ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลาล่ะก็ นี่คือข้อมูลของ ลูกน้อยวัย 34 เดือน ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

การเจริญเติบโตและพฤติกรรม

ลูกน้อยควรจะต้องทำอะไรได้บ้าง

นอกเหนือจากทักษะทางด้านภาษาที่ดีขึ้นแล้ว ลูกน้อยของคุณอาจมีบุคลิกที่ดูน่ารำคาญเกิดขึ้นในช่วงนี้ด้วย นั่นก็คือบุคลิกที่ดูเจ้ากี้เจ้าการ “ใส่เสื้อคลุมให้หน่อย” “แม่มานี่หน่อย!” “พ่อนั่งตรงนี้” ลูกน้อยมองตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ดังนั้นเขาจึงเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ที่ใครๆ จะต้องหมุนรอบตัวเขา

ไม่ใช่เป็นเพราะคุณพูดหรือทำอะไรตล๊ก…ตลกในชีวิตประจำวันหรอกนะ แต่เขาจะแสดงปฎิกิริยาต่อเรื่องตลกพวกนั้นแบบเกินจริงมาก การที่เขาชอบความตลกโปกฮานั้น ไม่ใช่เรื่องฟังดูตลกเท่านั้นนะ แต่เขาชอบที่มีการทำเสียงแปลกๆ การแสดงทางใบหน้าที่ดูตลกๆ ด้วย

ลูกน้อยควรเตรียมตัวอย่างไร

ถึงแม้ว่าคุณจะทำอะไรกับความเข้าใจของเขาไม่ได้ แต่คุณสามารถสอนให้เขาอ่อนโยนขึ้นได้ ด้วยการพยายามให้ลูกน้อยใช้คำว่า “กรุณา” และ “ใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวล” เวลาที่เขาเรียกร้องต้องการอะไร

ถ้าคุณไม่ได้ฝึกลูกน้อยให้รู้จักการใช้ห้องน้ำ หรือฝึกไม่สำเร็จเมื่อคราวที่แล้ว ตอนนี้ก็นับเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ฝึกให้เขารู้จักวิธีใช้ห้องน้ำดูอีกที ตอนนี้ลูกน้อยพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้นแล้ว และจะอยากเข้าห้องน้ำด้วยตัวเอง บางครั้งก็น่ากลัวตรงที่ลูกน้อยไม่รู้ว่าจะต้องเข้าห้องน้ำเมื่อไหร่ ซึ่งคุณควรสอนเขาเอาไว้

ก่อนอื่นก็อธิบายให้เขาฟังว่าชักโครกมีไว้ทำอะไร ในขณะที่เขานั่งอยู่บนชักโครกโดยปิดฝาเอาไว้ วิธีนี้จะช่วยลดความน่ากลัวลงได้

คุณควรพาลูกน้อยไปที่ชักโครกทุกๆ 2-3 ชั่วโมง เพื่อคอยเตือนลูกน้อยและป้องกันอุบัติเหตุ คุณควรทำแบบนี้เป็นกิจวัตร ยกตัวอย่างเช่น ในทุกๆ เช้า ก่อนช่วงงีบหลับในตอนกลางวัน และในช่วงกล่อนนอนตอนกลางคืน เพื่อเป็นการเตือนให้ลูกน้อยเข้าห้องน้ำ หลังจากใช้ห้องน้ำเสร็จแล้ว ก็ควรให้เขาได้กดชักโครกและล้างมือด้วย

สุขภาพและความปลอดภัย

จะเกิดอะไรกับลูกน้อยเวลาไปพบคุณหมอ

เด็กในวัยนี้อาจแสดงความกลัวออกมาอย่างมาก ซึ่งความกลัวนั้นอาจเป็นสัญญานที่บ่งบอกว่าลูกน้อย…

  • ต้องการความรัก: เมื่อเด็กจำความได้จะรู้สึกว่าความรักความอบอุ่นนั้นเป็นของสำคัญ จึงอยากให้คนอื่นรัก และได้รับความรักคนอื่น เด็กที่มีความอบอุ่นได้รับความรักจากพ่อแม่ พี่น้อง จะมีอารมณ์แจ่มใสคงที่ ไม่มีการเอาเปรียบหรืออิจฉาริษยากัน ซึ่งตรงข้ามกับเด็กที่ขาดความรักความอบอุ่น
  • ต้องการความปลอดภัย: เด็กต้องการความเสมอต้นเสมอปลาย หากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เด็กไม่สามารถปรับตัวได้ทัน จะทำให้รู้สึกว่าตัวเองอยู่ในฐานะไม่ปลอดภัย

ถึงแม้ว่าความกลัวของเด็กอายุ 2 ขวบอาจดูเกินเหตุไปหน่อย แต่ก็ยังถือเป็นเรื่องปกติ แต่คุณควรปรึกษาแพทย์ ถ้าความกลัวของลูกน้อยรบกวนการทำกิจกรรมของคนในครอบครัว ลูกน้อยใช้เป็นข้ออ้างในการหยุดอยู่บ้านของ เพื่อจะได้ไม่ต้องไปโรงเรียน รบกวนการนอนของเขา หรือส่งผลให้เกิดพฤติกรรมบีบบังคับ แล้วถ้าจำเป็น…คุณหมอก็อาจส่งตัวไปให้ที่ปรึกษาทางด้านครอบครัวหรือจิตแพทย์สำหรับเด็ก

สิ่งที่ต้องคาดหวัง

ต้องกังวลในเรื่องใด

เด็กออทิสติกโดยทั่วไปจะเข้ากับผู้คนไม่ค่อยจะได้ เขาไม่ค่อยสนใจในเรื่องการสัมผัสทางร่างกายกับพ่อแม่ และดูเหมือนว่าจะชอบมองผ่านผู้คนไปเฉยๆ แทนที่จะมองไปที่คนพวกนั้น ถ้าคุณสังเกตเห็นว่าลูกน้อยสูญเสียความสามารถทางด้านร่างกาย ภาษา หรือทักษะอื่นๆ ถ้าเขาชอบเก็บตัวมากขึ้น หรือถ้าเขายังมีพัฒนาการช้าอย่างต่อเนื่อง คุณก็ควรปรึกษากับคุณหมอเกี่ยวกับเรื่องนี้

เครดิตภาพ: Zero-to-three.s3.amazonaws.com

*** Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด ***

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 20, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 20, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน