อาหารเสริมสำหรับเด็ก สำคัญกับลูกน้อยมากแค่ไหน

ทบทวนบทความโดย | โดย

เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 17, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

สำหรับเด็กแล้วการได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่เพียงพอ จะช่วยส่งเสริมให้สุขภาพที่ดีของพวกเขา เด็กส่วนใหญ่ได้รับสารอาหารในปริมาณที่เพียงพอจากอาหารที่สมดุล แต่บางครั้งพวกเขาก็อาจจะต้องการ อาหารเสริมสำหรับเด็ก ความจริงแล้วอาหารเสริมสำหรับเด็กที่ช่วยเสริมวิตามินหรือแร่ธาตุนั้น สำคัญต่อลูกน้อยมากเพียงไหน ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝาก

เมื่อไหร่ที่ควรให้ลูกน้อยควรได้รับ อาหารเสริมสำหรับเด็ก

เนื่องจากบางครั้งผู้ปกครองมีเวลาจำกัดในการทำอาหาร นั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่กุมารแพทย์อาจจะแนะนำ อาหารเสริมสำหรับเด็ก ให้กับเด็กๆ ที่ไม่ได้กินอาหารที่สมดุลเป็นประจำ เพื่อให้ได้วิตามินและแร่ธาตุที่ครบถ้วน

นอกจากนั้น เด็กที่มีอาการป่วยเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด ปัญหาทางเดินอาหาร แล้วกำลังกินยาเพื่อรักษาอาหารเหล่านี้ ก็อาจจะต้องได้รับอาหารเสริมสำหรับเด็กเช่นกัน แต่ทั้งนี้ผู้ปกครองควรต้องพูดคุยกับแพทย์ให้แน่ใจเสียก่อนว่า พวกเขาสามารถทานอาหารเสริมไปพร้อมๆ กับยาที่รักษาอาการป่วยเรื้อรังได้หรือไม่

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

เด็กๆ ที่ต้องกินอาหารจานด่วน อาหารสะดวกซื้อ อาหารแปรรูป ก็ควรจะต้องได้รับอาหารเสริมสำหรับเด็กเช่นกัน สำหรับเด็กที่กินอาหารมังสวิรัติ พวกเขาอาจจะต้องการอาหารเสริมธาตุเหล็ก ส่วนเด็กที่กินอาหารที่ปราศจากส่วนผสมของนมวัว อาจจะต้องการอาหารเสริมแคลเซียม สำหรับเด็กที่ชอบดื่มโซดาคาร์บอเนต (Carbonated Soda) หรือน้ำอัดลมจำนวนมาก พวกเขาก็ต้องการอาหารเสริมเช่นกัน เพราะโซดาคาร์บอเนต สามารถกรองเอาวิตามินและแร่ธาตุออกจากร่างกายได้

อาหารเสริมสำหรับเด็ก ที่ลูกน้อยควรได้รับ

สำหรับอาหารเสริมสำหรับเด็กที่เด็กๆ ส่วนใหญ่ควรได้รับ เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของพวกเขานั้น ได้แก่

วิตามินเอ

วิตามินเอช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการตามปกติ ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ กระดูก ผิวหนัง ดวงตา และระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง แหล่งของวิตามิเอที่ดี ได้แก่ นม ชีส ไข่ ผักสีเหลืองหรือสีส้ม เช่น แครอท มันเทศ เป็นต้น

วิตามินบี

กลุ่มวิตามินบี อันได้แก่ วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 และวิตามินบี 12 จะช่วยในเรื่องของการเผาผลาญพลังงาน การผลิตพลังงาน ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบประสาทที่ดี สำหรับแหล่งที่มีวิตามินบีที่ดี ได้แก่ เนื้อไก่ ปลา ถั่ว ไข่ นม เนยแข็ง และถั่วเหลือง กลุ่มวิตามินบี ยังช่วยในเรื่องส่งเสริมกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ผิวหนัง

วิตามินดี

วิตามินดีนั้นจะช่วยส่งเสริมการสร้างกระดูกและฟัน ช่วยให้ร่างกายดูดซับแคลเซียม ซึ่งแหล่งที่มีวิตามินดีที่ได้ ได้แก่ นม ปลาที่มีไขมัน เช่น ปลาแซลมอน และปลาแมคเคอเรล แต่แหล่งวิตามินดีจากธรรมชาติที่ดีที่สุด คือ แสงแดด

แคลเซียม

แคลเซียมช่วยสร้างกระดูกให้แข็งแรงเมื่อเด็กโตขึ้น ซึ่งแหล่งแคลเซียมที่ดี ได้แก่ นม ชีส โยเกิร์ต เต้าหู้ และน้ำส้ม

เหล็ก

ธาตุเหล็กช่วยสร้างกล้ามเนื้อและจำเป็นต่อเซลล์เม็ดเลือดแดงที่แข็งแรง การขาดธาตุเหล็กเป็นความเสี่ยงในช่วงวัยรุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กผู้หญิง เมื่อพวกเขามีประจำเดือน แหล่งที่มีธาตุเหล็กที่ดี ได้แก่ หมู ผักโขม ถั่ว และลูกพรุน เป็นต้น

บางครั้งการได้รับวิตามินในปริมาณที่มากจนเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับเด็ก วิตามินที่ละลายในไขมัน อย่าง วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค อาจเป็นพิษกับเด็กได้ถ้าได้รับมากเกินไป

ความเสี่ยงที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ อาหารเสริมสำหรับเด็ก

มีคุณพ่อคุณแม่หลายคนเชื่อว่า อาหารเสริมนั้นปลอดภัย เพราะมันสามารถหาซื้อได้ตามเคาน์เตอร์ทั่วไป ทั้งยังไม่จำเป็นต้องไปพบคุณหมอ หรือมีใบสั่งจากแพทย์อีกด้วย ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคของเด็ก มักจะบอกเอาไว้ว่ามาจากธรรมชาติ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะปลอดภัย

ทางกุมารแพทย์กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ขายตามร้านขายยา ยังขาดกฎระเบียบจากสำนักคณะกรรมการอาหารและยา (Food and Drug Administration) หรือหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐ จากการศึกษาจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า วิตามินและอาหารเสริมมักเกิดการปนเปื้อนกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพเพิ่มเติม

ในเด็กบางคนอาจจะมีอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมชนิดต่างๆ เด็กบางคนอาจมีอาการปวดหัว ปวดท้อง และท้องเสีย จากการกินวิตามินรวมทุกวัน บางครั้งอาจจะเกิดผลข้างเคียงต่างๆ เกิดขึ้นได้ แต่อาหารเสริมส่วนใหญ่นั้นมักจะถูกกำจัดออกทางปัสสาวะของเด็ก

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ อาหารเสริมสำหรับเด็ก

ถ้าเหล่าคุณพ่อคุณแม่อยากจะให้ลูกทานอาหารเสริม จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้เสียก่อน

1. ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบางประเภทอาจไม่เหมาะสำหรับเด็ก

โดยปกติผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใหญ่ นั้นอาจจะไม่เหมาะสมสำหรับเด็กเสมอไป เนื่องด้วยส่วนผสมของวิตามินหรือสารต่าง ๆ อาจจะมีโดสที่สูงเกินไป หรือมีส่วนผสมพิเศษที่ไม่เป็นประโยชน์ ซึ่งมันอาจจะไม่เหมาะที่จะให้เด็กกิน

2. วิตามินรวมของเด็กโดยทั่วไปจะมีสารอาหารจำเป็นทั้งหมด

เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องให้เด็กทานอาหารเสริมหลายๆ ชนิด เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำจากคุณหมอ

3. อาหารเสริมรูปแบบเม็ดที่เคี้ยวได้เป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับเด็ก

เพราะการให้เด็กกลืนยาเม็ดจำนวนมากอาจจะเป็นเรื่องที่ยาก อาหารเสริมสำหรับเด็กส่วนใหญ่จึงถูกขายในรูปแบบเม็ดที่เคี้ยวได้ ทั้งยังถูกปรุงแต่งและใช้สารให้ความหวาน นอกจากนั้นรสชาติและสีอาจมาจากธรรมชาติหรือเป็นสารสังเคราะห์ ดังนั้น การอ่านส่วนผสมหรือฉลากผลิตภัณฑ์เพื่อตรวจสอบว่าสิ่งที่คุณกำลังจะให้ทานเข้าไปในร่างกายของลูกน้อยนั้นมีอะไรบ้างจึงเป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรให้ความสำคัญ

4. เก็บอาหารเสริมให้พ้นมือจากเด็ก

แม้ว่าอาหารเสริมโดยทั่วไปจะปลอดภัยสำหรับเด็กๆ แต่การคุณพ่อคุณแม่ก็ควรเก็บขวดอาหารเสริมเอาไว้ให้พ้นมือเด็กวัยหัดเดินและเด็กเล็ก ถ้าพวกเขาเกิดคว้าวิตามินในขวดมากิน คุณพ่อคุณแม่ควรรีบแจ้งให้รถฉุกเฉินมารับโดยทันที

5. อย่าให้เด็กกินแต่อาหารเสริม และไม่ควรให้กินอาหารเสริมลดน้ำหนักเด็ดขาด

อาหารเสริมบางชนิด เช่น โปรไบโอติก (Probiotics) เมลาโทนิน (Melatonin) หรือ กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3) อาจเป็นประโยชน์แก่เด็กแค่ในบางครั้งเท่านั้น ดังนั้น อย่าพยายามรักษาสุขภาพของเด็กด้วยผลิตภัณฑ์อาหารเสริม แต่ควรดูแลลูกตั้งแต่เรื่องโภชนาการหรืออาหารการกิน และที่สำคัญที่สุด คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรให้ลูกของคุณกินอาหารเสริมลดน้ำหนักเป็นอันขาด

อย่างไรก็ตาม แม้อาหารเสริมจะช่วยให้คุณแน่ใจได้ว่า ลูกของคุณได้รับสารอาหารที่เพียงพอ แต้ก็อย่าลืมให้พวกเขาได้กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพด้วย การให้ลูกน้อยกินอาหารเพื่อสุขภาพในทุกมื้อถือเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจเป็นอย่างมาก บางครั้งลูกของคุณอาจจะได้รับสารอาหารพิเศษมากมายจากอาหารเสริมและวิตามินจากขนมปัง เครื่องดื่มเสริมวิตามิน เช่น น้ำส้ม หรือแคลเซียมและวิตามินดีจากอาหารประเภทนม เช่น นมอัลมอนด์ และนมถั่วเหลืองที่มีแคลเซียมและวิตามินดีเป็นพิเศษ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน ในร่างกายได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีธรรมชาติ

การ เพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน ให้กับร่างกาย ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่จะมีวิธีไหนบ้างที่คุณจะสามารถเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจนให้กับร่างกายได้บ้าง ต้องไปติดตามกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
สุขภาพหญิง, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤศจิกายน 4, 2020 . เวลาในการอ่าน

วิธีลดอาการอักเสบ ในร่างกาย อย่างเป็นธรรมชาติ

อาการอักเสบ นอกจากจะทำให้เจ็บปวด ไม่สบายตัวแล้ว หากปล่อยไว้ อาจทำให้เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจได้ด้วย เราเลยมี วิธีลดอาการอักเสบ มาฝากดังนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤศจิกายน 2, 2020 . เวลาในการอ่าน

ตาตก หย่อนคล้อย จนทำให้ดูแก่ก่อนวัย สามารถรักษาได้อย่างไร

บทความของ Hello คุณหมอ วันนี้ ขอพาทุกคนมารู้ถึงวิธีการรักษาของปัญหา เปลือกตาตก หรือ ตาตก หย่อนคล้อยไม่น่ามอง ให้กลับมากระชับขึ้นดังเดิมกันค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
สุขภาพตา, สุขภาพชีวิตที่ดี ตุลาคม 29, 2020 . เวลาในการอ่าน

สูตรปอเปี๊ยะเจทอด

วันนี้ Hello คุณหมอ ขอนำ สูตรปอเปี๊ยะเจทอด มาฝากทุกคนให้ได้ลองทำรับประทานด้วยตนเองง่าย ๆ ที่บ้าน เพื่อเป็นการต้อนรับเทศกาลกินเจที่กำลังมาถึงในเร็ววันกันค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

บทความแนะนำ

ร้องเพลง-ร้องคาราโอเกะ-ประโยชน์สุขภาพ

ร้องเพลง ร้องคาราโอเกะ กิจกรรมผ่อนคลาย ดีต่อสุขภาพกายและใจ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 24, 2020 . เวลาในการอ่าน
วิธี-เผาผลาญไขมัน-อย่างมีประสิทธิภาพ

สุดยอดวิธี เผาผลาญไขมัน ที่ช่วยให้ฟิตแอนด์เฟิร์ม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 23, 2020 . เวลาในการอ่าน
ตาบวมจากการร้องไห้

ตาบวมจากการร้องไห้ จัดการได้ ด้วยวิธีง่าย ๆ เหล่านี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 13, 2020 . เวลาในการอ่าน
น้ำมันบำรุงผม-จากธรรมชาติ

รวมสุดยอด น้ำมันบำรุงผม จากธรรมชาติ เพื่อคนรักเส้นผม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 9, 2020 . เวลาในการอ่าน