ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลาล่ะก็ นี่คือข้อมูลของ ลูกน้อยวัย 29 เดือน ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยควรจะต้องทำอะไรได้บ้าง

การต่อสู้เพื่อแย่งชิงของเล่นมักจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กในวัยนี้สองคนเล่นด้วยกัน การหวงของเล่นหรือการแบ่งปันของเล่น…เป็นทักษะที่ยังไม่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของเด็กในวัยนี้

พัฒนาการเด่นๆ ของเด็กในวัยนี้คือการทำอะไรซ้ำๆ ลูกน้อยอาจต้องการกินอะไรซ้ำแล้วซ้ำอีก สวมเสื้อผ้าแบบเดิมวันแล้ววันเล่า หรือทำอะไรแบบเดียวกันเป๊ะๆ จงจำไว้ว่าเขากำลังพยายามทำความเข้าใจกับโลกใบนี้ และรักษาบางสิ่งบางอย่างไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ก็เป็นวิธีที่เขาใช้ฝึกการควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เด็กกำลังทำอะไรเพื่อให้ตนเองรู้สึกสบายใจ

ลูกน้อยกำลังพัฒนาวิธีการคิดที่เรียกว่า…การแสดงเชิงพื้นที่หรือการคิดเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งก็หมายความว่าเด็กสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ภายในใจตนเองได้ เมื่อเด็กมีประสบการณ์หรือมีความเคยชิน ก็จะทำให้เกิดความเชื่อมโยงกับสมอง จนลูกน้อยสามารถมองเห็นภาพนั้นได้ดีขึ้น อย่างเช่น ตุ๊กตาหมีที่หายไปมีรูปร่างหน้าตายังไง จะไปบ้านคุณยายได้ยังไง หรืออาหารที่กินไปเมื่อวานนี้เป็นยังไง

ลูกน้อยควรเตรียมตัวอย่างไร

เพื่อหลีกเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างเด็ก คุณก็ควรปฎิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้…

  • แสดงแบบอย่างของการแบ่งปัน และใช้คำว่า “แบ่งปัน” อย่างเช่น แม่จะแบ่งปันคุ้กกี้ให้ลูกกิน…เอามั้ยจ๊ะ?
  • ยุติการต่อสู้โดยการนำสิ่งของที่กำลังเป็นปัญหาออกไป แล้วหันเหความสนใจไปที่อย่างอื่น อย่างเช่น “รถคันนี้ต้องการพักผ่อนแล้ว อยากลองเล่นเป่าฟองสบู่ดูมั้ยล่ะ?
  • ถ้าเห็นเด็กที่โตกว่ากำลังแบ่งปันอะไรกัน ก็ชี้ไปให้ลูกน้อยดู
  • ซ่อนของเล่นชิ้นโปรดของลูกน้อยเอาไว้ เวลาที่มีเด็กคนอื่นมาเล่นด้วย เพราะตามธรรมชาติของเด็กแล้ว มักจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องของที่ตัวเองชอบ
  • จัดกิจกรรมให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งเด็กแต่ละคนก็จะเลือกทำกันไปตามสไตล์ของตัวเอง อย่างเช่น กิจกรรมปั้นดินน้ำมันหรือวาดรูป
  • กล่าวชื่นชมลูกน้อย เมื่อเขาแบ่งปันสิ่งของให้กับผู้อื่น การเสริมสร้างกำลังใจคือวิธีสอนที่ดีที่สุด

สุขภาพและความปลอดภัย

จะเกิดอะไรกับลูกน้อยเวลาไปพบคุณหมอ

เด็กดูดนิ้วหัวแม่มือตัวเองเพราะกำลังปลอบโยนตัวเองให้รู้สึกสงบ ลูกก่อนวัยเรียนของคุณอาจฝึกการทำอะไรแบบนี้มาตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ และทำได้เป็นอย่างดีในวัยทารก ตอนนี้เด็กจะดูดนิ้วมือเวลาที่รู้สึกเหนื่อย กลัว เบื่อ ป่วย หรือพยายามปรับตัวกับสิ่งที่ท้าทายต่างๆ อย่างเช่น การเข้าไปอยู่ในการดูแลของศูนย์รับเลี้ยงเด็ก หรือแม้แต่ใช้การดูดนิ้วมือเพื่อช่วยให้เขารู้สึกง่วงในเวลานอน และทำให้เขากลับไปนอนต่อได้เวลาที่เขาตื่นขึ้นมากลางดึก

ควรปรึกษาคุณหมออย่างไร

คุณควรพาลูกน้อยไปตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ เพื่อให้แน่ใจว่าฟันของเขาแข็งแรงและสะอาด หากลูกน้อยมีกลิ่นปาก ก็ควรพาไปพบคุณหมอเพื่อตรวจหาสาเหตุ

สิ่งที่ต้องคาดหวัง

ต้องกังวลในเรื่องใด

บางครั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็อาจมีกลิ่นปากได้ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ก็มักเกิดจาก…

  • ปากแห้ง ถ้าลูกน้อยหายใจทางปาก ก็อาจทำให้แบคทีเรียมีแนวโน้มจะเจริญเติบโตโดยไม่มีการรบกวน
  • มีวัตถุแปลกปลอม อย่างเช่น เม็ดถั่ว ของเล่นชิ้นเล็กๆ หรือวัตถุอื่นๆ ที่เด็กนำใส่จมูกจนทำให้ป็นสาเหตุของกลิ่นปาก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของเด็กทารกและเด็กในวัยหัดเดิน ที่มักหยิบจับอะไรเข้าไปในที่ที่ไม่ควรจะใส่
  • มีสุขอนามัยที่ไม่ดี ในช่องปากของเราจะมีแบคทีเรียอาศัยอยู่ และจะทำปฎิกิริยากกับเศษอาหารที่อยู่ตามซอกฟัน บริเวณเหงือก ลิ้น หรือต่อมทอนซิล ก็อาจเป็นสาเหตุของกลิ่นปากได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเศษอาหารพวกนั้นอยู่ในปากเป็นเวลานานๆ
  • การรับประทานอาหารที่มีกลิ่นฉุน ถ้าลูกน้อยชอบรับประทานกระเทียมหรือหัวหอม อาจส่งผลให้ลมหายใจของเด็กมีกลิ่นได้ชั่วคราว
  • อาการเจ็บป่วย อย่างเช่น อาการติดเชื้อไซนัสอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ หรือแม้กระทั่งโรคภูมิแพ้ตามฤดูกาล อาจเป็นสาเหตุของกลิ่นปาก และเด็กบางคนที่มีอาการของโรคกรดไหลย้อนก็อาจมีลมหายใจที่ส่งกลิ่นได้

เครดิตภาพ: Theplab.net

*** Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ วินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด ***

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 19, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 19, 2018

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน