ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลาล่ะก็ นี่คือข้อมูลของ ลูกน้อยวัย 23 เดือน ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยควรจะต้องทำอะไรได้บ้าง

ลูกน้อยอาจจะเรียนรู้คำใหม่ๆ ได้มากถึงวันละสิบคำ นี่คือทักษะทางภาษาที่ลูกน้อยอาจแสดงให้คุณเห็นเมื่อมีอายุครบ 2 ขวบ

  • สร้างประโยคที่ใช้คำ 2-4 คำได้
  • ร้องเพลงง่ายๆ ได้
  • ทำตามคำสั่งง่ายๆ ได้
  • ใช้สรรพนามได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ถูกต้องเสมอไป
  • พูดซ้ำคำที่ได้ยินจากบทสนทนา
  • จำชื่อคน สิ่งของ และส่วนต่างๆ ของร่างกายได้

ถ้าการเติบโตของลูกน้อยดูช้าลงมากเมื่อเปรียบเทียบกับปีแรก ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วเด็กที่มีอายุ 1 ขวบจะมีน้ำหนักมากกว่าตอนแรกเกิดสามเท่า แต่มีน้ำหนักพิ่มขึ้นเพียง 1.4 – 2.2 กิโลกรัมในปีที่สอง ตอนนี้ลูกน้อยดูเหมือนทารกน้อยลงแล้ว เขาตั้งตัวตรงเคลื่อนไหว กระตือรือร้น และเบบี้แฟตก็กำลังจะหมดไป

การทรงตัวและการเคลื่อนไหวของลูกก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงด้วย การเดินแบบยักแย่ยักยันจะแปรเปลี่ยนเป็นท่าเดินที่ราบรื่นและสอดประสานกันเป็นอย่างดี เด็กที่มีอายุ 2 ขวบส่วนใหญ่สามารถดึงของเล่นที่อยู่ข้างหลังเขาได้ และสามารถถือข้าวของในขณะเดินได้ และเริ่มจะวิ่งกันแล้ว ลูกน้อยจะเข้าไปในที่ๆ คาดไม่ถึงได้ เขาอาจปีนขึ้นไปบนม้านั่ง โต๊ะ และเคานเตอร์ เปิดภาชนะอะไรที่เขาไม่เคยสนใจมาก่อน และเคลื่อนที่ไปยังโซนอันตราย (สระว่ายน้ำ หรือถังน้ำ) ได้เร็วกว่าที่คุณคาดคิด

ลูกน้อยควรเตรียมตัวอย่างไร

เพื่อกระตุ้นให้ลูกน้อยพูดหรือใช้คำได้มากขึ้น คุณก็อาจช่วยเขาได้ด้วยการทำสิ่งต่อไปนี้

  • อ่านหนังสือที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยให้ลูกน้อยรู้จักคำศัพท์ได้มากขึ้น
  • เปลี่ยนคำหรือวลีที่ลูกน้อยพูดให้เป็นประโยค ซึ่งก็หมายความว่าเวลาที่ลูกบอกว่า “เอานม”  คุณก็ตอบกลับว่า “ลูกจะขอนมเพิ่มในถ้วยใช่มั้ยจ๊ะ”
  • เมื่อคุณอ่านหนังสือด้วยกันกับลูกน้อย คุณสามารถกระตุ้นพัฒนาการของเขา ด้วยการถามคำถามเกี่ยวกับหนังสือที่อ่าน คุณสามารถชี้ไปที่รูปในหนังสือ แล้วให้เขาบอกมาว่ารูปนั้นเรียกว่าอะไร
  • เมื่อคุณพาเขาไปเดินเล่นหรือขับรถเล่น คุณก็สามารถชี้ไปที่ข้าวของต่างๆ แล้วอธิบายให้ลูกฟังว่าข้าวของพวกนั้นคืออะไร

นับเป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณจะต้องพูดคุยกับลูกน้อยอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าบางครั้งจะฟังดูเหมือนคุณคุยอยู่คนเดียวก็ตาม

สุขภาพและความปลอดภัย

จะเกิดอะไรกับลูกน้อยเวลาไปพบคุณหมอ

เด็กแต่ละคนจะมีพัฒนาการในอัตราที่ต่างกัน คุณควรเป็นกังวลเฉพาะในเวลาที่พฤติกรรมของลูกน้อยมีความเปลี่ยนแปลงแบบปุบปับ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการกินหรือการนอน ซึ่งควรพูดคุยกับแพทย์เกี่ยวกับความกังวลนี้ ถึงแม้คุณจะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม

ควรปรึกษาคุณหมออย่างไร

คุณอาจจะสังเกตเห็นว่าลูกน้อยมีอาการติดแม่ สถานการณ์แบบนี้อาจจะเป็นๆ หายๆ  ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งตัวการที่ทำให้ลูกน้อยมีอาการเช่นนี้ ก็อาจรวมถึงพี่เลี้ยงคนใหม่ พี่น้องคนใหม่ หรือมีความคิดว่าคุณกำลังจะทำอะไรสนุกๆ โดยไม่มีเขา วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับเรื่องนี้ก็คือกล่าวลากับขาอย่างอ่อนโยน คุณไม่ควรทิ้งเขาไปโดยไม่กล่าวลา เพราะจะทำให้สถานการณ์แย่ลง การไม่กล่าวลาจะทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง คุณไม่ต้องเป็นกังวลนะ ลูกน้อยจะเลิกมีอาการแบบนี้เมื่อโตขึ้น แต่ถ้าคุณเห็นว่าอาการไม่ดีขึ้น ก็ควรพูดคุยกับแพทย์ถึงเรื่องนี้ ซึ่งแพทย์จะช่วยคุณค้นหาสาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยมีปัญหาเช่นนี้

สิ่งที่ต้องคาดหวัง

ต้องกังวลในเรื่องใด

คุณอาจจะกังวลว่าลูกน้อยจะทำตัวอย่างไรเมื่ออยู่ในที่สาธารณะโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่คุณอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ต บนเครื่องบินหรือในร้านอาหาร ลูกน้อยอาจอาละวาดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ บางครั้งคุณอาจรู้สึกเหมือนว่าควบคุมอะไรไม่ได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ คุณจำเป็นต้องอธิบายให้ลูกฟังว่า พฤติกรรมของเขาเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งในช่วงแรกๆ เขาอาจไม่ได้ซึมซับอะไรนัก แต่เมื่อผ่านไปในที่สุดลูกก็จะเข้าใจได้เองว่า…เขาต้องปรับปรุงพฤติกรรมของเขาแล้ว

ความรู้สึกเหนื่อยหรือหิวอาจเป็นตัวการที่ทำให้ลูกน้อยแสดงอารมณ์โกรธออกมา ซึ่งถ้าลูกน้อยของคุณเป็นเช่นนี้ ก็ควรต้องวางมาตรการเพื่อป้องกันลูกน้อยอาละวาดในที่สาธารณะ โดยเตรียมขนมไว้ในกระเป๋า และต้องมั่นใจว่าลูกน้อยได้นอนงีบตอนกลางวันมาอย่างเต็มอิ่มแล้ว

เครดิตภาพ: Gurgle.com

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยหรือการดูแลรักษา

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 18, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 18, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน