สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับภาวะ ท่อน้ำตาอุดตันในทารก

โดย ทบทวนบทความโดย แพทย์หญิงประภัสสร ผาติกุลศิลา

น้ำตาเป็นกลไกหนึ่งของร่างกายในการทำความสะอาดดวงตา แต่ในบางครั้งขั้นตอนการทำงานนี้ก็อาจผิดปกติได้ อย่างเช่นการเกิดภาวะอุดตันของท่อน้ำตา ซึ่งภาวะนี้มักเกิดบ่อยในทารกแรกคลอด และนี่คือสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับภาวะ ท่อน้ำตาอุดตันในทารก

การสร้างน้ำตา

เพื่อการชะล้างฝุ่นละอองและเศษผงต่างๆ ดวงตาของเราเคลือบด้วยน้ำตา (tear film) ที่มีอยู่ 3ชั้น ชั้นนอกสุดเป็นชั้นไขมัน (lipid) ที่สร้างมาจากต่อมไขมันมัยโบเมียน (meibomian glands) ซึ่งอยู่บริเวณหนังตา

ชั้นกลางเป็นน้ำที่สร้างมาจากต่อมน้ำตา (lacrimal gland) ซึ่งอยู่ในบริเวณด้านบนของดวงตาทั้งสองข้าง

ชั้นสุดท้ายคือชั้นในสุดที่เป็นเมือกซึ่งบำรุงกระจกตาและหล่อเลี้ยงพื้นผิวดวงตาด้วยน้ำตา เมื่อกระพริบตา หนังตาจะกระจายน้ำตาไปทั่วผิวตา

ในภาวะปกติ น้ำตามีการระบายลงผ่านทางรูเปิดของท่อน้ำตา (puncta และ canaliculi) ซึ่งอยู่บริเวณเปลือกตาด้านหัวตาทั้งบนและล่าง จาก นั้นจะต่อไปยัง ถุงน้ำตา (tear sac) แล้วค่อยไหลผ่านช่องที่เรียกว่าท่อน้ำตา (tear duct หรือ nasolacrimal duct) ไปเปิดในช่องจมูกและลงคอไป หากน้ำตาไม่สามารถระบายออกได้ทางระบบท่อดังกล่าว ผู้ป่วยอาจมีภาวะท่อน้ำตาอุดตัน ถึงแม้ว่าภาวะดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงอายุ ภาวะท่อน้ำตาอุดตันเกิดขึ้นได้บ่อยในทารกแรกคลอด

สาเหตุของท่อน้ำตาอุดตันในทารก

  • พัฒนาการตามปกติและการเปิดออกของท่อน้ำตาที่ช้าลงเป็นสาเหตุที่พบได้มากที่สุดเนื่องจากทารกแรกเกิดจำนวน1 ใน 20 รายมีท่อน้ำตาที่เนื้อเยื่อยังไม่สามารถเปิดออกได้
  • กระดูกจมูกที่ผิดตำแหน่งหรือโค้งงอ (ซึ่งพบได้น้อย) ซึ่งทำให้ท่อน้ำตาไม่สามารถเปิดออกได้
  • การติดเชื้อต่างๆ เช่น เยื่อบุตาอักเสบ (conjunctivitis) หรือจมูกติดเชื้อ (nose infection)เรื้อรัง
  • ระบบท่อน้ำตาที่ตีบตัน

ท่อน้ำตาอุดตันในทารกมีอาการอย่างไร

โดยทั่วไป ทารกมักเริ่มมีอาการภายใน 1 เดือนหลังคลอด อาการเหล่านั้น ได้แก่

  • มีตาแฉะหรือน้ำตาไหลมาก
  • มีหนองสีเหลืองหรือสีขาวที่มุมของดวงตา ตาติดกัน ลืมตายาก
  • มีเมือกแห้งและแข็งตามแนวขนตา
  • รอบดวงตาหรือจมูกเป็นสีแดงเรื่อและมีอาการบวม

การรักษาท่อน้ำตาอุดตันในทารก

ภาวะท่อน้ำตาอุดตันในทารกสามารถหายไปได้เอง ราวร้อยละ 90 จะหายภายในอายุ 1 ปี อย่างไรก็ดี การดูแลรักษาเพื่อให้หาย และไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน สามารถทำได้ ดังนี้

  • ทำความสะอาดดวงตาเบาๆ ด้วยสำลีก้อนหรือผ้าสำหรับเช็ดที่นุ่มและอุ่นให้สะอาด เมื่อมีคราบขี้ตาติดอยู่บริเวณหนังตา
  • นวดถุงน้ำตา: หลังจากล้างมือให้สะอาด ผู้ปกครองใช้นิ้วแรงกดบริเวณหัวตา (มุมตาด้านใน) เพื่อรีดน้ำตาที่สะสมอยู่ในถุง
  • ยาปฏิชีวนะหยอดตา (antibiotic eye drop): ใช้เมื่อมีการมีการติดเชื้อ คือมีขี้ตา หรือหนองสีเหลือง
  • ให้ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสบริเวณดวงตาเสมอ

หากเด็กอายุ 1 ขวบแล้ว ภาวะท่อน้ำตาอุดตันยังไม่หาย แพทย์จะแนะนำให้รักษาด้วยการแยงท่อน้ำตา ซึ่งส่วนมากจะทำโดยการดมยาสลบ ดังนั้น หากบุตรหลานของท่านมีภาวะนี้ ควรพยายามนวดหัวตาตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อลดโอกาสที่ต้องไปดมยาสลบเพื่อแยงท่อน้ำตา

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา