นาฟาเรลิน (Nafarelin)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 10/08/2020 . 7 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้ นาฟาเรลิน

นาฟาเรลิน ใช้สำหรับ

นาฟาเรลิน (Nafarelin) ใช้เพื่อรักษาสภาวะเนื้อเยื่อในมดลูกที่เจริญผิดปกติของสตรี หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis) ยานี้ช่วยในการลดเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ และอาการของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เช่น อาการปวดท้องน้อย อาการปวดประจำเดือน และอาการปวดระหว่างหรือหลังมีเพศสัมพันธ์

นาฟาเรลิน สามารถใช้กับเด็ก ในการรักษาการเจริญเติบโตก่อนวัย ที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนโกนาโดโทรปินส์ (gonadotropin) ช่วยในการชะลอการเติบโตของกระดูก และการเพิ่มของส่วนสูงอยู่ในภาวะสมดุลกันและยังช่วยระงับภาวะหนุ่มสาวเจริญเติบโตก่อนวัย เช่น หน้าอกโตสำหรับเด็กผู้หญิง หรืออวัยวะทางเพศเติบโตสำหรับเด็กผู้ชาย

นาฟาเรลินคล้ายกับฮอร์โมนตามธรรมชาติที่ผลิตในร่างกาย หรือฮอร์โมนโกนาโดโทรปิน รีลิสซิ่ง (Gonadotropin releasing hormone) ทำงานโดยการลดฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ในผู้ชาย และฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) ในสตรีและเด็กผู้หญิง

วิธีการใช้ นาฟาเรลิน

  • ควรทดลองฉีดพ่นนาฟาเรลินในอากาศก่อน หากคุณเพิ่งเริ่มใช้ยานี้เป็นครั้งแรก หากมีละอองละเอียดเแสดงว่าสเปรย์ทำงานได้อย่างปกติ
  • สั่งน้ำมูกออกก่อนที่จะใช้ยาตัวนี้ สำหรับเด็กเล็กมากอาจจำเป็นต้องล้างจมูกด้วยกระบอกฉีดยาชนิดใช้แล้วทิ้ง
  • ใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ โดยปกติคือ วันละ 2 ครั้ง (ทุกๆ 12 ชั่วโมง) ถ้าคุณใช้สเปรย์มากกว่า 1 ชนิด ควรเว้นระยะประมาณ 30 วินาที ในระหว่างพ่นสเปรย์แต่ละครั้ง
  • พ่นยานี้ให้ไกลจากดวงตา หลีกเลี่ยงการจามในระหว่างหรือหลังจากใช้นาฟาเรลิน เนื่องจากอาจจะทำให้ประสิทธิภาพยาลดลง ทำความสะอาดปลายของขวดสเปรย์ตามรายละเอียดในคำแนะนำ และควรทำความสะอาดหลังจากใช้งานทุกครั้ง
  • ห้ามใช้สเปรย์พ่นจมูกนานเกินกว่าที่แพทย์กำหนด แม้จะมียาเหลืออยู่
  • ห้ามเพิ่มขนาดยาหรือใช้ถี่เกินไป เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงได้
  • สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับทราบว่า สเปรย์พ่นจมูกแต่ละขวดสามารถเก็บได้นานเท่าใด
  • มื่อคุณเริ่มใช้นาฟาเรลินครั้งแรก อาการของคุณอาจมีสภาวะรุนแรง เช่น มีเลือดออกทางช่องคลอด หรือประจำเดือนเพิ่มขึ้น ขนาดของหน้าอกและขนบริเวณที่ลับเพิ่มขึ้น ผิวมัน หรือเด็กที่รักษาภาวะหนุ่มสาวก่อนวัยอาจจะมีกลิ่นตัว อาการเหล่านี้จะดีขึ้นหลังจากเดือนแรกของการรักษา

ปริมาณยาและระยะเวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับอาการของคุณ และการตอบสนองต่อการรักษาแจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการไม่ดีขึ้น หรืออาการแย่ลงหลังจากผ่านไป 2 เดือน

การเก็บรักษายา นาฟาเรลิน

  • เก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย
  • เก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ควรทิ้งลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน

นาบูเมโทนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน ตรวจสอบฉลากข้างบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามแพทย์และเภสัชกรเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ นาฟาเรลิน

  • แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบว่า คุณมีประวัติการแพ้นาฟาเรลินนี้หรือไม่ รวมถึงมีอาการแพ้ยาในกลุ่มฮอร์โมนโกนาโดโทรปิน รีลิสซิ่ง , ยาฮอร์โมนที่คล้ายกับฮอร์โมนโกนาโดโทรปิน รีลิสซิ่ง หรือหากคุณมีอาการแพ้ยาชนิดอื่น สอบถามกับเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนรับประทานยานี้ แจ้งประวัติโรคประจำตัวหรืออาการต่างๆ ของคุณให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ โดยเฉพาะหากคุณมีปัญหาต่อไปนี้

ไม่ควรใช้นาฟาเรลินในระหว่างการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจจะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ควรเริ่มใช้ยานี้ระหว่างช่วงมีประจำเดือนวันที่ 2 และ 4 แม้ว่าประจำเดือนและการตกไข่อาจจะหยุด

ขณะที่คุณใช้ยาตัวนี้ ควรปรึกษากับแพทย์เรื่องการคุมกำเนิดที่ไม่ใช้ฮอร์โมนแทน เช่น ถุงยาง แผ่นครอบปากมดลูก (diaphragm) กับยาฆ่าเชื้ออสุจิ (Spermicide) หากคุณเกิดตั้งครรภ์ระหว่างใช้ยานี้ ควรแจ้งกับแพทย์ในทันที

ยานี้อาจส่งผลต่อการให้นมบุตรได้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเพียงพอ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้นาฟาเรลิน ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาความเสี่ยงของการใช้ยา

นาฟาเรลิน จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท X จัดโดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดย FDA มีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ยาต้องห้าม
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ นาฟาเรลิน

ผลข้างเคียงที่สามารถเกิดขึ้นกับเด็ก มีดังนี้

หากอาการเหล่านี้ไม่ยอมหายไปหรือแย่ลง โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทันที

โปรดแจ้งแพทย์ทันที หากคุณเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เหล่านี้

  • มีความเปลี่ยนแปลงที่อารมณ์หรือจิตใจ เช่น โรคซึมเศร้า คิดเรื่องฆ่าตัวตาย อารมณ์แปรปรวน ก้าวร้าว

รับการรักษาทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงมาก

  • อาการชัก (seizures)
  • ปัญหาร้ายแรงเกี่ยวกับกับต่อมใต้สมอง (pituitary apoplexy) โดยปกติมักจะเกิดในชั่วโมงที่ใช้ จนถึง 2 สัปดาห์หลัง
  • อาเจียนขั้นรุนแรง
  • ปวดบริเวณท้องหรือหลังส่วนล่าง ปวดกระดูก
  • หัวใจเต้นเร็วและรัว มีอาการเหน็บชาที่แขนและขา
  • ปวดตา
  •  ผดผื่น คันหรือบวม โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ
  • หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับผลข้างเคียงในข้างต้นนี้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือเภสัชกรที่จำหน่ายยาอย่างละเอียดก่อนการใช้ยา

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

นาฟาเรลิน อาจจะส่งผลต่อการตรวจสุขภาพ ผลตรวจออกมาอาจคลาดเคลื่อน เช่น การตรวจต่อมใต้สมองโกนาโดโทรปิค (pituitary gonadotropic) และการทำงานของระบบการทำงานของต่อมเพศ (gonadal functions) ควรแจ้งให้แพทย์ทราบในเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้นาฟาเรลิน

นาฟาเรลินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาที่จัดจำหน่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกร และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

นาฟาเรลินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

นาฟาเรลินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการใช้ยานี้

ขนาด นาฟาเรลิน สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดปกติ

200 ไมโครกรัม (พ่นจมูก 1 ครั้ง ต่อรูจมูก 1 ข้าง) รวมเป็น 2 ครั้งต่อวัน

  • ขนาดยาสูงสุด : 800 ไมโครกรัม ต่อวัน (พ่นจมูก 1 ต่อรูจมูก 1 ข้าง) รวมเป็น 2 ครั้งต่อวัน
  • ระยะเวลาในการรักษา : 6 เดือน

คำแนะนำ

  • ควรพิจารณาเรื่องการเพิ่มปริมาณยาสำหรับผู้ป่วยที่มีประจำเดือนเป็นเวลา 2 เดือนหลังจากเริ่มต้นการรักษา
  • การรักษาควรเริ่มในระหว่างวันที่ 2 และ 4 ในช่วงมีประจำเดือน
  • ผู้ป่วยได้รับปริมาณยาตามคำแนะนำ ในตอนเช้ากับตอนเย็นควรพ่นจมูกคนละข้างกัน

วิธีใช้

สำหรับบรรเทาอาการปวด เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดปกติ

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้

  • ผู้ป่วยควรหงายศรีษะไปด้านหลังเล็กน้อยในขั้นตอนการพ่นยา
  • หากจำเป็นต้องใช้ยาพ่นยาหลายชนิดในรูจมูกดียว ควรเว้นระยะประมาณ 30 วินาที
  • ผู้ป่วยที่จามระหว่างหรือหลังการให้ยา ควรให้พ่นยาซ้ำ

การเก็บรักษา

เก็บให้ห่างจากแสงแดดและความเย็น เก็บขวดตั้งตรงไม่ควรวางขวดนอนราบเมื่อไม่ได้ใช้งาน

ทั่วไป

  • ใช้เพื่อรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดปกติ ยานี้จะส่งผลให้ร่างกายอยู่ในภาวะวัยหมดประจำเดือน ด้วยการทำงานผ่านต่อมใต้สมองน้อยลง
  • การควบคุมการตกไข่ ควรทำภายใต้การควบคุมดูแลของผู้เชี่ยวชาญvเรื่องภาวะมีบุตรยาก
  • ควรตัดสาเหตุของโรคอื่นๆ ออกก่อนจะการรักษาผู้ป่วยที่เข้าสู่ภาวะเจริญเติบโตเร็วกว่าปกติ เช่น เนื้องอกที่ไฮโปทาลามัส (hypothalamic) เนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง เนื้องอกที่อัณฑะ ความดันในกะโหลกศีรษะสูง (increased intracranial pressure) ภาวะพร่องคอร์ติซอล (congenital adrenal hyperplasia) ฮอร์โมนโทสเตอโรนเป็นพิษ (testotoxicosis) ความผิดปกติของการแสดงลักษณะความเป็นผู้หญิง ความเป็นผู้ชาย

การเฝ้าสังเกต

  • ควรตรวจการตั้งครรภ์ก่อนการรักษา
  • ความหนาแน่นของกระดูก โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงที่จะมีมวลกระดูกลดลง หรือรับการรักษามากกว่า 2 คอร์ส
  • ระดับฮอร์โมนเอสตราดิออลและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษา เพื่อควบคุมการตกไข่ หรือรักษาภาวะหนุ่มสาวก่อนวัยอันควร
  • ฮอร์โมนลูติไนซิง โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่กำลังรักษาภาวะหนุ่มสาวก่อนวัยอันควร
  • การเติบโตหรือความเร็วของการเพิ่มอายุของกระดูก ในผู้ป่วยที่รักษาภาวะหนุ่มสาวก่อนวัยอันควร
  • อาการทางจิตเวชที่เริ่มเกิดขึ้นหรือมีอาการแย่ลง

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยควรปรึกษากับผู้ดูแลสุขภาพ หากตั้งครรภ์ มีความตั้งใจที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรแนะนำให้ผู้ป่วยใช้การคุมกำเนิดที่ไม่ใช่ฮอร์โมนในระหว่างการรักษา
  • ผู้ป่วย และ/หรือ ผู้ดูแล ควรได้รับการแนะนำให้ทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสมบูรณ์ในระหว่างการรักษา รวมถึงควรค้นคว้าข้อมูลก่อนการใช้ยา
  • ควรแนะนำให้ผู้ป่วยติดต่อกับแพทย์เพิ่มเติม หากลืมใช้ยา หรือประจำเดือนขาดหายแม้จะทำตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว
  • ผู้ป่วยควรติดต่อกับแพทย์ หากมีอาการคัดจมูก หรือเยื่อจมูกอักเสบ (rhinitis) เพื่อบ่งชี้การรักษาที่เหมาะสม

ขนาด นาเฟราลิน สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาภาวะหนุ่มสาวก่อนวัยอันควร

800 ไมโครกรัม (พ่นจมูก 2 ครั้งเข้าไปในรูจมูกแต่ละข้าง) พ่นจมูก 2 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาสูงสุด : 1800 ไมโครกรัม / วัน (พ่นจมูก 3 ครั้งเข้าไปในรูจมูก แต่ละข้าง 3 ครั้งต่อวัน)

คำแนะนำ

  • หากอาการของผู้ป่วยไม่หายไปหลังจาก 2 เดือนแรกของการรักษา ควรมีการประเมินผลการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัยอันควรแบบอิสระ อาจจะเพิ่มขนาดยาเป็น 1800 ไมโครกรัม/วัน หากสาเหตุทั้งสองนั้นไม่เกี่ยวข้อง
  • สัญญาณของวัยเจริญพันธุ์อาจจะเกิดขึ้นในช่วงแรกของการรักษา แต่ควรจะหายไปหลังจากผ่านเดือนแรก
  • ควรดำเนินการรักษาต่อไปจนกว่าวัยเจริญพันธุ์จะมีความสมดุล

วิธีใช้

ใช้เพื่อรักษาภาวะหนุ่มสาว ก่อนวัยที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนโกนาโดโทรปินส์

ข้อควรระวัง

ยังไม่มีการจัดปริมาณยาเพื่อรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดปกติสำหรับผู้ป่วยหญิงที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

รูปแบบของยา

รูปแบบการใช้งาน มีดังนี้

  • ยาน้ำสำหรับจมูก
  • ยาพ่นจมูก

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาก่อนได้รับอนุญาตจากแพทย์

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat Sulfate) หรือ คาพรีโอมัยซิน (Capreomycin) ใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อรักษาการติดเชื้อวัณโรค เป็นกลุ่มของยาปฏิชีวนะ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ยา ดีกัวดิน® เป็นยาที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ และการติดเชื้อได้ทันที ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการลดการติดเชื้อที่ช่องปากและลำคอ เช่น เชื้อราในช่องปาก ลิ้นอักเสบ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

อัลปราโซแลม (Alprazolam) ใช้เพื่อรักษาโรควิตกกังวล และแพนิค เป็นยาซึ่งส่งผลต่อสมองและประสาท ทำงานโดยกระตุ้นสารสื่อประสาท

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

อัลเบนดาโซล (Albendazole) ใช้เพื่อรักษาพยาธิบางชนิด เช่น ตัวอ่อนพยาธิที่พบในสมองและไขสันหลัง ยาอัลเบนดาโซลอยู่ในกลุ่มของยาถ่ายพยาธิ (anthelmintic) 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล