ทารกว่ายน้ำ เสริมสร้างพัฒนาการและสุขภาพให้ลูกน้อย

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มักเน้นฝึกทักษะการเดิน การพูดให้ทารก แต่อาจไม่เคยคิดถึงการฝึกให้ ทารกว่ายน้ำ เพราะไม่เชื่อว่าเด็กทารกที่ยังเดินไม่ได้ จะสามารถว่ายน้ำได้ หรือบางคนก็กลัวว่า ลูกจะได้รับอันตรายหากอยู่ในน้ำ ทั้งที่ความจริงแล้ว การฝึกให้ลูกว่ายน้ำตั้งแต่เป็นทารกอย่างถูกวิธี ภายใต้การดูแล นอกจากจะปลอดภัยแล้ว ยังสามารถเสริมสร้างทักษะและพัฒนาการของลูกน้อยได้มากมายหลายด้าน

ทารกว่ายน้ำกับประโยชน์ที่ได้รับ

ช่วยพัฒนาความคิดความเข้าใจ (Cognitive functioning)

การเคลื่อนไหวร่างกายซ้ายขวาพร้อมกันทั้งสองซีกทำให้สมองของทารกเจริญเติบโตขึ้น ทั้งยังช่วยสร้างเซลล์ประสาทสั่งการในสมองทุกส่วน โดยเฉพาะส่วนคอร์ปัส แคลโลซัม (Corpus Callosum) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นการสื่อสาร การตอบสนอง และการสับเปลี่ยนหน้าที่ระหว่างสมองซีกซ้ายและซีกขวา จึงช่วยพัฒนาทักษะการอ่าน พัฒนาการด้านภาษา ทักษะการเรียน ทักษะด้านการรับรู้มิติสัมพันธ์ (spatial awareness)

ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเอง

โดยปกติแล้ว คลาสสอนว่ายน้ำสำหรับทารกส่วนใหญ่จะผสมผสานกิจกรรมร้อง เล่น และกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์กับคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ดูแล ทำให้ทารกได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม รวมไปถึงทักษะใหม่ๆ ที่อาจช่วยให้ทารกเริ่มเกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง หรือเห็นคุณค่าในตัวเองได้ โดยงานวิจัยในปี 2010 ชิ้นหนึ่งพบว่า เด็กอายุ 4 ปีที่เคยเรียนว่ายน้ำ ตั้งแต่อายุ 2 เดือนถึง 4 ปี มีความมั่นใจในตัวเอง รู้จักพึ่งพาตนเอง และปรับตัวเข้ากับสถานการณ์หรือสภาพแวดล้อมใหม่ ได้ดีกว่าเด็กที่ไม่เคยเรียนว่ายน้ำ

ทารกว่ายน้ำ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง

การฝึกว่ายน้ำและลอยตัวในน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยพัฒนาระบบกล้ามเนื้อสำคัญของทารก เนื่องจากทารกต้องควบคุมศีรษะไม่ให้จมน้ำ ต้องเคลื่อนไหวแขนขา และควบคุมกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวให้ประสานกับอวัยวะส่วนที่เหลือ ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและพัฒนาการควบคุมกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น ได้ขยับข้อต่อส่วนต่างๆ ทำให้ข้อต่อแข็งแรงและยืดหยุ่น ทั้งยังดีต่อสุขภาพหัวใจ ปอด สมอง และหลอดเลือด นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยจากประเทศฟินแลนด์ระบุว่า ทารกที่ฝึกว่ายน้ำจะสามารถเดินได้เร็วกว่าทารกที่ไม่เคยฝึกว่ายน้ำ เพราะสามารถควบคุมกล้ามเนื้อได้ดีกว่า

ช่วยพัฒนาการทรงตัวและการทำงานประสานกันของร่างกาย

การทรงตัวในน้ำช่วยพัฒนาทักษะการทรงตัว และการทำงานประสานกันของร่างกายทารกได้เป็นอย่างดี งานวิจัยในปี 2009 ของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งนอร์เวย์ (Norwegian University of Science and Technology) พบว่า ทารกที่ว่ายน้ำสามารถทรงตัวได้ดีกว่าและหยิบจับสิ่งของต่างๆ ได้ง่ายกว่าทารกที่ไม่เคยว่ายน้ำ

ช่วยให้ทารกนอนหลับง่ายขึ้นและกินเก่งขึ้น

การว่ายน้ำถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง เมื่อทารกว่ายน้ำ ร่างกายได้เผาผลาญพลังงานมากกว่าปกติ ทารกจึงหลับง่ายและกินเก่งขึ้น ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ดูแลที่พาทารกไปหัดว่ายน้ำจึงควรจัดสรรเวลาให้เด็กได้นอนงีบ และเตรียมนมหรือของกินเล่นที่ดีต่อสุขภาพเอาไว้ให้เด็กกินหลังว่ายน้ำเสร็จด้วย

ฝึกทารกว่ายน้ำอย่างปลอดภัย..ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้

  • การฝึกให้ทารกว่ายน้ำ คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ดูแลไม่ควรปล่อยให้เด็กอยู่ในน้ำหรืออยู่ใกล้น้ำตามลำพัง เพราะแม้จะเป็นอ่างอาบน้ำเด็ก บ่อน้ำเด็ก บ่อน้ำพุ ที่มีประมาณน้ำสูงไม่ถึง 1 นิ้ว ก็สามารถทำให้เด็กทารกหรือเด็กแรกเกิดจมน้ำตายได้
  • สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 4 ปี คุณพ่อคุณแม่ควรใช้มาตรการ “เฝ้าระวังในระยะเอื้อมถึง (touch supervision)” นั่นคือควรอยู่ใกล้ๆ เด็กในระยะที่สามารถสัมผัสตัวเด็กได้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
  • หากสระว่ายน้ำมีผ้าใบ หรือพลาสติก เป็นต้น คลุมเอาไว้ ควรเอาออกให้เรียบร้อยก่อนให้ทารกว่ายน้ำ
  • หากต้องดูแลทารกว่ายน้ำ ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสนใจสิ่งเบี่ยงเบนความสนใจอื่นๆ เช่น คุยโทรศัพท์ หรือใช้คอมพิวเตอร์

สัญญาณของอาการจมน้ำที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

  • ศีรษะและปากจมอยู่ในน้ำ
  • หน้าเชิดและอ้าปาก
  • ตาเหลือกหรือหลับตา
  • หายใจลึก ยาว และเร็วกว่าปกติ หรือหายใจหอบ
  • พยายามว่ายน้ำ หรือพยายามม้วนตัว

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา