ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลาล่ะก็ นี่คือข้อมูลของ ลูกน้อยวัย 21 เดือน ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยควรจะต้องทำอะไรได้บ้าง

ตอนนี้ลูกน้อยมีอายุได้ 21 เดือนแล้ว เด็กในวัยนี้มักจะอยู่ไม่นิ่งและเริ่มหาวิธีวิ่งแล้ว ซึ่งการที่เด็กไม่อยู่นิ่งนี้อาจทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังจับปูใส่กระด้งอยู่ก็ได้ บางครั้งก็อาจพยายามเดินถอยหลังหรือปีนบันไดเล่น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีนะ เพราะนั่นถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เขาได้เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ช่วยฝึกตาและมือให้ทำงานประสานกัน นอกจากนี้ยังฝึกการทรงตัวอีกด้วย แต่หากคุณแม่เกิดพบว่าลูกน้อยนั่งเงียบผิดปกติ ไม่ค่อยได้ขยับตัวหรือทำตัวซุกซนอะไรเลย ก็ไม่ต้องเป็นกังวลอะไร เพราะลูกน้อยก็จะใช้เวลาถึง 20% ของวันในการนั่งสังเกตสังกา และซึมซับสิ่งที่อยู่รอบตัวเขา แต่ถ้าลูกน้อยไม่ยอมเคลื่อนไหวอะไรเลย ก็ควรรีบปรึกษาแพทย์

ลูกน้อยอาจจะสามารถต่อตัวต่อเป็นตึกสูงๆ ได้ หรือการขีดเขียนบนกระดาษหรือแม้แต่บนกำแพงได้ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า เขามีพัฒนาการทางด้านการเคลื่อนไหว

สุขภาพและความปลอดภัย

จะเกิดอะไรกับลูกน้อยเวลาไปพบคุณหมอ

ถ้าลูกน้อยนอนกรน ทำเสียงเหมือนกรน หรือหายใจทางปาก คุณควรรีบปรึกษาแพทย์ ถ้าน้อยมีปัญหาในการนอนหลับ เนื่องจากปัญหาต่อมทอลซิลหรือคอบวม แพทย์อาจจะแนะนำให้ทำการตัดต่อมทอนซิลออก ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ ในการแก้ปัญหาการนอนของลูกน้อย

ควรปรึกษาคุณหมออย่างไร

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดและได้ผลมากที่สุดในการป้อนยาให้ลูกน้อยที่กินยายากนั้น จำเป็นต้องใช้เทคนิคนิดหน่อย ซึ่งถ้าคุณปฎิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้ ก็จะช่วยให้ลูกน้อยกินยาได้ง่ายขึ้น ถึงแม้เขาจะไม่ชอบรสชาติ กลิ่น หรือหน้าตาของยานั้นๆ เลยก็ตาม

  • เติมน้ำตาลหรือน้ำผลไม้ลงในยาซักเล็กน้อย
  • ผสมยาลงในถ้วยนมหรือน้ำผลไม้
  • ผสมยาลงในโยเกิร์ตหรือแอ๊ปเปิ้ลซอส
  • แกล้งบอกว่ายานั้นคือลูกกวาด
  • ใช้หลอดฉีดยาหรือที่หยดยาเป็นเครื่องมือในการป้อนยา
  • ขอให้คุณหมอเปลี่ยนยา

หากลูกน้อยยังปฏิเสธการกินยาอันเนื่องมาจากรสชาติของยาก็ควรปรึกษาเภสัชกร นอกจากนี้ก็อาจขอให้แพทย์สั่งยาชนิดเม็ด ที่คุณสามารถบดให้ละเอียด แล้วผสมไปกับโยเกิร์ดหรือแอ๊ปเปิ้ลซอสให้ลูกน้อยกิน

สิ่งที่ต้องคาดหวัง

ต้องกังวลในเรื่องใด

ส่ิงที่คุณอาจเป็นกังวลในตอนนี้ก็คืออาการฝันผวาในยามค่ำคืน  อาการฝันผวานั้นจะแตกต่างจากการฝันร้าย ซึ่งในช่วงที่เกิดอาการฝันผวานั้น ดวงตาของลูกน้อยอาจจะเปิดกว้างและเคลื่อนไหวไปรอบๆ นอกจากนี้ก็มักมีอาการแกว่งแขน ร้องไห้ และส่งเสียงกรีดร้องร่วมด้วย อาการฝันผวานี้เป็นอาการผิดปกติ เกิดจากความกลัวที่ฝังใจเด็กอยู่ โดยปกติแล้วคุณจะไม่สามารถปลุกหรือปลอบโยนลูกน้อยได้ง่ายๆ ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกสิ้นหวังได้ และลูกน้อยก็ดูเหมือนตื่นอยู่ แต่จริงๆ แล้ว…ไม่

ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะ อาการฝันผวานี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ กับลูกน้อย ถ้าการปลอบโยนช่วยให้รู้สึกดีขึ้นจากอาการฝันผวาได้ ก็ปลอบโยนลูกน้อยได้ตามสบาย แต่อย่าฝืนให้ลูกน้อยสื่อสารด้วยการสัมผัส หรือพยายามยับยั้งอาการฝันผวาของลูกน้อย อยู่ใกล้ๆ ลูก ทำจิตใจให้สงบ และตรวจดูให้แน่ใจว่าลูกน้อยไม่ได้ทำอะไรให้ตัวเองบาดเจ็บ เขาจะกลับมานอนหลับอย่างสงบเองในไม่ช้า

เครดิตภาพ: 3.bp.blogspot.com

*** Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ วินิจฉัยหรือการรักษาแต่อย่างใด ***

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 17, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 17, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน