home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

เชื้อราในปาก จากการให้นมแม่ ที่ส่งผลกระทบได้ทั้งแม่ และลูก

เชื้อราในปาก จากการให้นมแม่ ที่ส่งผลกระทบได้ทั้งแม่ และลูก

เชื้อราในปาก (Thrush) หรือเรียกอีกอย่างได้ว่า แคนดิดา อัลบิแคนส์ (Candida Albicans) เป็นการติดเชื้อราที่พบได้มากในเด็กช่วงขวบปีแรก โดยเชื้อราสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งบริเวณหัวนมของแม่ และภายในช่องปากของทารกที่นำไปสู่การติดเชื้อราในปาก ทำให้เห็นเป็นฝ้าขาวที่ลิ้น เพดานปาก และกระพุ้งแก้ม แต่อาการเชื้อราในปาก จากการกิน นมแม่ จะมีการรักษาอย่างไรบ้างนั้น ติดตามได้ในบทความของ Hello คุณหมอ ที่นำมาฝากคุณแม่ทุกคนกันค่ะ

เชื้อราในปาก กับทารกที่กิน นมแม่

ส่วนใหญ่เราทุกคนต่างก็มีเชื้อราแคนดิดา อัลบิแคนส์ กันทั้งสิ้น โดยอาจสามารถพบได้ในระบบทางเดินอาหาร และช่องคลอด ปกติแล้วร่างกายจะมีแบคทีเรียที่เป็นมิตรคอยควบคุมสมดุลอยู่เสมอ แต่บางครั้งเมื่อแบคทีเรียลดลงเนื่องจากสาเหตุบางประการ เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะ ก็อาจทำให้เชื้อราชนิดนี้เติบโต และมีการแพร่กระจาย จนส่งผลให้เกิดการติดเชื้อราในช่องปากได้

อีกทั้งปัญหาการ ติดเชื้อราในปาก ยังอาจพบได้บ่อยในทารกที่ยังกินนมแม่ เนื่องจากเชื้อราช่องปากมักจะเติบโตได้ดีในที่อุ่น ชื้น และมีความหวาน ซึ่งก็คือสภาพภายในช่องปากของทารกขณะที่กำลังดูดนมแม่นั่นเอง เพราะเนื่องจากภูมิคุ้มกันของทารกยังทำงานได้ไม่เต็มที่จึงทำให้ได้รับเชื้อ และเกิดเป็นเชื้อราในปากขึ้น ที่สำคัญหากทารกคลอดในขณะที่คุณแม่เป็นเชื้อราในช่องคลอดอยู่ร่วม ก็อาจสามารถก่อให้เกิดเชื้อราในปากภายใน 2-3 สัปดาห์ หลังคลอดได้อีกเช่นเดียวกัน

สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณแม่ ติดเชื้อราในปาก

สัญญาณทั่วไปของการ ติดเชื้อราในปาก ขณะให้นมบุตร มีดังนี้

  • เจ็บหัวนม โดยเฉพาะเวลาให้นมลูก
  • หัวนมแตกบ่อย รักษาไม่หาย แม้ว่าจะเอาลูกเข้าเต้าถูกวิธีแล้วก็ตาม
  • หัวนมเปลี่ยนสี เช่น สีซีดขึ้น แดงขึ้น หรือดูมันวาว
  • รู้สึกแสบร้อนที่หัวนม โดยเฉพาะหลังให้นมเสร็จ และอาการอาจคงอยู่เป็นชั่วโมง
  • รู้สึกคันที่บริเวณหัวนม หรือหัวนมไวต่อการสัมผัสเกินไป แค่ใส่เสื้อผ้าหลวมๆ ก็ยังรู้สึกไม่สบายตัว

คุณแม่อาจสังเกตเห็นอาการของการติดเชื้อราได้ที่หน้าอกข้างเดียว หรือสองข้างได้ แต่หากเป็นการติดเชื้อราในระยะแรกอาจยังไม่แสดงอาการใด ๆ ที่เผยออกมาเด่นชัดมากนัก

สัญญาณว่าทารก ติดเชื้อราในปาก

หากทารก ติดเชื้อราในปาก คุณแม่สามารถสังเกตเห็นได้จากรอยคราบสีขาวคล้ายคราบน้ำนม หรือคอทเทจชีส (Cottage cheese) บนลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม และเพดานปาก หรือที่เรียกกันว่า ลิ้นเป็นฝ้า โดยรอยคราบขาวขุ่นนี้มีลักษณะเหมือนคราบน้ำนมแต่ต่างกันที่เช็ดไม่ออก และหากสัมผัสเบา ๆ คุณอาจรู้สึกว่า รอยคราบหนาจะมีเลือดปนออกมา นอกจากนี้ ทารกอาจแสดงท่าทีหงุดหงิดร่วม เช่น ดูดนมเพียงระยะเวลาสั้น ๆ และเบือนหน้าหนีจากเต้านมแม่ เพราะเขาอาจรู้สึกเจ็บปากนั่นเอง มากไปกว่านั้นเชื้อราในช่องปากนี้สามารถแพร่กระจายผ่านระบบทางเดินอาหารไปยังบริเวณก้นของทารก แล้วกลายเป็นผื่นผ้าอ้อม ทำให้ก้นดูชื้น ๆ มีจุดแดง หรือขาวขึ้น และอาจกระจายไปทั่วอีกได้เช่นเดียวกัน

การรักษาเชื้อราในปาก

เมื่อทารกเป็นเชื้อราในช่องปาก แพทย์อาจให้ทั้งแม่ และเด็กรักษาด้วยยาต้านเชื้อรา โดยทั่วไปมักแนะนำเป็นยาไมโคนาโซล (Miconazole) ที่มีทั้งรูปแบบครีม แบบน้ำ แบบเจล หากหัวนมของคุณแม่มีอาการแดงเจ็บแสบเป็นมาก อาจต้องใช้ครีมสเตียรอยด์ในการรักษา และควรใช้ยาอย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำ

นอกจากการรักษาด้วยยาแล้ว วิธีเหล่านี้ก็ช่วยป้องกันเชื้อราแพร่กระจาย หรือติดเชื้อซ้ำได้

  • ฆ่าเชื้อจุกยางปลอม ขวดนม จุกขวดนม และส่วนของเครื่องปั๊มนม เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งคุณแม่ และลูกน้อยกลับไปติดเชื้ออีก
  • ฆ่าเชื้อ หรือล้างของเล่นทุกชิ้นที่ลูกของคุณเอาเข้าปาก ด้วยสบู่ และน้ำร้อน
  • รักาาสุขอนามัยด้วยการล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะหลังจากที่ทาครีมยาต้านเชื้อรา และเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูก
  • ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวรวมกัน และควรเปลี่ยนผ้าเช็ดตัวทุกวัน
  • ซักเสื้อผ้า และผ้าเช็ดตัวของคุณแม่กับลูก ด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เพื่อกำจัดเชื้อรา

โดยทั่วไปอาการปวด และอาการอื่น ๆ ของการ ติดเชื้อราในปาก อาจหายไปได้เองภายใน 2-3 วัน แต่ถึงอย่างไรคุณแม่ควรกินยาแก้ปวด เช่น ยาพาราเซตามอล เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดที่หน้าอก จนกว่าอาการปวดจะหายกลับมาสู่ภาวะปกติ แต่หากกรณีอาการยังไม่หาย หรือเป็นหนักขึ้น คุณควรเข้าขอพบคุณหมอในทันที

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Breastfeeding and thrush. http://www.babycentre.co.uk/a8486/breastfeeding-and-thrush#ixzz4ZfMmgF9h. Accessed February 25, 2017

Breastfeeding and thrush. https://www.nhs.uk/conditions/pregnancy-and-baby/breastfeeding-and-thrush/. Accessed February 25, 2017

Thrush and Breastfeeding Signs, Symptoms, and Treatment. https://www.verywellfamily.com/thrush-and-breastfeeding-4047371. Accessed February 25, 2017

 

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย pimruethai เมื่อ 26/11/2018
x