ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลาล่ะก็ นี่คือข้อมูลของ ลูกน้อยวัย 25 เดือน ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยควรจะต้องทำอะไรได้บ้าง

เด็กในช่วงอายุก่อนถึงวัยเรียนนี้มักจะมีจินตนาการที่เพริศแพร้ว ยกเว้นเมื่อออกมาในรูปแบบของความกลัว เด็กอายุ 2 ขวบจะมีพัฒนาการทางด้านความกลัวในหลากหลายรูปแบบ โดยจะสามารถนึกภาพไปไกลกว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าได้ แถมยังนำความไม่ชอบคนแปลกหน้า และประสบการณ์ความเจ็บปวดในอดีต (อย่างเช่น ความเจ็บปวดจากการฉีดวัคซีน) มาเติมแต่งเข้าไปด้วย

สมองของเด็กก่อนวัยเรียนจะเป็นเหมือนรังผึ้ง ที่เชื่อมต่อเส้นประสาทใหม่ๆ มากมายมหาศาลเข้าด้วยกัน เพื่อที่จะได้ช่วยให้เขาเข้าใจอะไรๆ ในโลกที่เต็มไปด้วย “อะไร ทำไม และอย่างไร” เขาจะเริ่มซักถามอะไรมากมาย ซึ่งเป็นแนวทางในการค้นพบสิ่งต่างๆ และเป็นการแลกเปลี่ยนและมีปฏิสัมพันธ์กับคุณ ปล่อยให้เขาได้ซักถามคุณเถอะนะ เขาจะได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ มากขึ้น

ถึงเวลาต้องขับถ่ายแล้วใช่มั้ย? เด็กอายุ 2 ขวบส่วนใหญ่จะไม่สามารถขับถ่ายได้เอง แต่หลายๆ คนก็พร้อมจะฝึกขับถ่ายด้วยตัวเองแล้ว

ลูกน้อยควรเตรียมตัวอย่างไร

  • นำถุงอุปกรณ์แพทย์ที่เป็นของเล่น ซึ่งประกอบไปด้วยหูฟัง ปรอทวัดไข้ และอื่นๆ มาให้ลูกได้เล่นเป็นคุณหมอ โดยนำตุ๊กตามาเล่นเป็นคนไข้
  • บรรยายให้ลูกน้อยฟังถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น “ตอนแรกเราจะเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือตัวใหญ่นั้น แล้วบอกชื่อลูก จากนั้นเราจะนั่งลง แล้วอ่านหนังสือด้วยกันในขณะที่นั่งรอ..”
  • ถ้าเป็นไปได้ ก็อุ้มลูกอายุ 2 ขวบเอาไว้บนตัก ในขณะที่คุณหมอตรวจร่างกายและฉีดวัคซีน
  • อย่าโกหกลูกน้อย อย่าพูดว่า “การฉีดยาไม่เจ็บเลยสักนิด”
  • อย่าสัญญาอะไรที่จะไม่เป็นจริง เช่น ลูกจะไม่โดนฉีดยาหรอกนะ เพราะมีแนวโน้มสูงที่ลูกจะต้องโดนฉีดยา
  • มองโลกในแง่ดีเข้าไว้ เด็กอายุ 2 ขวบจะสามารถอ่านสีหน้าและภาษากายได้

เพื่อกระตุ้นให้เด็กมีความกระตือรือล้นในการเรียนรู้ …

  • อย่าไปขัดขวางเขาในการสำรวจสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในบ้าน
  • กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งหมดของเขา ด้วยของเล่นที่กระตุ้นประสานสัมผัส (อย่างเช่น ดินและทราย)  เครื่องดนดรี (อย่างเช่นระนาดไฟฟ้าหรือลูกแซ็ก)
  • ให้เขามีประสบการณ์ในสถานที่ใหม่ๆ เช่นสระว่ายน้ำ สวนสัตว์ สนามบิน
  • ควรมีหนังสือติดตัวอยู่ตลอดเวลา และไปห้องสมุดบ่อยๆ

 

สุขภาพและความปลอดภัย

จะเกิดอะไรกับลูกน้อยเวลาไปพบคุณหมอ

ลูกน้อยวัยสองขอบอาจได้รับการตรวจสุขภาพเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าคุณไม่ได้นัดตรวจสุขภาพเมื่อเดือนที่แล้ว คุณควรทำซะในเดือนนี้ ถ้าลูกน้อยมีพฤติกรรมหรือนิสัยเปลี่ยนไป ก็ควรบอกคุณหมอให้รับทราบด้วย

ควรปรึกษาคุณหมออย่างไร

คุณอาจจะสงสัยว่าจะเริ่มฝึกให้เขานั่งกระโถนเมื่อไหร่ดี สิ่งที่คุณควรรู้เอาไว้ก็คือ เด็กแต่ละคนจะฝึกนั่งกระโถนในช่วงอายุที่แตกต่างกัน การฝึกนั่งกระโถนนั้นอาจทำให้ทั้งตัวคุณและลูกน้อยรู้สึกกดดัน ซึ่งนี่คือเคล็ดลับที่อาจช่วยคุณได้…

  • อย่าบังคับลูกน้อยหากเขายังไม่พร้อม การบังคับอาจทำให้การฝึกนั่งกระโถนต้องใช้เวลามากขึ้น และจะกลายเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับเขามากขึ้น
  • ลองให้เขานั่งบนกระโถนที่ปิดฝาเอาไว้ แล้วอธิบายให้เขาฟังว่ากระโถนนั้นทำงานยังไง
  • ให้อ่านหนังสือ คุณอาจให้เขาอ่านหนังสือในขณะนั่งกระโถน ซึ่งจะช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลายได้
  • ลองให้รางวัล ยกตัวอย่างเช่น คุณจะให้เขากินขนมที่ชอบ หรือให้เวลาเล่น iPad เพิ่มขึ้นอีก 15 นาที ถ้าเขาถ่ายในกระโถนเสร็จแล้ว
  • ถ้าวิธีพวกนี้ไม่ได้ผล ก็เลิกฝึกเขาในตอนนี้ ไว้ค่อยลองฝึกใหม่ในโอกาสหน้า

สิ่งสำคัญคืออย่าใช้อารมณ์กับลูกเมื่อคุณกำลังหงุดหงิด ลูกน้อยจำเป็นต้องรู้สึกสงบและผ่อนคลาย

สิ่งที่ต้องคาดหวัง

ต้องกังวลในเรื่องใด

คุณอาจจะเป็นกังวลว่า จะดีมั้ย…ถ้าคุณเริ่มจำกัดไขมันและคลอเลสเตอรอลให้ลูกน้อย เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพในยามที่เขาโตขึ้น คุณควรให้เขากินไขมันดีและอย่าไปแตะต้องไขมันเลว ซึ่งก็หมายความว่าคุณสามารถให้เขาดื่มนมที่มีไขมันครบส่วนได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงมันฝรั่งทอด คุณควรเพิ่มธัญพืชที่มีกากใยสูง ถั่วเปลือกอ่อน ผลไม้ และผักต่างๆ เข้าไปในอาหารสำหรับลูกน้อย พร้อมแหล่งโปรตีนที่ไม่มีไขมัน อย่างเช่น เนื้อสัตว์ปีกและเนื้อปลา แต่อย่างเข้มงวดในเรื่องนี้กับเด็กมากเกินไป เด็กต้องการไขมันดีเพื่อการเติบโตทั้งทางด้านร่างกายและสติปัญญา ฉะนั้นก็ควรปรึกษาคุณหมอว่าควรให้ลูกน้อยทานอาหารแบบไหนดี

เครดิตภาพ: Theplab.net

*** Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาทางการแพทย์ การวินิจฉัยหรือการดูแลรักษา ***

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 18, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 18, 2018

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน