ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลาล่ะก็ นี่คือข้อมูลของ ลูกน้อยวัย 18 เดือน ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยควรจะต้องทำอะไรได้บ้าง

คุณอาจสังเกตเห็นว่าลูกน้อยมีพัฒนาการทางร่างกายอย่างรวดเร็วในช่วงเดือนนี้ การตรวจวัดร่างกายของลูกน้อยโดยเฉลี่ยแล้วอาจมีค่าดังต่อไปนี้

  • น้ำหนัก: 10 กก. ถึง 14 กก. (เด็กผู้ชาย) และ 9 กก. ถึง 13 กก. (เด็กผู้หญิง)
  • ความสูง: 77 ซม. ถึง 87 ซม. (เด็กผู้ชาย) และ 74 ซม. ถึง 86 ซม. (เด็กผู้หญิง)
  • เส้นรอบวงศีรษะ: 46 ซม. ถึง 50 ซม. (เด็กผู้ชาย) และ 44 ซม. ถึง 49 ซม. (เด็กผู้หญิง)

ถ้าผลการตรวจของลูกน้อยไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่กล่าวมา ก็ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะเป็นเพียงค่าเฉลี่ยเท่านั้น สิ่งสำคัญคือลูกน้อยมีการเติบโตและมีการเคลื่อนไหว ถ้าคุณมีข้อกังวลใดๆ ก็ควรปรึกษาแพทย์

ลูกน้อยของคุณน่าจะยืนได้อย่างมันคงแล้ว เขาอาจใช้สองมือถือลูกบอลแล้วขว้างมาให้คุณ เขาอาจจำสิ่งของได้แม้ว่าสิ่งของนั้นจะไม่อยู่ในสายตาแล้ว นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะในการเล่นซ่อนหา โดยเอาข้าวของชิ้นโปรดของเขาไปซ่อน นอกจากนี้ก็ยังสามารถใช้สีและเท็กซ์เจอร์ เพื่อช่วยพัฒนาประสาทสัมผัสของเขาได้ด้วย

ลูกน้อยควรเตรียมตัวอย่างไร

บางครั้งเด็กที่เดินได้เองอย่างคล่องแคล่วแล้วก็ยังอยากให้คุณอุ้ม ซึ่งคุณควรพิจารณาตามความเหมาะสม ลูกน้อยอาจจะยังเด็กและเปราะบาง หรือกลัวว่าจะพลัดหลงกับคุณ แล้วเขาอาจจะรู้สึกเหนื่อยจริงๆ ก็ได้ ลูกน้อยอาจต้องการความสนใจหรือความรัก ฉะนั้นก็อุ้มเขาถ้าคุณรู้สึกอยากอุ้ม แต่ถ้าต้องเดินไกลจากบ้านหรือรถ ก็ควรนำรถเข็นไปด้วย เพื่อจะช่วยให้หลังของคุณไม่ต้องทำงานหนัก คุณอาจโน้มน้าวให้ลูกน้อยเดินเองโดยคุณจูงมือเขาไว้ก็ได้ ซึ่งจะทำให้เขารู้สึกปลอดภัยมากขึ้น และอาจต่อรองโดยบอกลูกน้อยว่า “ลองเดินจูงมือแม่ไปจนถึงแยกหน้านะ” ซึ่งอาจจะช่วยเพิ่มระยะทางขึ้นมาได้อีกนิด

ลูกน้อยอาจเริ่มแสดงออกถึงสิ่งที่เขาไม่ชอบ เช่น ไม่ชอบดื่มนมแม้ว่าเขาจะเคยชอบมาก่อน ซึ่งถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ก็อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่ นั่นเป็นวิธีแสดงการเป็นตัวของตัวเองของเด็กในวัยนี้ ให้เขาดื่มนมต่อไปแต่ไม่ต้องบังคับเขา ในขณะเดียวกันก็แน่ใจว่าลูกน้อยได้รับแคลเซี่ยมในปริมาณที่มากพอ จากอาหารประจำวันอื่นๆ เช่น เนยแข็งและโยเกิร์ต ส่วนของหวานก็ลองซ่อนนมไว้ในน้ำปั่นหรือพุดดิ้งซะ

สุขภาพและความปลอดภัย

จะเกิดอะไรกับลูกน้อยเวลาไปพบคุณหมอ

คุณหมออาจทำการตรวจเช็คร่างกายประจำเดือนให้ในช่วงนี้ ซึ่งคุณหมออาจซักถามคุณด้วยคำถามต่อไปนี้

  • ลูกน้อยทานอาหารเป็นอย่างไร? เขาทานได้ดีมั้ย?
  • เขาเคลื่อนไหวร่างกายบ้างมั้ย? เขาออกไปเล่นนอกบ้านบ้างหรือเปล่า?
  • เขาดูโทรทัศน์หรือเล่น iPad มั้ย? และใช้เวลากับสิ่งเหล่านี้วันละกี่ชั่วโมง?

คำถามเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์ประเมินพัฒนาการทางพฤติกรรมของลูกน้อยได้ เด็กทุกคนจะเจริญเติบโตและมีพัฒนาการในอัตราที่แตกต่างกัน แพทย์จะตรวจสอบว่าลูกของคุณมีพัฒนาการเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ ถ้าคุณมีข้อกังวลใดๆ ก็ควรปรึกษาแพทย์

ควรปรึกษาคุณหมออย่างไร

ลูกน้อยได้รับวัคซีนที่สำคัญๆ ไปแล้ว และนี่คือวัคซีนบางชนิดที่คุณควรทำความรู้จักเอาไว้

  • วัคซีนโรคคอตีบ โรคบาดทะยัก โรคไอกรน:  ถ้าลูกน้อยยังไม่ได้รับวัคซีนชนิดนี้ เขาก็จะได้รับการฉีดวัคซีนแบบผสมผสานนี้ เพื่อป้องกันโรคคอตีบ (โรคที่ทำให้ลำคอบวมและรบกวนการหายใจ) โรคบาดทะยัก (โรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในดิน สิ่งสกปรก หรือฝุ่นละออง) และโรคไอกรน (เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการไออย่างรุนแรง)
  • วัคซีนโรคอีสุกอีใส: ถ้าลูกน้อยไม่ได้ฉีดวัคซีนโรคอีสุกอีใสมาก่อน ก็ควรให้เขาได้รับการฉีดวัคซีนในตอนนี้ เพื่อป้องกันจากโรคที่พบได้บ่อยแต่อาจส่งผลรุนแรงกับเด็กน้อยได้
  • วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ: ถ้าลูกน้อยยังไม่รับวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ เขาจะได้รับการฉีดวัคซีนนี้ ซึ่งจะช่วยป้องกันเขาจากโรคโปลิโอ ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากไวรัสที่ทำให้ร่างกายเป็นอัมพาต
  • วัคซีนไวรัสตับอักเสบ บี: ถ้าลูกน้อยยังไม่ได้รับวัคซีนไวรัสตับอักเสบ บี เขาจะได้การฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันโรคตับอักเสบ บี ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ตับทำงานผิดปกติ
  • โรคไข้หวัดใหญ่: ลูกน้อยควรได้รับวัคซีนชนิดนี้ปีละครั้ง และถ้าการไปพบคุณหมอในครั้งนี้กำลังมีไข้หวัดระบาดอยู่พอดีล่ะก็ เขาก็ควรได้รับการฉีดวัคซีนในตอนนี้เลย

สิ่งที่ต้องคาดหวัง

ต้องกังวลในเรื่องใด

การถูกแดดเผาในวัยเด็กจะทำให้เขาต้องเผชิญกับโรคมะเร็งผิวหนังในภายหลังได้ (และแสงแดดจะทำให้ผิวดูร่วงโรยก่อนวัยด้วย)  ฉะนั้นก็ควรปกป้องผิวให้ลูกน้อยเวลาจออกไปข้างนอก ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไรก็ตาม โดยการทาครีมกันแดด ใส่เสื้อผ้าน้ำหนักเบา สวมหมวก และแว่นกันแดด รวมทั้งให้อยู่แต่ในที่ร่มๆ ด้วย

เครดิตภาพ: Enfamil

*** Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาแต่อย่างใด ***

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 17, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 17, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน