเขาพร้อมกับพูดว่า “งานปาร์ตี้มีเสียงดังใช่มั้ยลูก?” ให้เวลาเขาเป็นพิเศษในการปรับตัว โดยไม่ต้องไปบีบบังคับ และกล่าวคำชื่นชมเวลาที่เขาแสดงความเป็นกันเองกับคนอื่น ในการส่งเสริมลูกน้อยนั้น คุณควรจะซื้อลูกบอลมาโยนเล่นกัน และเมื่อลูกบอลกลิ้งกลับมาที่คุณ ก็สอนเขาถึงวิธีรับลูกบอล ซึ่งเขาอาจจะรับลูกบอลไม่ได้ในเวลานั้น แต่เขาจะมีความสุขในการไล่ตามลูกบอล

เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เขาชอบการกัดจนเป็นนิสัย ก่อนอื่นก็ต้องทุ่มความสนใจกับเด็กที่โดนกัดเป็นพิเศษ และต้องแน่ใจว่าไม่ได้เป็นอะไร คุณควรทำใจเย็นกับเด็กทั้งสองคน ไม่มีเหตุผลที่ต้องตะคอกหรือลงโทนเด็กที่เป็นคนกัด ที่กำลังอยู่ในอารมณ์โกนที่เกินจะควบคุม จริงๆแล้ว คนกัดอาจจะร้องไห้หนักกว่าคนที่โดนกัดซะอีกนะ แค่ออกคำสั่งว่า “อย่ากัด” และเปลี่ยนความสนใจของเขาซะ ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น เด็กถูกคุกคามหรือโดนบุกรุกหรือเปล่า? ช่วงเวลานั้นใกล้กับเวลางีบหลับหรือเปล่า? คุณอาจแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น ถ้ารู้ว่าอะไรคือตัวการของปัญหา

 

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรปรึกษาคุณหมออย่างไร

ถึงเวลาตรวจร่างกายสำหรับลูกน้อยในวัย 15 เดือนแล้ว  คุณหมออาจซักถามคุณด้วยคำถามต่อไปนี้

  • ความอยากอาหารของเขาเป็นอย่างไร? เขาทานอาหารและของว่างวันละกี่มื้อ?
  • เขาขับถ่ายเป็นประจำหรือเปล่า? ต้องเปลี่ยนอาหารให้ลูกน้อยหรือเปล่า?
  • ตารางการนอนหลับและงีบหลับของเขาเป็นยังไงบ้าง? เด็กในวัย 1 ถึง 2 ขวบยังคงต้องนอนวันละ 13 ถึง 14 ชั่วโมง

คำถามเหล่านี้ช่วยให้แพทย์เข้าใจถึงพัฒนาการและสุขภาพของเด็ก คุณควรปรึกษาคุณหมอหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม

จะเกิดอะไรกับลูกน้อยเวลาไปพบคุณหมอ

เด็กในช่วงวัยนี้อาจมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่ออายุได้ 15 เดือน ก็อาจต้องทำการตรวจวัดลูกน้อยของคุณดังต่อไปนี้

  • น้ำหนัก: 9.2 กก. ถึง 13.6 กก. (ชาย) และ 8.6 กก. ถึง 12.5 กก. (หญิง)
  • ความสูง: 74 ซม. ถึง 84 ซม. (ชาย) และ 73 ซม. ถึง 83 ซม. (หญิง)
  • เส้นรอบศีรษะ: 45 ซม. ถึง 50 ซม. (ชาย) และ 44 ซม. ถึง 48 ซม. (หญิง)

แผนภูมิการเจริญเติบโตจะแสดงเกี่ยวกับพัฒนาการทางกายภาพของลูกน้อย แพทย์จะทำการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และวัดขนาดเส้นรอบวงศีรษะของเด็ก เพื่อให้แน่ใจว่าเขาเติบโตขึ้นในอัตราเป็นปกติและมีสุขภาพดี แล้วดูซิว่าผลการตรวจนี้ต่างจากวัย 15 เดือนคนอื่นอย่างไร

สิ่งที่ต้องคาดหวัง

ต้องกังวลในเรื่องใด

คุณอาจเป็นกังวลว่าจะจัดการกับการชอบกัดของเขาได้อย่างไร แน่นอนว่านี่ไม่ใช่พฤติกรรมที่ดี แต่การกัดอาจมีสาเหตุมาจากการที่เขารู้สึกเหมือนถูกคุกความก็ได้ เขายังไม่รู้วิธีสื่อสารกับใคร การกัดจึงเป็นการแสดงออกตามสัญชาตญานเท่านั้นเอง

วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับเรื่องนี้ก็คือ การตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกของคุณไม่เป็นไร จากนั้นก็บอกลูกด้วยนำ้เสียหนักแน่นว่า “อย่ากัด” ไม่จำเป็นต้องตะโกน เขาสามารถรับรู้ได้ว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีจากน้ำเสียงของคุณ จากนั้นลองทำความเข้าใจว่าทำไมลูกน้อยถึงรู้สึกว่าถูกคุกคาม บางครั้งเด็กคนที่กัดจะร้องไห้หนักกว่าเด็กที่โดนกัดซะอีก อย่าพยายามกัดลูกเพื่อให้เขารู้ว่าเมื่อโดนกัดแล้วจะรู้สึกอย่างไร เพราะนั่นอาจจะทำให้เขาสับสนว่า…การกัดเป็นเรื่องโอเค

เครดิตภาพ: Agirlnamedpj.com

*** Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด ***

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 16, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 16, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน