เจ็บเหงือก พ่อแม่มือใหม่ควรทราบ เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าตัวน้อย

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ฟันซี่แรกของเจ้าตัวน้อย เป็นเรื่องที่น่ายินดี สำหรับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก แต่คุณพ่อคุณแม่อาจจะไม่สามารถทราบได้ว่า ฟันซี่แรกของลูกน้อยจะผุดขึ้นมาเมื่อไหร่ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงอาจจะต้องคอยสังเกตพฤติกรรมต่างๆ ของลูกน้อยแทน ว่ามีความเปลี่ยนแปลง หรือมีพฤติกรรมที่ผิดแปลกไปจากปกติอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้มีการเตรียมความพร้อม และรับมือกับอาการ เจ็บเหงือก ที่จะเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการที่ฟันซี่แรกของเจ้าตัวน้อย ที่ผุดขึ้นมา

ฟันซี่แรกผุดขึ้น!!

ระยะเวลาในการผุดของฟันซี่แรกของเจ้าตัวน้อยนั้น ส่วนใหญ่แล้วตามระยะเวลาปกติอยู่จะที่ 6 เดือน แต่สำหรับเจ้าตัวน้อยบางคนก็อาจจะเกิดฟันซี่แรกขึ้นได้ในระยะเวลา 3 เดือน ก็เป็นได้ หรือบางคนก็อาจจะเกิดฟันซี่แรกขึ้นได้ หลังจากครบรอบวันเกิด 1 ขวบไปแล้ว ซึ่งเรื่องของระยะเวลา เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลสักเท่าไหร่

ลูกน้อย เจ็บเหงือก สังเกตได้อย่างไร

อาการบ่งบอกลูกน้อยฟันขึ้น

หลังจากทราบระยะเวลา การผุดของฟันซี่แรก กันไปแล้ว คุณพ่อคุณแม่หลายคน คงเริ่มที่จะหันกลับไปสังเกตเจ้าตัวน้อยของตัวเองกันบ้างแล้ว ว่าจะมีอาการอะไรที่บ่งบอกบ้าง เอาเป็นว่าสำหรับอาการที่น่าสนใจ ที่สามารถบ่งบอกได้ว่า ฟันของลูกน้อยกำลังขึ้น สังเกตได้ดังนี้

  • เริ่มกัดไปซะทุกอย่าง

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ สามารถลองสังเกตดูง่าย ๆ ได้ก็คือ เจ้าตัวน้อยพยายามที่จะกัดสิ่งของต่างๆ มากขึ้น เหมือนกับอาการหมั่นเขี้ยวฟันที่เราเคยได้ยินกันมา ซึ่งบางครั้ง ก็อาจจะกัดหัวนมคุณแม่จนเป็นแผลก็เป็นได้เช่นกัน หรือเด็กบางคน อาจจะมีพฤติกรรมการดูดนิ้วแทนก็ได้

  • ร้องไห้ง่ายขึ้น

ในช่วงเวลาที่ฟันของเจ้าตัวเล็กกำลังจะขึ้น เด็กบางคนก็อาจจะมีอาการหงุดหงิด จนถึงขั้นร้องไห้ออกมา เนื่องจาก บางทีเวลาที่ฟันกำลังดันขึ้นมาจากเหงือก อาจจะทำให้เด็กรู้สึกเจ็บหรือปวดได้เช่นกัน แนะนำว่าลองปรึกษาแพทย์ เพื่อที่จะได้มีวิธีแก้อาการเจ็บปวดต่างๆ อย่างถูกต้อง และปลอดภัย

  •  ทำพฤติกรรมแปลกๆ

อาจจะเป็นพฤติกรรมที่ไม่ได้แปลกอะไรมากมาย แต่โดยปกติ พฤติกรรมส่วนใหญ่ที่แสดงออกมาก็จะเป็นการถูแก้มหรือคาง พร้อมกับการดึงหู เพราะเนื่องจากว่า ระบบประสาทนั้นเป็นเส้นเดียวกัน ก็อาจจะทำให้เจ็บหรือปวดเหงือกแล้วส่งผลไปยังบริเวณอื่นได้

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว แนะนำว่าคุณพ่อคุณแม่ อาจจะต้องลองสังเกตพฤติกรรมดู เพราะอาจจะมีพฤติกรรมอื่นๆ ร่วมด้วย แต่ยังไงก็อย่าลืมเก็บเหตุการณ์ความทรงจำดีๆ เหล่านี้เอาไว้

Hello Health Group ไม่ได้ให้การแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน