ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลาล่ะก็ นี่คือข้อมูลของ ลูกน้อยวัย 24 เดือน ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยควรจะต้องทำอะไรได้บ้าง

ตอนนี้ลูกน้อยมีอายุ 2 ขวบแล้ว เขาต้องผ่านเกณฑ์อะไรมาตั้งมากมายกว่าจะมีพัฒนาการอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ ลูกอาจจะถอดเสื้อผ้าหรือใส่เสื้อผ้าได้เองแล้ว เขาอาจรู้ว่าชอบหรือไม่ชอบใส่อะไร ซึ่งนี่แสดงให้เห็นถึงทักษะการทำงานของร่างกายที่สัมพันธ์กัน และความเป็นตัวของตัวเองอย่างมาก

ทักษะการเคลื่อนไหวของลูกน้อยกำลังพัฒนาด้วยเหมือนกัน ตอนนี้เขาอาจจะยืนได้อย่างมั่นใจแล้ว เขาอาจสามารถก้มตัวหยิบของที่พื้นได้ด้วย หรืออาจจะกระโดดเข้าที่หรือยืนเขย่งปลายเท้าได้

แต่เมื่อลูกน้อยมีอายุ 2 ขวบ เขาจะเข้าใจแล้วว่าสิ่งของต่างๆ นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้องของเขายังไง เขาจะเข้าใจได้ดีขึ้นในเรื่องขนาดของวัตถุ และความเกี่ยวข้องกับข้าวของอย่างอื่น เขาอาจทำตามคำสั่งในเรื่องทิศทางได้ อย่างเช่น “หยิบลูกบอลตรงมุมห้องมาให้แม่หน่อย” หรือ “มองหาบนเตียงสิลูก”

ลูกน้อยควรเตรียมตัวอย่างไร

คุณสามารถช่วยเหลือลูกน้อยได้ด้วยการซื้อเสื้อผ้าที่มีกระดุม 2-3 เม็ด เทปตีนตุ๊กแก หรือตะขอ เพื่อช่วยให้ลูกน้อยได้เรียนรู้วิธีใส่เสื้อผ้าด้วยตัวเอง เขาจะใส่กางเกงเอวยางยืด เสื้อที่สวมทางศีรษะ และรองเท้าที่ใช้เทปตีนตุ๊กแกได้ดีที่สุด การเตรียมเสื้อผ้าที่ใส่ง่ายไว้ให้ลูกน้อย จะช่วยลดความยุ่งยากในตอนเช้าๆ ให้คุณได้ แนะนะสิ่งท้าทายใหม่ให้เขาครั้งละอย่าง อย่างเช่น ติดกระดุมเม็ดใหญ่ๆ หรือตะขออันใหญ่ๆ

นอกจากนี้ คุณสามารถช่วยลูกน้อยทำความเข้าใจกับอะไรใหม่ๆ ด้วยการทำอะไรอะไรต่อไปนี้

  • พูดคุยเกี่ยวกับสถานที่ของผู้คนในชีวิตของลูกน้อย เวลาที่คนเหล่านั้นไม่ได้อยู่กับเขา อย่างเช่น “คุณพ่อไปทำงาน” “คุณยายอยู่ไกลจากที่นี่”
  • ออกคำสั่งง่ายๆ โดยใช้ทิศทางที่แตกต่างกัน อย่างเช่น ครั้งแรกก็ให้เขาวางของเล่นไว้บนเก้าอี้ จากนั้นก็ใต้เก้าอี้ และให้เขาส่งกลับมาที่คุณ
  • ถามคำถามให้ลูกคิดเกี่ยวกับสถานที่ เช่น นกอาศัยอยู่ที่ไหน? เครื่องบินบินไปไหน? ประตูอยู่ตรงไหน? อย่าคาดหวังว่าเขาจะตอบได้หมด คุณแค่ถามคำถามพวกนี้เหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งในบทสนทนาประจำวันนั่นแหละ

สุขภาพและความปลอดภัย

จะเกิดอะไรกับลูกน้อยเวลาไปพบคุณหมอ

การตรวจสุขภาพลูกน้อยวัย 2 ขวบนั้นนับเป็นเรื่องสำคัญ โดยแพทย์จะทำการตรวจสุขภาพโดยทั่วไป และตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกมีพัฒนาการที่เป็นไปตามเกณฑ์ ในการช่วยให้คุณหมอประเมินผลได้อย่างถูกต้องนั้น คุณควรจะพูดคุยกับคุณหมอในเรื่องต่อไปนี้

นิสัยการนอน

เด็กส่วนใหญ่จะนอนเป็นเวลา 11 ชั่วโมงในตอนกลางคืน และงีบหลับในตอนกลางวันเป็นเวลา 2 ชั่วโมง เด็กบางคนก็ไม่ต้องการการงีบหลับอีกต่อไปแล้ว โดยจะนอนรวดเดียวในตอนกลางคืนเลย ถ้าลูกน้อยตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะฝันร้าย ก็ควรบอกคุณหมอด้วย เพราะถึงการฝันร้ายและฝันผวาจะนับเป็นเรื่องปกติในช่วงวัยนี้ แต่คุณหมออาจแนะแนวทางในการปลอบลูกน้อยของคุณ

นิสัยการกิน

มาถึงตอนนี้คุณอาจจำกัดการกินอาหารที่มีน้ำตาลให้ลูกน้อยได้แล้ว แต่ด้วยความที่ลูกจะใช้เวลาอยู่กับเด็กคืนอื่นๆ เยอะขึ้น ลูกน้อยก็อาจจะเกิดความสนใจอาหารขยะเมื่อได้ลองกินแล้วก็ได้ ถ้าคุณพบว่าต้องสู้รบกับลูกบ่อยๆ ในเรื่องการกินอะไรหวานๆ ของเขา ก็ควรปรึกษาคุณหมอดูซะ คุณหมออาจะมีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับขนมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ หรืออาจช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับการทานอาหารของลูกให้คุณได้

ท่าทางการเดิน

เด็กหลายคนมักจะเดินหันเข่าเข้าหากันในช่วงวัยนี้ เพราะขาของเขายังพัฒนาไม่เต็มที่ แต่ปัญหานี้จะหมดไปเมื่อเขามีอายุประมาณ 7 ขวบ

กิจกรรมทางร่างกาย

เมื่อมาถึงตอนนี้ลูกน้อยน่าจะควบคุมแขนขาได้แล้ว และน่าจะทำงานสัมพันธ์กันเป็นอย่างดีแล้วด้วย เขาควรเตะบอลได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามอะไร ต่อตัวต่อเป็นตึกใหญ่ๆ  ป่ายปีนเฟอร์นิเจอร์ กระโดด และเดินขึ้นลงบันไดได้ คุณต้องแน่ใจว่าเขามีโอกาสได้เคลื่อนไหวและเรียนรู้อย่างมากมาย

ควรปรึกษาคุณหมออย่างไร

แพทย์ของคุณจะชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดขนาดศีรษะ ซึ่งหน่วยงานป้องกันโรคในอเมริกาได้ระบุเอาไว้ว่า ลูกน้อยของคุณควรจะขนาดตามเกณฑ์ต่อไปนี้

  • น้ำหนัก: 7 กก. ถึง 15.5 กก. (เด็กผู้ชาย) และ 10 กก. ถึง 14.5 กก. (เด็กผู้หญิง)
  • ส่วนสูง : 82.5 ซม. ถึง 93.3 ซม. (เด็กผู้ชาย) และ 80 ซม. ถึง 91.4 ซม. (เด็กผู้หญิง)
  • เส้นรอบวงศีรษะ: 46.4 ซม. ถึง 50.8 ซม. (เด็กผู้ชาย) และ 45.7 ซม. ถึง 49.5 (เด็กผู้หญิง)

คุณหมออาจจะคำนวณดัชนีมวลกายให้ลูกน้อย ถ้าค่าดัชนีมวลกายของลูกอยู่ระหว่าง 85 ถึง 94 ก็หมายความว่าลูกน้อยมีน้ำหนักเกิน ถ้าดัชนีมวลกายของลูกน้อยอยู่ที่ 95 หรือมากกว่า ก็หมายความว่าลูกน้อยอาจเป็นโรคอ้วน คุณควรพูดคุยกับคุณหมอถ้ามีความกังวล หรือต้องการความกระจ่างในเรื่องอะไร ไม่ต้องรู้สึกแย่อะไรหรอกนะ เพราะตัวเลขพวกนี้มักทำให้เกิดความสบสนได้มาก

สิ่งที่ต้องคาดหวัง

ต้องกังวลในเรื่องใด

ในฐานะแม่ คุณก็มักจะเป็นกังวลว่าลูกน้อยมีพัฒนาการเป็นยังไง หรือเขากินอาหารได้ดีมั้ย ในช่วงอายุนี้คุณอาจหวังว่าจะมีบทสนทนายาวๆ กับลูกน้อยได้ แต่มีเด็กบางคนพูดช้า ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่ควรเป็นกังวล แต่เรามาช่วยให้คุณไม่ต้องเป็นกังวลอีกต่อไปแล้ว

เด็กแต่ละคนจะมีอัตราในการพัฒนาที่แตกต่างกัน เด็กอายุ 2 ขวบควรจะพูดได้มากกว่า 50 คำ และแต่งประโยคด้วยคำสองได้ แต่ถ้าลูกน้อยยังทำไม่ได้ ก็รอไปอีกหนึ่งเดือน ถ้าผ่านไปอีกหลายเดือนแล้วยังไม่พูด คุณก็ควรปรึกษาคุณหมอได้แล้ว

เครดิตภาพ: 30second.com

*** Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาทางการแพทย์ การวินิจฉัยหรือการรักษา ***

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 18, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 18, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน