คลินดามัยซิน และ เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์ (Clindamycin + Benzoyl peroxide)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ข้อบ่งใช้

ยาคลินดามัยซิน + เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์ใช้สำหรับ

ยาคลินดามัยซิน + เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์ (Clindamycin + Benzoyl peroxide) ใช้เพื่อรักษาสิวบางชนิด อย่างอาการสิวอักเสบ (inflammatory acne vulgaris) ยานี้ช่วยลดปริมาณของสิว ยาคลินดามัยซินเป็นยาปฏิชีวนะ ที่หยุดยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ที่ก่อให้เกิดสิว ยาเบนโซอิล เพอร์ออกไซด์นั้นก็สามารถหยุดยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียนั้น พร้อมกับลดการผลิตน้ำมันภายในผิวหนัง ช่วยให้รูขุมขนเปิด

วิธีการใช้ยาคลินดามัยซิน + เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์

ก่อนใช้ยานี้ ควรทำความสะอาดบริเวณที่มีอาการเบาๆ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่ไม่ใช่ยาและอ่อนโยน ล้างออกด้วยน้ำอุ่น และซับให้แห้ง ทายาบางๆ ลงบนผิวที่มีอาการตามที่แพทย์กำหนด ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดวงตา ปาก ภายในจมูก และผิวที่มีรอยถลอกใดๆ ล้างมือให้สะอาดหลังจากใช้ยา  

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน 

อย่าเพิ่มขนาดยา หรือใช้ยาบ่อยกว่า หรือนานกว่าที่กำหนด อาการของคุณจะไม่หายไวขึ้น และความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงจะเพิ่มขึ้นอีกด้วย 

อาจต้องใช้เวลานานถึง 6 สัปดาห์กว่าจะพบว่าสิวลดลง และนานถึง 12 สัปดาห์กว่าจะมองเห็นประโยช์ของยาอย่างเต็มที่  

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง 

การเก็บรักษายาคลินดามัยซิน + เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์

ยาคลินดามัยซิน + เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาคลินดามัยซิน + เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง 

ไม่ควรทิ้งยาคลินดามัยซิน + เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาคลินดามัยซิน + เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์

ไม่ควรใช้ยานี้ หากคุณมีสภาวะบางอย่าง ก่อนใช้ยานี้โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ ได้แก ความผิดปกติของลำไส้ เช่น ลำไส้เล็กอักเสบ ลำไส้อักเสบชนิดมีแผล ลำไส้อักเสบที่เกี่ยวข้องกับยาปฏิชีวนะ อาการท้องร่วงที่เกี่ยวข้องกับคลอสไทรเดียม ดิฟิซายล์ (Clostridium difficile-associated diarrhea) 

ยานี้อาจทำให้คุณมีปฏิกิริยาไวต่อแสงอาทิตย์ได้ ควรจำกัดเวลาในการอยู่ใต้แดด หลีกเลี่ยงการอาบแดด ควรทาครีมกันแดด และสวมเสื้อผ้าป้องกันเมื่ออยู่นอกบ้าน แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณเกิดอาการแดดเผา หรือมีแผลพุพองหรือรอยแดงที่ผิวหนัง

ยานี้อาจฟอกสีผมหรือสีผ้าได้ ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ยาถูกผมหรือเสื้อผ้า  

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาความเสี่ยงและประโยชน์กับแพทย์ 

ยานี้สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ และอาจทำอันตรายต่อทารกได้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นม

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาคลินดามัยซิน + เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาคลินดามัยซิน + เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์ 

อาจเกิดอาการผิวแห้ง รอยแดง แสบร้อน คัน หรือผิวลอก หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

คุณสามารถใช้ครีมหรือโลชั่นใหัความชุ่มชื้น เพื่อช่วยลดผลข้างเคียงหลายๆ อย่างดังกล่าวนี้

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

ยานี้อาจดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ และในกรณีหายากมากอาจทำให้เกิดสภาวะของลำไส้ที่รุนแรง อย่างอาการท้องร่วงที่เกี่ยวข้องกับคลอสไทรเดียม ดิฟิซายล์ เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยา อย่าใช้ยาแก้ท้องเสียหรือยาแก้ปวดแบบเสพติด (narcotic pain medications) หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ เนื่องจากยาเหล่านี้อาจทำให้อาการแย่ลงได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดอาการท้องร่วงบ่อยๆ ปวดท้อง มีเลือดหรือเสมหะในอุจจาระ  

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ ยารักษาสิวอื่นๆ ที่ใช้กับผิวหนัง เช่นยาที่มีอิริโทรมัยซิน (erythromycin) หรือแดพโซน (dapsone) 

ยาคลินดามัยซิน + เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ 

ยาคลินดามัยซิน + เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาคลินดามัยซิน + เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาคลินดามัยซิน + เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์สำหรับผู้ใหญ่ 

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาสิว 

  • ยาเจลเฉพาะที่เบนซาคลิน (BenzaClin) ทายาลงบริเวณที่มีอาการวันละสองครั้ง ตอนเช้าและตอนเย็น หรือตามที่กำหนด ควรทำความสะอาดผิวเบาๆ ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และซับให้แห้งก่อนทายา 
  • ยาเจลอะแคนยา (Acanya) ทายาปริมาณเท่าเม็ดถั่วลงบนใบหน้าวันละครั้ง ยังไม่มีการข้อมูลสำหรับการใช้ยานานกว่า 12 สัปดาห์ 
  • ยาเจลเฉพาะที่ดูแอค (Duac) ทายาลงบริเวณที่มีอาการวันละครั้งในตอนเย็นหรือตามที่แพทย์กำหนด ควรทำความสะอาดผิวเบาๆ ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และซับให้แห้งก่อนทายา 

ข้อควรระวัง

  • ห้ามใช้ยาเฉพาะที่เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์-คลินดามัยซินในผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคลำไส้เล็กอักเสบ โรคลำไส้อักเสบชนิดมีแผล หรือโรคลำไส้อักเสบที่เกี่ยวข้องกับยาปฏิชีวนะ 
  • ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำให้หยุดใช้ยานี้และปรึกษาแพทย์หากมีอาการท้องร่วงหรือมีอาการแพ้ เช่นมีอาการบวมอย่างรุนแรงหรือหายใจไม่อิ่ม ควรหยุดใช้เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์-คลินดามัยซินหากเกิดอาการระคายเคืองอย่างรุนแรง 
  • ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ยาสัมผัสดวงตา ปาก หรือเยื่อเมือก 
  • ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพในผู้ป่วยเด็กที่อายุน้อยกว่า 12 ปี 

คำแนะนำอื่นๆ 

  • ยาเจลเบนโซอิล เพอร์ออกไซด์-คลินดามัยซินสามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง (สูงสุดที่ 77 องศาฟาเรนไฮต์) และควรกำจัดยาทิ้งหลังจากผ่านไป 3 เดือน (เบนซาคลิน) หรือ 2 เดือน (อะแคนยาและดูแอค) และห้ามแช่แข็ง 
  • ยาเบนโซอิล เพอร์ออกไซด์-คลินดามัยซินสามารถฟอกสีผมหรือสีเสื้อผ้าได้

ขนาดยาคลินดามัยซิน + เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาสิว  

อายุ 12 ปีขึ้นไป

  • ยาเจลเฉพาะที่เบนซาคลิน (BenzaClin) ทายาลงบริเวณที่มีอาการวันละสองครั้ง ตอนเช้าและตอนเย็น หรือตามที่กำหนด ควรทำความสะอาดผิวเบาๆ ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และซับให้แห้งก่อนทายา 
  • ยาเจลอะแคนยา (Acanya) ทายาปริมาณเท่าเม็ดถั่วลงบนใบหน้าวันละครั้ง ยังไม่มีข้อมูลในการใช้ยานานกว่า 12 สัปดาห์ 
  • ยาเจลเฉพาะที่ดูแอค (Duac) ทายาลงบริเวณที่มีอาการวันละครั้งในตอนเย็นหรือตามที่แพทย์กำหนด ควรทำความสะอาดผิวเบาๆ ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และซับให้แห้งก่อนทายา 

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้ 

  • ยาเจลเฉพาะที่
  • ชุดยาเฉพาะที่

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที 

กรณีลืมใช้ยา 

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา 

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Share now :

Review Date: ธันวาคม 25, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 31, 2019

แหล่งที่มา