ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลาล่ะก็ นี่คือข้อมูลของ ลูกน้อยวัย 16 เดือน ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยควรจะต้องทำอะไรได้บ้าง

บางครั้งลูกน้อยอาจแสดงความกลัวเสียงดังได้อย่างไม่คาดคิด ลูกน้อยวัย 16 เดือนของคุณอาจตื่นกลัว ร้องไห้ และขวัญหนีดีฝ่อกับเสียงเครื่องดูดฝุ่น พายุฝนฟ้าคะนอง เสียงหวอ ดอกไม้ไฟ หรือเสียงลูกโป่งแตก

ลูกน้อยในช่วงอายุ 15 ถึง 18 เดือนอาจจะไม่ต้องการงีบหลับในช่วงเช้าแล้ว เนื่องจากการงีบเที่ยงวันหรือช่วงบ่ายนั้นก็เพียงพอแล้ว ในช่วงแรกๆ การงีบหลับหนึ่งครั้งอาจกินเวลานานกว่าที่เคย แต่ควรระวังอย่าให้หลับนานเกินในช่วงกลางวัน เพราะจะทำให้เด็กจะไม่รู้สึกง่วงเมื่อถึงเวลานอน คุณอาจจำเป็นต้องลดเวลาในการงีบหลับให้ช่วงบ่ายให้น้อยลงในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้

ลูกน้อยควรเตรียมตัวอย่างไร

ลูกน้อยอาจตกใจง่ายหรือกลัวมากขึ้น วิธีที่ดีที่สุดในการช่วยเหลือเขาก็คือการปลอบโยนอย่างสงบ เพื่อให้เขารู้สึกปลอดภัย กอดและการรับรู้ถึงความรู้สึกของเขา  “โอ้โห…นั่นมันน่าตกใจเนอะ!” ก็น่าจะเพียงพอแล้ว แสดงวิธีปิดหูให้ลูกน้อยดูซะ เพื่อช่วยให้เขาควบคุมความกลัวได้บ้าง แล้วในที่สุดลูกน้อยก็จะเลิกกลัวเสียงดังไปเอง เพราะจะเริ่มเข้าใจเสียงนั้นมาจากไหน และเสียงพวกนั้นไม่ได้มีอันตรายอะไรเลย

ช่วงเวลานอนจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น ถ้าคุณสร้างกิจวัตรที่ดีขึ้นมาให้ลูกปฏิบัติตาม กิจวัตรที่ว่านั้นควรจะมีเวลานานพอจะทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายได้ แต่ไม่ควรนานเกินหรือซับซ้อนมากไป ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกเบื่อได้ (หรือพี่เลี้ยงเด็กไม่มีวันจะทำได้) กิจกรรมที่เหมาะสมนั้นควรใช้เวลาประมาณยี่สิบถึงสามสิบนาทีก็พอ

ลูกน้อยอาจยังต้องการช่วงเวลาพักในช่วงที่การงีบหลับในตอนเช้าถูกยกเลิกไป ฉะนั้นเสิร์ฟอาหารว่างและวางแผนกิจกรรมที่เงียบสงบ อย่างเช่น ฟังเพลงที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ดูหนังสือภาพ หรือนอนพักบนผ้าห่มหรือบนโซฟา หลีกเลี่ยงการนั่งรถในช่วงเวลาที่เคยเป็นเวลางีบหลับ (ลูกน้อยอาจรู้สึกง่วง แล้วไม่ได้งีบหลับในตอนบ่าย และเกิดอาการงอแงในช่วงค่ำ)

สุขภาพและความปลอดภัย

จะเกิดอะไรกับลูกน้อยเวลาไปพบคุณหมอ

คุณควรบอกแพทย์เกี่ยวกับอาการผิดปกติใดๆ ถ้าลูกของคุณดูปกติและมีสุขภาพดี ก็ควรเช็คดูว่ามีเวลาสำหรับการตรวจร่างกายหรือไม่ เด็กอาจกลัวที่จะไปพบแพทย์ เขาอาจคิดว่าจะต้องโดนฉีดยาอีกครั้งก็ได้ ฉะนั้นก็ใช้เคล็ดลับพวกนี้ เพื่อทำให้ลูกน้อยรู้สึกสบายใจขึ้น

  • อย่าไปถึงก่อนเวลานัดหมาย ควรไปให้ตรงเวลา ใช้เวลาให้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการโต้ตอบกับลูกน้อยให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
  • นำของเล่นที่ลูกชื่นชอบไปด้วย เขาจะได้มีอะไรทำและรู้สึกผ่อนคลาย
  • พยายามไปพบกับคุณหมอคนเดิม วิธีนี้จะทำให้ลูกน้อยมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับคุณหมอ (และคุณหมอได้ทำความรู้จักกับลูกของคุณ) รวมทั้งสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเขา
  • หันเหความสนใจจากลูกน้อยเมื่อเขาจะต้องโดนฉีดยา

ควรปรึกษาคุณหมออย่างไร

ในช่วงเดือนที่ 16 นี้ คุณควรรู้ว่าลูกน้อยอาจไม่ต้องการงีบหลับในตอนเช้า จึงอาจต้องการขนมขบเคี้ยวนิดๆ หน่อยๆ มาช่วยเติมพลังให้เขาแทน การงีบหลับในช่วงบ่ายก็เพียงพอจะทำให้เด็กในวัยนี้มีพลังและมีสุขภาพดีได้แล้ว

คุณควรพยายามกำหนดเวลาการงีบหลับช่วงบ่ายให้เร็วขึ้น เพราะการงีบหลับในช่วงบ่ายอาจส่งผลกระทบต่อช่วงเวลานอนในตอนกลางคืนได้ จึงไม่ควรให้ลูกงดการงีบหลับ เด็กก็เหมือนกับผู้ใหญ่นั่นแหละ เวลาที่พักผ่อนไม่พอก็จะงอแงและอารมณ์เสีย

สิ่งที่ต้องคาดหวัง

ต้องกังวลในเรื่องใด

ตอนนี้คุณอาจเป็นกังวลว่าลูกน้อยควรจะดูทีวีได้มากขนาดไหน ซี่งสถาบันกุมารเวชศาสตร์ในอเมริกาแนะนำว่า ไม่ควรให้ลูกน้อยดูทีวีหรือดีวีดีจนกว่าจะมีอายุ 2 ขวบ รวมถึงการใช้ iPad ด้วย พยายามจำกัดเวลาในการใช้ข้าวของพวกนี้กับลูกน้อย การใช้นิดๆ หน่อยๆ นั้นไม่เป็นไรหรอก แต่การใช้มากไปจะทำให้ลูกน้อยเกิดการเสพย์ติดได้

ส่งเสริมให้ลูกน้อยได้ทำกิจกรรมกลางแจ้ง อย่างเช่น เล่นบอล ว่ายน้ำ หรือวิ่งเล่นในสนามเด็กเล่น นอกจากนี้ก็อาจเปิดเพลงให้ลูกน้อยได้ร้องเพลงหรือเต้นด้วยก็ได้

คุณควรให้ลูกน้อยได้อ่านหนังสือด้วย ยิ่งคุณมีปฏิสัมพันธ์กับลูกน้อยมากเท่าใด ลูกน้อยก็จะซึมซับแนวคิดและคำใหม่ๆ ได้มากขึ้น กิจกรรมเหล่านี้มีประโยชน์กว่ารายการโทรทัศน์เยอะ

เครดิตภาพ: BabyCenter

*** Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด ***

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 16, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 16, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน