คลอ-ไทรม์ทอน® (Chlor-Trimeton®)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 27/08/2020 . 5 mins read
Share now

คลอ-ไทรม์ทอน® (Chlor-Trimeton®) ใช้เพื่อบรรเทาอาการคัดภายในโพรงจมูก ความดันภายในโพรงจมูก น้ำมูกไหล น้ำตาไหล อาการคันที่จมูกและคอ และอาการจามเนื่องจากโรคภูมิแพ้ ไข้ละอองฟาง (Hay fever) และโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น โรคหวัด รวมถึงอาจใช้เพื่อรักษาภาวะโรคอื่นตามที่แพทย์กำหนด

ข้อบ่งใช้

คลอ-ไทรม์ทอน® (ยาคลอเฟนิรามีน) ใช้สำหรับ

คลอ-ไทรม์ทอน® (Chlor-Trimeton®) ใช้เพื่อบรรเทาอาการคัดภายในโพรงจมูก ความดันภายในโพรงจมูก น้ำมูกไหล น้ำตาไหล อาการคันที่จมูกและคอ และอาการจามเนื่องจากโรคภูมิแพ้ ไข้ละอองฟาง (Hay fever) และโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น โรคหวัด รวมถึงอาจใช้เพื่อรักษาภาวะโรคอื่นตามที่แพทย์กำหนด

คลอ-ไทรม์ทอน® เป็นยาต้านฮีสตามีน (Antihistamine) ทำงานโดยการปิดกั้นการทำงานของสารฮีสตามีน (Histamine) ซึ่งช่วยลดอาการ เช่น น้ำตาไหล อาการจาม

วิธีการใช้คลอ-ไทรม์ทอน® (ยาคลอเฟนิรามีน)

หากคุณใช้คลอ-ไทรม์ทอน® โดยหาซื้อเอง ควรอ่านวิธีการใช้ยาทั้งหมดบนบรรจุภัณฑ์ก่อนใช้ยานี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาเภสัชกร หากแพทย์สั่งให้คุณใช้ยานี้ควรใช้ยาตามที่กำหนด

รับประทานยาเม็ด ยาแคปซูล หรือยาน้ำพร้อมกับอาหารหรือแยกต่างหาก ควรทำตามวิธีการใช้ยาทั้งหมดบนฉลากยาหรือตามที่แพทย์กำหนด คุณอาจรับประทานยานี้พร้อมกับอาหารหรือนมได้หากมีอาการท้องไส้ปั่นป่วน

หากคุณใช้คลอ-ไทรม์ทอน® ชนิดแคปซูลแบบออกฤทธิ์นาน ควรกลืนยาลงไปทั้งเม็ด อย่าบดหรือเคี้ยวยาเม็ดหรือยาแคปซูลแบบออกฤทธิ์นาน เพราะจะทำให้ยาออกฤทธิ์ทั้งหมดมาในคราวเดียว และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง นอกจากนี้ยังไม่ควรแบ่งเม็ดยาออกฤทธิ์นาน นอกเสียจากว่าจะมีเส้นแบ่งเม็ดยา และแพทย์หรือเภสัชกรสั่งให้ทำเช่นนั้น กลืนยาทั้งเม็ดหรือเม็ดส่วนที่แบ่งไว้ลงไป โดยไม่ต้องเคี้ยวหรือบดยา

หากคุณใช้คลอ-ไทรม์ทอน® ในรูปแบบยาน้ำ ควรตวงยาด้วยอุปกรณ์สำหรับตวงยา เพื่อให้ได้ขนาดยาตามที่กำหนด อย่าใช้ช้อนธรรมดา หากยาน้ำนั้นเป็นยาแขวนตะกอน ควรเขย่าขวดให้ดีทุกครั้งก่อนใช้

การเก็บรักษาคลอ-ไทรม์ทอน® (ยาคลอเฟนิรามีน)

คลอ-ไทรม์ทอน® ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหายหรือเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง คลอ-ไทรม์ทอน® แต่ละรูปแบบอาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งคลอ-ไทรม์ทอน® ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องเพิ่มเติมได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้คลอ-ไทรม์ทอน® (ยาคลอเฟนิรามีน)

โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณมีสภาวะทางการแพทย์ใดๆ โดยเฉพาะภาวะดังต่อไปนี้

  • กำลังตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  • กำลังใช้ยาตามใบสั่ง ยาที่หาซื้อเอง สมุนไพร หรืออาหารเสริมใดๆ
  • เป็นโรคภูมิแพ้ต่อยา อาหาร หรือสารอื่นๆ
  • หัวใจของคุณเต้นเร็ว ช้า หรือผิดปกติ
  • มีประวัติเป็นโรคหอบหืด ปัญหาเกี่ยวกับปอด เช่น โรคถุงลมโป่งพอง ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคต้อหิน กระเพาะอาหารหรือลำไส้อุดตัน กระเพาะปัสสาวะมีแผลหรืออุดตัน ปัสสาวะติดขัด ต่อมลูกหมากโต ชัก หรือภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

คลอ-ไทรม์ทอน® จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้คลอ-ไทรม์ทอน® (ยาคลอเฟนิรามีน)

อาจเกิดอาการง่วงซึม วิงเวียน ปวดศีรษะ ท้องผูก ท้องไส้ปั่นป่วน มองเห็นไม่ชัด การเคลื่อนไหวที่สอดประสานลดลง หรือปากแห้ง จมูกแห้ง คอแห้ง อาการเหล่านี้จะลดลง เมื่อร่างกายปรับตัวเข้ากับยา หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทันที

ยาคลอเฟนิรามีนสามารถทำให้เสมหะภายในปอดแห้งและหนาขึ้นได้ ทำให้หายใจและทำให้ปอดโล่งยากขึ้น เพื่อลดผลข้างเคียงนี้ ควรดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ เว้นเสียแต่ว่าแพทย์จะสั่งอย่างอื่น

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจจะมีปฏิกิริยากับคลอ-ไทรม์ทอน® ได้แก่

  • ยาต้านฮีสตามีนชนิดทาบนผิว เช่น ยาไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) แบบครีม ขี้ผึ้ง หรือยาพ่น
  • ยาแก้ปวดท้อง (Antispasmodics) เช่น อะโทรปีน (Atropine) หรือเบลลาดอนนา อัลคาลอยด์ (Belladonna alkaloids)
  • ยาสำหรับโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) อย่างยาแอนติโคลิเนอร์จิก (Anticholinergics) เช่น เบนซ์โทรปีน (Benztropine) ไตรเฮกซีเฟนิดิล (Trihexyphenidyl)
  • ยาสโคโปลามีน (Scopolamine)
  • ยาต้านซึมเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก (Tricyclic antidepressants) เช่น ยาอะมิทริปไทลีน (Amitriptyline)

คลอ-ไทรม์ทอน® อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์นั้นสามารถเพิ่มผลข้างเคียงของยาคลอเฟนิรามีนต่อระบบประสาท เช่น อาการวิงเวียน ง่วงซึม และรวบรวมสมาธิได้ยาก บางคนอาจมีอาการความคิดและการตัดสินใจบกพร่อง คุณควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณของแอลกอฮอล์ขณะที่กำลังใช้ยาคลอเฟนิรามีน อย่าใช้ยาคลอเฟนิรามีนมากกว่าขนาดที่กำหนด และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว หรือใช้เครื่องจักรอันตราย จนกว่าคุณจะทราบว่ายานี้ส่งผลต่อคุณอย่างไร โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาของคลอ-ไทรม์ทอน® (ยาคลอเฟนิรามีน) สำหรับผู้ใหญ่

  • ยาเม็ดหรือน้ำเชื่อม 4 มก. : รับประทานทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 24 มก./วัน
  • ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน 8 มก. : รับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง หรือ 12 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 24 มก./วัน
  • ยาแคปซูลออกฤทธิ์นาน : รับประทาน 12 มก. ต่อวัน ไม่ควรเกิน 24 มก./วัน
  • ยาแคปซูลออกฤทธิ์คงที่ระยะยาว 8-12 มก. : รับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง สูงสุดถึง 16-24 มก./วัน

ขนาดยาของคลอ-ไทรม์ทอน® (ยาคลอเฟนิรามีน) สำหรับเด็ก

  • อายุน้อยกว่า 2 ปี : ยังไม่มีการกำหนดความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
  • อายุ 2 ถึง 6 ปี : รับประทาน 1 มก.ทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 6 มก./วัน
  • อายุ 6 ถึง 12 ปี : รับประทาน 2 มก ทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 12 มก./วัน หรือยาออกฤทธิ์คงที่ในระยะยาว ก่อนนอน
  • อายุมากกว่า 12 ปี
    • ยาเม็ดหรือน้ำเชื่อม : รับประทาน 4 มก. ทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 24 มก./วัน
    • ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน : รับประทาน 8 มก. ทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง หรือ 12 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 24 มก./วัน
    • ยาแคปซูลออกฤทธิ์นาน : รับประทาน 12 มก. ต่อวัน ไม่ควรเกิน 24 มก./วัน
    • ยาแคปซูลออกฤทธิ์คงที่ระยะยาว 8-12 มก. : รับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง สูงสุดถึง 16-24 มก./วัน

ขนาดยาของคลอ-ไทรม์ทอน® (ยาคลอเฟนิรามีน) สำหรับผู้สูงอายุ

  • รับประทาน 4 มก. ต่อวัน หรือทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • ยาออกฤทธิ์คงที่ระยะยาว 8 มก. : รับประทานทุกๆ ก่อนนอน

ควรพิจารณาใช้ยาต้านฮีสตามีนที่ไม่ใช่แอนติโคลิเนอร์จิก (Non-anticholinergic antihistamines) ก่อนเมื่อเริ่มมีอาการแพ้ ตามเกณฑ์ของเบียร์ (Beers’ criteria)

หลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ในผู้สูงอายุ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดผลแอนติโคลิเนอร์จิก

การกำจัดยานั้นจะลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น เช่นเดียวกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการเกิดอาการสับสน ปากแห้ง ท้องผูก และผลแอนติโคลิเนอร์จิกและความเป็นพิษ

อาจทำให้สภาวะเกี่ยวกับการปัสสาวะ หรือโรคต่อมลูกหมากโต ที่เป็นอยู่นั้น รุนแรงขึ้นได้

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ยา ดีกัวดิน® เป็นยาที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ และการติดเชื้อได้ทันที ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการลดการติดเชื้อที่ช่องปากและลำคอ เช่น เชื้อราในช่องปาก ลิ้นอักเสบ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

อัลปราโซแลม (Alprazolam) ใช้เพื่อรักษาโรควิตกกังวล และแพนิค เป็นยาซึ่งส่งผลต่อสมองและประสาท ทำงานโดยกระตุ้นสารสื่อประสาท

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

อัลเบนดาโซล (Albendazole) ใช้เพื่อรักษาพยาธิบางชนิด เช่น ตัวอ่อนพยาธิที่พบในสมองและไขสันหลัง ยาอัลเบนดาโซลอยู่ในกลุ่มของยาถ่ายพยาธิ (anthelmintic) 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

อะลาเวิร์ต® (Alavert®)

อะลาเวิร์ต® (Alavert®) เป็นยาในกลุ่มของยาต้านฮีสตามีน ใช้เพื่อบรรเทาอาการของไข้ละอองฟาง และโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยังใช้เพื่อรักษาอาการคันและรอยแดงที่เกิดจากลมพิษ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล