เชื้อราในปาก การติดเชื้อราที่ส่งผลกระทบต่อทั้งแม่และลูกในการให้นมแม่

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ.

เชื้อราในปาก (Thrush) หรือที่เรียกกันว่าแคนดิดา อัลบิแคนส์ (candida albicans) เป็นการติดเชื้อราที่ส่งผลกระทบกับการให้นมบุตร โดยเชื้อราสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งบริเวณหัวนมผู้หญิง และภายในช่องปากของเด็ก

สิ่งที่นำไปสู่การติดเชื้อราในปาก

ร่างกายของเราทุกคนต่างมีเชื้อราแคนดิดา อัลบิแคนส์ มันเป็นส่วนหนึ่งของระบบทางเดินอาหาร และปกติก็อยู่ในการควบคุมของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นมิตรในร่างกายของเรา แต่เป็นครั้งคราวที่เชื้อรานี้ มีโอกาสที่จะเติบโต และแพร่กระจายได้ ซึ่งสามารถส่งผลให้เกิดการติดเชื้อราในช่องปากได้ รูปแบบของการให้นมบุตรเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับเชื้อราช่องปาก ซึ่งมักจะเติบโตได้ในที่อุ่น ชื้น และมีความหวาน ซึ่งเป็นสภาพภายในช่องปากของทารกขณะที่กำลังดูดนมแม่ การติดเชื้อราช่องปากนั้นสามารถไปติดที่หัวนมของคุณแม่ได้ เชื้อราช่องปากเป็นปัญหาที่พบได้มากในเด็กทารก จะส่งผลกระทบต่อทารกแรกเกิด 1 ใน 20 คน และทารกวัย 4 สัปดาห์ 1 ใน 7 คน

สัญญาณของการติดเชื้อราในช่องปากในแม่

สัญญาณทั่วไปของการติดเชื้อราฝ้าขาวขณะให้นมบุตรมีดังนี้

หัวนมแตกที่รักษาไม่หาย แม้ว่าจะเอาลูกเข้าเต้าได้ถูกต้อง

−หัวนมเป็นสีชมพูหรือสีแดง และเป็นเงาๆ

−รู้สึกเจ็บหัวนม หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาการให้นมบุตรโดยไม่รู้สึกเจ็บ อาการปวดนั้นมักจะรุนแรงขึ้นขณะให้นมบุตร แล้วอาจเจ็บลากยาวไปเป็นชั่วโมง หลังจากที่ให้นมเสร็จแล้ว

−รู้สึกคันที่บริเวณหัวนม ซึ่งอาจจะรู้สึกไวต่อการสัมผัสเกินไป และอาจจะรู้สึกว่าแม้แต่การสวมเสื้อหลวมๆ ก็ยังรู้สึกไม่สบาย

คุณแม่อาจจะสามารถสังเกตเห็นการติดเชื้อราที่หน้าอกได้ทั้งสองข้าง เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นระยะแรกมากๆ ของการติดเชื้อ

สัญญาณของการติดเชื้อราในช่องปากในเด็กทารก

หากทารกติดเชื้อราในช่องปาก เราสามารถสังเกตเห็นรอยคราบสีขาวคล้ายคราบน้ำนมหรือคอทเทจชีส (Cottage cheese) บนลิ้น เหงือก และด้านในหรือด้านบนเพดานปาก รอยคราบสีขาวนี้ไม่สามารถเช็ดออกไปได้ง่ายๆ ต่างจากรอยคราบนมที่ไม่มีอันตราย หากเราสัมผัสที่คราบนี้เบาๆ จะสามารถรู้สึกได้ว่า ตรงฐานนั้นหนาและอาจจะมีเลือดออก ทารกอาจจะรู้สึกหงุดหงิด และดูดนมแค่เวลาสั้นๆ และอาจจะหันหน้าหนีออกจากหน้าอก เพราะรู้สึกเจ็บปาก เชื้อราในช่องปากนี้สามารถส่งต่อผ่านระบบทางเดินอาหารของเด็กทารกไปยังส่วนก้น แล้วกลายเป็นผื่นผ้าอ้อม (nappy rash) ผื่นนี้มักจะดูเจ็บและชื้น โดยมีจุดสีแดงหรือสีขาว และอาจจะแพร่กระจายไปทั่วผิว

การรักษาการติด เชื้อราในปาก

ใช้ครีมหรือเจลยาต้านเชื้อราตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติแล้วจะใช้ไมโคนาโซล (Miconazole) เพื่อรักษาอาการติดเชื้อ แพทย์จำเป็นต้องตรวจสอบอาการของลูกของคุณเพื่อหาสัญญาณด้วยเช่นกัน และอาจต้องรักษาหากมีเชื้อราฝ้าขาวภายในปากหรืออาจจะที่ก้น โดยใช้ยาแบบเจลหรือครีมทาเบาๆ ลงบนบริเวณที่ติดเชื้อ ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำ แม้ว่าเชื้อราอาจจะดูเหมือนว่าหายไปแล้วก็ตาม

หากหัวนมของคุณแดงและเจ็บมาก อาจต้องใช้ครีมสเตียรอยด์เพื่อช่วยรักษา

อาการปวดและอาการอื่นๆ ของการติดเชื้อราควรจะหายไปภายในสองถึงสามวัน หากอาการยังไม่หาย ควรไปหาแพทย์เพื่อตรวจดูว่า คุณติดเชื้อราดัคทัลหรือไม่ (ductal thrush) และอาจจำเป็นต้องรับประทานยาต้านเชื้อรา นอกเหนือจากการรับประทานยาแล้ว ยังมีวิธีอื่นที่จะช่วยกำจัดเชื้อราได้ดังนี้

−ฆ่าเชื้อจุกยางปลอม ขวดนม จุกขวดนม และส่วนของเครื่องปั๊มนม เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ทั้งคุณและลูกของคุณกลับไปติดเชื้อ

−ฆ่าเชื้อหรือล้างของเล่นทุกชิ้นที่ลูกของคุณเอาเข้าปาก ด้วยน้ำร้อและสบู่

−ล้างมือให้บ่อย โดยเฉพาะหลังจากที่ทาครีมยาต้านเชื้อรา และเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูก

−แยกใช้ผ้าเช็ดตัวส่วนตัวภายในครอบครัว และควรเปลี่ยนผ้าเช็ดตัวทุกๆ วัน

−ซักเสื้อผ้าทั้งของคุณและของลูก ด้วยน้ำร้อนอุณภูมิ 60 องศาเซลเซียส เพื่อกำจัดเชื้อรา

−คุณอาจรับประทานยาแก้ปวดเบาๆ เช่น ยาพาราเซตามอล เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดที่หน้าอก จนกว่าอาการปวดจะหายไป และการรักษาเริ่มเห็นผล

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม: