โซฟอสบูเวียร์ (Sofosbuvir)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: โซฟอสบูเวียร์ (Sofosbuvir) Brand Name(s): ชื่อทั่วไปเท่านั้น ไม่มีชื่อแบรนด์

ข้อบ่งใช้

ยา โซฟอสบูเวียร์ ใช้สำหรับ

ยา โซฟอสบูเวียร์ (Sofosbuvir) ใช้ร่วมกับยาต้านไวรัสประเภทอื่น เช่น ไรบาไวริน (ribavirin) เพกอินเตอร์เฟอรอน (peginterferon) เเละดาคลาทาสเวียร์ (daclatasvir) เพื่อรักษาโรคไวรัสตับเอกเสบซีเรื้อรัง ซึ่งเป็นการติดเชื้อไวรัสที่ตับ ยานี้มีฤทธิ์ในการลดจำนวนของไวรัสตับอักเสบซี ในร่างกายของคุณ ซึ่งอาจจะช่วยให้ตับของคุณหายเป็นปกติ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี เรื้อรังอาจทำให้เกิดปัญหาตับอย่างรุนเเรง เช่น แผลเป็นในตับ (ตับเเข็ง) หรือมะเร็งตับ

การใช้ยาโซฟอสบูเวียร์ร่วมกับยาต้านไวรัสประเภทอื่น ช่วยลดจำนวนเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ในร่างกาย เเละช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ ไม่เป็นที่ทราบเเน่ชัดว่าการรักษานี้จะช่วยป้องกันไม่ให้คุณเเพร่กระจายไวรัสสู่ผู้อื่นหรือไม่ แต่ก็อย่าใช้เข็มร่วมกับผู้อื่น รวมถึงมี “เพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย” (เช่น การใช้ถุงยางอนามัย) เพื่อลดความเสี่ยงในการเเพร่ไวรัสสู่ผู้อื่น

จำเป็นต้องใช้ยาโซฟอสบูเวียร์ในการรักษาเเบบผสมผสาน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด อย่าใช้โซฟอสบูเวียร์เพียงชนิดเดียวในการรักษาไวรัสตับอักเสบซี

วิธีการใช้ยาโซฟอสบูเวียร์

โดยปกติเเล้ว รับประทานยานี้ 1 ครั้งต่อวันพร้อมกับอาหารหรือไม่ก็ได้ตามที่เเพทย์สั่ง ปริมาณยาขึ้นอยู่กับสุขภาพเเละการตอบสนองต่อการรักษาของคุณ

ยานี้จะออกฤทธิ์ได้ดีที่สุดเมื่อปริมาณยาในร่างกายคงที่ ดังนั้น โปรดรับประทานยานี้โดยเว้นระยะห่างให้เท่าๆ กัน เพื่อช่วยให้คุณจำได้ง่ายขึ้น ให้รับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

เเม้ว่าคุณจะหายป่วยภายในเวลาอันสั้น ให้รับประทานยาโซฟอสบูเวียร์เเละยาต้านไวรัสชนิดอื่นต่อไปจนกว่าจะครบตามกำหนดเวลาที่เเพทย์สั่ง การหยุดยาเร็วเกินไปอาจส่งผลให้กลับมาป่วยอีกครั้ง

การเก็บรักษายาโซฟอสบูเวียร์

คุณควรเก็บยาโซฟอสบูเวียร์ไว้ในอุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากเเสงเเละความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา คุณไม่ควรเก็บยาโซฟอสบูเวียร์ไว้ให้ห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาโซฟอสบูเวียร์เเต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บเเตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือการอ่านคำเเนะนำการเก็บรักษายาบนหีบห่อของผลิตภัณฑ์หรือถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กเเละสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งโซฟอสบูเวียร์ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นเเต่คุณได้รับคำเเนะนำให้ทำอย่างนั้น ดังนั้น สิ่งสำคัญคือทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุหรือไม่จำเป็นต้องรับประทานอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีทิ้งยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังเเละคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาโซฟอสบูเวียร์

ก่อนจะรับประทานยาโซฟอสบูเวียร์ เเจ้งเเพทย์หรือเภสัชกรหากคุณเเพ้ยาตัวนี้ รวมถึงมีอาการเเพ้อื่นๆ ยาตัวนี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ได้ออกฤทธิ์เเต่อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาเเพ้หรือปัญหาอื่นๆ ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนจะใช้ยานี้ เเจ้งให้เเพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคไต หรือปัญหาเกี่ยวกับตับอื่นๆ (เช่น ไวรัสตับอักเสบบี)

ก่อนเข้ารับการผ่าตัดใดๆ เเจ้งให้เเพทย์หรือทันตเเพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (รวมถึงยาที่ต้องใช้ใบสั่งยา ยาที่ซื้อได้เอง เเละสมุนไพร)

ระหว่างตั้งครรภ์ ควรใช้ยาโซฟอสบูเวียร์เมื่อจำเป็นเท่านั้น ไม่ควรใช้ยาโซฟอสบูเวียร์ร่วมกับยาไรบาไวริน เเละเพกอินเตอร์เฟอรอนระหว่างตั้งครรภ์ ทั้งตัวหญิงมีครรภ์เองหรือคู่สมรสของเธอ การใช้ยาร่วมกันอาจทำให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ เมื่อไหร่ก็ตามที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้ยาเหล่านี้ร่วมกัน จำเป็นต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีที่เชื่อถือได้ (เช่น การใช้ถุงยางอนามัยหรือยาคุมกำเนิด) รวมถึงต้องคุมกำเนิดเป็นเวลา 6 สัปดาห์หลังจากการหยุดรักษา หากคุณหรือคู่สมรสของคุณตั้งครรภ์ หรือหากคุณคิดว่าคุณหรือคู่สมรสของคุณอาจจะตั้งครรภ์ โปรดเเจ้งให้เเพทย์ทราบโดยด่วน

ไม่เป็นที่ทราบเเน่ชัดว่ายานี้ซึมเข้าสู่น้ำนมมารดาหรือไม่ ไม่เเนะนำให้มารดาให้นมบุตรระหว่างรับประทานโซฟอสบูเวียร์ร่วมกับไรบาไวริน และเพกอินเตอร์เฟอรอน ปรึกษาเเพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยของยาต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอจะระบุความเสี่ยงขณะที่ใช้ยาโซฟอสบูเวียร์ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาเเพทย์เป็นประจำเพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีเเละความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนรับประทานยาโซฟอสบูเวียร์ อ้างอิงจากองค์การอาหารเเละยาเเห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) โซฟอสบูเวียร์จัดเป็นยากลุ่มเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท N ประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ระบุโดยองค์การอาหารเเละยาเเห่งสหรัฐอเมริกา ได้แก่

  • A = ไม่เสี่ยง
  • B = ไม่เสี่ยง (อ้างอิงจากงานวิจัยบางงาน)
  • C = อาจมีความเสี่ยงบางอย่าง
  • D = พบหลักฐานเกี่ยวกับความเสี่ยงโดยตรง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่มีข้อมูล

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของยาโซฟอสบูเวียร์

คุณอาจเหนื่อยล้า ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ท้องเสีย คันผิวหนัง นอนหลับยาก หรือฉุนเฉียวง่าย หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานหรือเเย่ลง เเจ้งให้เเพทย์หรือเภสัชกรทราบโดยด่วน

ระลึกไว้ว่าเเพทย์ได้จ่ายยานี้ เนื่องจากได้ตัดสินใจเเล้วว่า นี่จะมีประโยชน์ต่อคุณมากกว่าความเสี่ยงที่เกิดจากผลข้างเคียง หลายคนใช้ยานี้เเล้วไม่มีผลข้างเคียงรุนเเรงใดๆ

เเจ้งให้เเพทย์ทราบทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนเเรง ได้เเก่ สัญญาณของจำนวนเม็ดเลือดแดงที่ลดลง (เช่น เหนื่อยล้าผิดปกติ หายใจเร็ว ผิวซีด หายใจถี่หรือหัวใจเต้นเเรง)

อาการเเพ้ยาอย่างรุนเเรงมักไม่ค่อยเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม โปรดเข้ารับการรักษาโดยด่วนหากคุณสังเกตเห็นถึงอาการเเพ้ที่รุนเเรงเหล่านี้ ได้เเก่ ผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะที่ใบหน้า ลิ้นหรือลำคอ วิงเวียนศีรษะอย่างรุนเเรง หรือมีปัญหาเรื่องการหายใจ)

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจทำปฏิกิริยากับโซฟอสบูเวียร์ คือ ยาอะมิโอดาโรน (amiodarone)

ยาชนิดอื่นอาจขับโซฟอสบูเวียร์ออกจากร่างกาย ซึ่งจะส่งผลต่อฤทธิ์ยาโซฟอสบูเวียร์ ตัวอย่างเช่น ยากลุ่มไรฟามัยซิน (refamycin) เช่น ยาไรเเฟมพิน (rifampin) ยาไรฟาบูติน (rifabutin) สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ต (St.John’s wort) ทิพลานาเวียร์ (tipranavir) ริโทนาเวียร์ (ritonair) ยาที่ใช้เพื่อรักษาอาการชัก เช่น คาร์บามาเซปิน (carbamazepine) ฟิโนบาร์บิทอล (phenobarbatal) เฟนิโทอิน (phenytoin) เเละไพรมิโดน (primidone) เป็นต้น

อย่ารับประทานยานี้ร่วมกับยาชนิดอื่นที่มีส่วนผสมของโซฟอสบูเวียร์

ยาโซฟอสบูเวียร์ อาจทำปฏิกิริยากับยาตัวอื่นที่คุณกำลังรับประทานอยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณรับประทานออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิม หรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนเเรง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาที่อาจเป็นไปได้ คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ยาที่ใช้ใบสั่งยา ยาที่ซื้อเองได้ เเละสมุนไพร) และเเจ้งให้เเพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่มหรือ หยุดรับประทาน รวมถึงเปลี่ยนปริมาณยาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเเพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือเเอลกอฮอล์

ยาโซฟอสบูเวียร์ อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเเอลกอฮอล์โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนเเรง โปรดปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกร เพื่อถามถึงอาหารหรือเเอลกอฮอล์ที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ก่อนรับประทานยา

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่นๆ

ยาโซฟอสบูเวียร์อาจส่งผลต่อภาวะโรคของคุณ ปฏิกิริยาของยาที่มีต่อร่างกายอาจทำให้โรคของคุณย่ำเเย่ลงหรือเปลี่ยนฤทธิ์ของยา สิ่งสำคัญคือ โปรดเเจ้งให้เเพทย์เเละเภสัชกรทราบเกี่ยวกับสุขภาพเเละโรคประจำตัวของคุณ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้เเทนคำเเนะนำทางการเเพทย์ ควรปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกร ทุกครั้ง ก่อนรับประทานยาโซฟอสบูเวียร์

ขนาดยาโซฟอสบูเวียร์สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาโดยทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี

400 มิลลิกรัมต่อวัน

ข้อกำหนดเเละระยะเวลาในการรักษาที่เเนะนำ

-จีโนไทป์ 1 หรือ 4 : โซฟอสบูเวียร์ ไรบาไวริน อัลฟ่าเเละเพกอินเตอร์เฟอรอนเป็นเวลา 12 สัปดาห์

-จีโนไทป์ 2 : โซฟอสบูเวียร์เเละไรบาไวรินเป็นเวลา 12 สัปดาห์

-จีโนไทป์ 3 : โซฟอสบูเวียร์เเละไรบาไวรินเป็นเวลา 24 สัปดาห์

-ผู้ป่วยมะเร็งเซลล์ตับที่รอปลูกถ่ายตับ : โซฟอสบูเวียร์เเละไรบาไวรินเป็นเวลา 48 สัปดาห์หรือจนกว่าจะได้รับปลูกถ่ายตับ (เเล้วเเต่ว่าอะไรเกิดขึ้นก่อน)

คำเเนะนำ

-จีโนไทป์ 1 หรือ 4 : เเนะนำข้อกำหนดนี้สำหรับผู้ป่วยที่ไม่เคยเข้ารับการรักษามาก่อนและไม่ได้เป็นโรคตับเเข็ง หรือได้รับการรักษาโรคตับเเข็งเเล้ว (ค่าประสิทธิภาพการทำงานของตับระดับเอ)

-จีโนไทป์ 2 หรือ 3 : เเนะนำข้อกำหนดทั้ง 2 รูปเเบบสำหรับผู้ป่วยที่ไม่เคยเข้ารับการรักษามาก่อน ผู้ป่วยที่เคยเข้ารับการรักษามาก่อนเเต่ไม่ได้เป็นโรคตับเเข็ง หรือได้รับการรักษาโรคตับเเข็งเเล้ว (ค่าประสิทธิภาพการทำงานของตับระดับเอ)

-ผู้ป่วยที่เคยเข้ารับการรักษาด้วยการฉีดยาอินเตอร์เฟอรอนเเล้ว เเต่ไม่หายป่วย (ไม่ว่าจะใช้ยาไรบาไวรินร่วมด้วยหรือไม่)

-ปริมาณยาที่เเนะนำสำหรับจีโนไทป์ 1 2 3 หรือ 4 ควรได้รับการติดตามในกลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเเละเอชไอวีชนิดที่ 1 ร่วมกัน

-ควรศึกษาข้อมูลการผลิตยา เพื่อหาคำเเนะนำเรื่องปริมาณยาไรบาไวริน สำหรับจีโนไทป์ประเภท 1 หรือ 4 ควรศึกษาข้อมูลการผลิตยาเพกอินเตอร์เฟอรอน เพื่อหาคำเเนะนำเรื่องปริมาณยา

-ผู้ป่วยที่ติดเชื้อจีโนไทป์ 1 เเละไม่สามารถเข้ารับการรักษาโดยใช้ยาอินเตอร์เฟอรอนได้อาจใช้โซฟอสบูเวียร์เเละไรบาไวรินเป็นเวลา 24 สัปดาห์ การตัดสินใจที่จะเข้ารับการรักษาควรเป็นไปตามการประเมินประโยชน์เเละความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ป่วยเเต่ละคน

-ข้อกำหนดสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเซลล์ตับที่รอปลูกถ่ายตับ คือ หลีกเลี่ยงการกลับมาติดเชื้อไวรัสตับอักเสบอีกครั้งหลังการปลูกถ่ายตับ

การใช้

-ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษา เพื่อต้านไวรัส ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง

-ใช้ร่วมกับเพกิเลต อินเตอร์เฟอรอนเเละไรบาไวริน : สำหรับการติดเชื้อจีโนไทป์ 1 หรือ 4 โดยไม่ได้เป็นตับเเข็ง หรือได้รับการรักษาโรคตับเเข็งเเล้ว

-ใช้ร่วมกับไรบาไวริน : สำหรับการติดเชื้อจีโนไทป์ 2 หรือ 3 โดยไม่ได้เป็นตับเเข็งหรือได้รับการรักษาโรคตับเเข็งเเล้ว

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

การทำงานผิดปกติของไตที่ไม่รุนเเรงหรือปานกลาง : ไม่มีการเเนะนำให้ปรับขนาดยา

การทำงานผิดปกติของไตขั้นรุนเเรง (อัตราการกรองของไตต่ำกว่า 30 มิลลิลิตร/นาที/1.73 ตารางเมตร) : ไม่มีข้อมูลปรากฏ

คำเเนะนำ

-ไม่มีการยืนยันความปลอดภัยเเละประสิทธิภาพของยานี้ในผู้ป่วยที่ไตทำงานผิดปกติอย่างรุนเเรง

-ควรศึกษาข้อมูลการผลิตยาไรบาไวรินเเละยาเพกอินเตอร์เฟอรอนสำหรับผู้ป่วย ที่มีค่าความสามารถของไตในการกำจัดครีอาตินีนต่ำกว่า 50 มิลลิลิตรต่อวินาที

การปรับปริมาณยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

การทำงานผิดปกติของตับที่ไม่รุนเเรง ปานกลางหรือรุนเเรง (ประสิทธิภาพการทำงานของตับ A B หรือ C) ไม่มีการเเนะนำให้ปรับขนาดยา

คำเเนะนำ

-ไม่มีการยืนยันความปลอดภัยเเละประสิทธิภาพของยานี้ในผู้ป่วยโรคตับเเข็งที่ไม่สามารถรักษาได้

-ควรศึกษาข้อมูลการผลิตยาเพกอินเตอร์เฟอรอน อัลฟ่าเกี่ยวกับการห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคตับล้มเหลว

การปรับขนาดยา

ไม่ควรปรับขนาดยา

หากมีผลข้างเคียงที่รุนเเรงเเละเกี่ยวเนื่องกับการกินยาเพกอินเตอร์เฟอรอนอัลฟ่า เเละยาไรบาไวริน ควรลดขนาดยาหรือหยุดรับประทานยาเพกอินเตอร์เฟอรอนอัลฟ่า และยาไรบาไวรินตามความเหมาะสม กระทั่งไม่เกิดผลข้างเคียงหรือลดความรุนเเรงลง

ควรศึกษาข้อมูลการผลิตยาเพกอินเตอร์เฟอรอน อัลฟ่า เเละยาไรบาไวรินเกี่ยวกับการลดปริมาณยาเเละการหยุดยา

หากคุณหยุดยาที่ใช้ร่วมกับโซฟอสบูเวียร์อย่างถาวร คุณควรหยุดยาตัวนี้ด้วยเช่นกัน

ขนาดยาโซฟอสบูเวียร์สำหรับเด็ก

ปริมาณยาโดยปกติสำหรับเด็กที่เป็นไวรัสตับอักเสบซี เรื้อรัง

เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปหรือน้ำหนักอย่างน้อย 35 กิโลกรัม 400 มิลลิกรัมต่อวัน

ข้อกำหนดเเละระยะเวลาในการรักษาที่เเนะนำ

-จีโนไทป์ 2 : โซฟอสบูเวียร์เเละไรบาไวรินเป็นเวลา 12 สัปดาห์

-จีโนไทป์ 3 : โซฟอสบูเวียร์เเละไรบาไวรินเป็นเวลา 24 สัปดาห์

คำเเนะนำ

-เเนะนำข้อกำหนดทั้ง 2 รูปแบบ สำหรับผู้ป่วยที่ไม่เคยเข้ารับการรักษามาก่อน หรือผู้ป่วยที่เคยได้รับการรักษาแล้ว เเต่ไม่ได้เป็นโรคตับเเข็งเเล้ว หรือเข้ารับการรักษาโรคตับเเข็งเเล้ว (ค่าประสิทธิภาพการทำงานของตับระดับเอ)

-ผู้ป่วยที่เคยเข้ารับการรักษาด้วยการฉีดยาอินเตอร์เฟอรอนเเล้วเเต่ไม่หายป่วย (ไม่ว่าจะใช้ไรบาไวรินร่วมด้วยหรือไม่)

-ควรศึกษาข้อมูลการผลิตยาเกี่ยวกับคำเเนะนำเรื่องปริมาณยาไรบาไวริน

-ขนาดยาที่เเนะนำ ควรได้รับการติดตามผลในกลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเ เละเอชไอวีชนิดที่ 1 ร่วมกัน

การใช้

-ใช้ร่วมกับไรบาไวริน เพื่อรักษาไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังที่ติดเชื้อจีโนไทป์ 2 หรือ 3 ผู้ป่วยต้องไม่เป็นโรคตับเเข็งหรือเข้ารับการรักษาโรคตับเเข็งเเล้ว

คำเตือน

ไวรัสตับอักเสบจีโนไทป์ 1 หรือ 4 : ไม่มีการยืนยันความปลอดภัยหรือประสิทธิภาพของยาในผู้ป่วยที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

ไวรัสตับอักเสบจีโนไทป์ 2 หรือ 3 : ไม่มีการยืนยันความปลอดภัยหรือประสิทธิภาพของยาในผู้ป่วยที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปีเเละมีน้ำหนักต่ำกว่า 35 กิโลกรัม

รูปแบบยาโซฟอสบูเวียร์

ยาโซฟอสบูเวียร์มีในรูปเเบบและขนาดยาดังต่อไปนี้

  • ยาเม็ดใช้รับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

ในกรณีของเหตุฉุกเฉินหรือการใช้ยาเกินขนาด โทรเรียกรถพยาบาลในพื้นที่หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด

กรณีลืมรับประทานยา

หากคุณลืมรับประทานยาโซฟอสบูเวียร์ ให้คุณรับประทานทันทีที่เป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม หากตอนนั้นเกือบจะเป็นเวลาที่ต้องรับประทานยาอีกครั้ง โปรดข้ามยาที่ลืมรับประทาน เเล้วรับประทานยาที่กำหนดตามปกติ อย่ารับประทานยา 2 ครั้งในเวลาเดียวกัน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม: