ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลาล่ะก็ นี่คือข้อมูลของ ลูกน้อยวัย 22 เดือน ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยควรจะต้องทำอะไรได้บ้าง

ตอนนี้ลูกน้อยมีอายุได้ 22 เดือนแล้ว เขาอาจอยากจะผลักของเล่นที่มีล้อให้เคลื่อนไปตามทางเดิน มีความคิดเห็นมากมายในสิ่งที่เขาอยากจะทำ ถ้าคุณเข้าไปยุ่งกับความคิดของเขา คุณจะเห็นปฏิกิริยาตอบสนองที่เปลี่ยนไปในทันที  เด็กในวัยนี้จะมีความเจ้าอารมณ์เป็นอย่างมาก  เขาจะแสดงอาการหงุดหงิดหรือแสดงอาการดีใจเวลาได้สิ่งที่เค้าต้องการ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่เด็กในวัยนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นตัวของตัวเอง

การเบี่ยงเบนความสนใจคือกุญแจสำคัญ เนื่องจากเด็กในวัย 22 เดือนจะให้ความสนใจกับอะไรแค่ไม่เกินสิบนาทีเท่านั้น ฉะนั้นการหันเหความสนใจจะช่วยให้ลูกน้อยลืมสิ่งที่เขากำลังดื้อดึงหรือแข็งขืน แล้วเปลี่ยนไปให้ความสนใจกับอย่างอื่นได้โดยไม่ต้องสู้รบปรบมือกันมากนัก บางครั้งการยกตัวลูกขึ้นแล้วเคลื่อนย้ายไปอีกห้องหนึ่ง (ถ้าจะให้ดีก็ควรเป็นบริเวณนอกบ้าน) ก็จะช่วยให้เขาปรับเปลี่ยนอารมณ์ได้แล้ว ลูกน้อยอาจหยุดงอแงแล้วพยายามทำให้เพื่อให้คุณสนใจ

ลูกน้อยควรเตรียมตัวอย่างไร

การพูดชมเชย (ไม่ใช่แต่เวลาที่เขาทำอะไรสำเร็จ) สามารถช่วยให้ลูกน้อยได้เรียนรู้ที่จะรับมือกับความผิดหวังได้ ตัวอย่างเช่น ลูกกำลังพยายามจะใส่รองเท้าเอง และทำท่าจะปล่อยโฮออกมานั้น คุณอาจบอกลูกว่า “แม่รู้ว่ารองเท้ามันใส่ยาก แต่ลูกก็ใช้ความพยายามดีมากเลยนะ”  หรือ “โกรธอะไรอยู่จ๊ะ ให้แม่ช่วยมั้ย?”   พยายามสลับกิจกรรมที่ท้าทายความสามารถของเด็กๆ  ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เขารู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง  ตัวอย่างเช่น การเรียงตัวต่อชิ้นใหญ่ๆ ซ้อนกัน หรือให้ลูกช่วยคุณรดน้ำต้นไม้ อย่ารีบร้อนเข้าไปช่วยเหลือเขา ถ้ายังไม่ได้แสดงอาการหงุดหงิดมากนัก การกระโจนลงไปช่วยเหลือลูกอาจทำให้เขาพึ่งพาตัวเองไม่ได้ และเป็นการทำลายความมั่นใจของเขา ความท้าทายของคุณก็คือ…ต้องคอยคุมความรู้สกที่อยากจะช่วยเหลือและปกป้องลูกน้อย ที่เขาต้องการต่อสู้กับภาระกิจใหม่ๆ ด้วยตัวเอง

วิธีที่ลูกน้อยเรียกร้องความสนใจจากคุณอาจจะใช้ไม่ค่อยได้ผล คุณควรให้ความสนใจลูกโดยจำกัดกิจกรรมพวกพวกนั้น ยกเว้นว่าเขากำลังงีบหลับหรือเล่นจนเพลิน เวลาที่คุณกำลังยุ่งอยู่นั้นก็ควรเอามือเสยผมเขา ชะโงกหน้าเข้าไปดู หรือยิ้มให้เขา เพื่อทำให้เขารู้ว่าคุณยังให้ความสนใจเขาอยู่ การพูดว่า “แปล๊บนึงนะจ๊ะ” เป็นอะไรที่ใช้ไม่ค่อยได้ผล เนื่องจากเด็กในวัย 22 เดือนมักไม่รู้ว่า “แปล๊บนึง” หมายถึงอะไร ซึ่งคำนี้อาจทำให้เขารู้สึกเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์เลยก็ได้ คุณควรตรวจเช็คอย่างรวดเร็ว เพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ต้องการอย่างอื่นนอกจากความสนใจจากคุณ อย่างเช่น ผ้าอ้อมที่สะอาดๆ

ถ้าคุณอยากให้ลูกน้อยลองกินอาหารใหม่ๆ ก็ควรให้เขากินในปริมาณน้อยๆ เขาจะได้ไม่รู้กลัวจนเกินไป พยามป้อนอาหารที่เขาเคยปฎิเสธในรูปแบบที่ต่างๆ กันไป แต่อย่าบีบบังคับให้เขาลองชิมอะไรหรือให้เขากินอาหารให้หมด ไม่มีใครชอบอะไรไปซะหมดทุกสิ่งทุกอย่างหรอกนะ

สุขภาพและความปลอดภัย

จะเกิดอะไรกับลูกน้อยเวลาไปพบคุณหมอ

ใกล้จะถึงกำหนดตรวจร่างกายเมื่อลูกน้อยมีอายุครบ 24 เดือนแล้ว คุณควรแจ้งให้คุณหมอทราบถ้ามีเรื่องเร่งด้วยหรือความกังวลใดๆ

ควรปรึกษาคุณหมออย่างไร

คุณควรรู้เอาไว้หน่อยนะว่าลูกน้อยอาจมีอาการแพ้สัตว์เลี้ยงได้ ถ้าที่บ้านมีสัตว์เลี้ยง อย่างเช่นแมวและสุนัข คุณก็ควรจับตาดูสัญญานและอาการต่อไปนี้

  • อาการจาม
  • อาการคันตาและน้ำตาไหล
  • มีน้ำมูก
  • อาการคัดจมูก

ถ้าลูกน้อยมีอาการเหล่านี้ คุณก็ควรบอกให้คุณหมอทราบ ซึ่งคุณหมออาจแนะนำให้ฉีดยาแก้แพ้ ซึ่งยาแก้แพ้แบบที่ช่วยจัดการกับสิ่งที่ก่อให้เกิดอาการแพ้เป็นพิเศษนั้นนับเป็นตัวเลือกที่ดี ถ้าลูกน้อยยังมีอาการแพ้อยู่ แม้จะกันสัตว์เลี้ยงออกไป และรักษาด้วยการกินยาแล้ว

สิ่งที่ต้องคาดหวัง

ต้องกังวลในเรื่องใด

คุณอาจมีความกังวลเมื่อลูกน้อยกำลังมีฟันขึ้น ซึ่งสัญญานและอาการที่บ่งบอกถึงการมีฟันขึ้นก็ได้แก่ อาการหงุดหงิด ท้องเสีย มีไข้อ่อนๆ ถ้าฟันที่กำลังจะขึ้นทำให้ลูกน้อยมีปัญหา เขาก็อาจมีอาการดังต่อไปนี้

  • น้ำลายไหล (จนทำให้เกิดผื่นขึ้นที่หน้า)
  • เหงือบวมและมีความรู้สึกไว
  • หงุดหงิดหรืออารมณ์เสีย
  • ปฏิเสธอาหาร
  • มีปัญหาในการนอน

เครดิตภาพ: Agirlnamepj.com

*** Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ วินิจฉัยหรือการรักษาแต่อย่างใด ***

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 18, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 18, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน