บรามิน® (Bramin®)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ยา บรามิน® มักใช้เพื่อบรรเทาอาการแพ้ภูมิแพ้ ไข้เหลือง ไข้หวัด และอาการเหล่านี้ ได้แก่ ผื่นคัน ตาแฉะ คัน จมูก คอ ผิวหนัง ไอ จาม และน้ำมูกไหล

ข้อบ่งใช้

ยา บรามิน® ใช้สำหรับ

ยาบรามิน® เป็นยาต้านฮิสตามีน ที่ใช้สำหรับลดผลกระทบของฮีสตามีน ธรรมชาติในร่างกาย ซึ่งฮีสตามีนเป็นสารที่สามารถทำให้เกิดอาการจาม คัน น้ำตาไหลและน้ำมูกไหล ซึ่งยานี้ใช้เพื่อการรักษาอาการน้ำมูกไหล จาม คันและน้ำตาไหลที่เกิดจากการแพ้ หวัดทั่วไปหรือไข้หวัดใหญ่ และมักจะใช้เพื่อบรรเทาอาการแพ้ ภูมิแพ้ ไข้เหลือง ไข้หวัด และอาการเหล่านี้ ได้แก่ ผื่นคัน ตาแฉะ คัน  จมูก คอ ผิวหนัง ไอ จาม และน้ำมูกไหล

วิธีใช้ยา บรามิน®

ใช้ยาบรามิน® ตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด หากคุณไม่เข้าใจวิธีการใช้ยาโปรดสอบถามเภสัชกร พยาบาล หรือแพทย์ถึงวิธีการใช้ยา

วิธีเก็บรักษายา บรามิน®

ควรเก็บยาบรามิน® ไว้ในอุณหภูมิห้อง โดยห่างจากแสงและความชื้นโดยตรง ไม่ควรเก็บในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง อาจมียาชนิดเดียวกันนี้ที่มียี่ห้อต่างกัน ที่ต้องการจัดเก็บแตกต่างกัน หรือสอบถามจากเภสัชกรของคุณ เพื่อความปลอดภัย ควรเก็บยาไว้ให้ห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรล้างหรือเทยาบรามิน® ลงบนพื้นห้องน้ำหรือเทลงในท่อระบายน้ำ และทิ้งผลิตภัณฑ์นี้เมื่อหมดอายุหรือไม่จำเป็นอีกต่อไป โปรดปรึกษาเภสัชกรของคุณสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทิ้งผลิตภัณฑ์อย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา บรามิน®

  • ไม่ควรใช้ยานี้หากคุณมีอาการท้องผูกรุนแรง มีปัญหาเรื่องการอุดตันในกระเพาะอาหารหรือลำไส้
  • อย่าใช้ยานี้หากคุณมีโรคที่ไม่ได้รับการรักษาหรือไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ต้อหิน โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจและโรคต่อมไทรอยด์
  • อย่าใช้ยานี้กับเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะให้ยานี้กับเด็ก
  • คุณกำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากในขณะที่คุณให้นมบุตรนั้น คุณควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
  • คุณกำลังใช้ยาอื่น ๆ เช่นยาที่คุณสามารถซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ เช่น ยาสมุนไพรและอาหารเสริม
  • คุณมีอาการแพ้ส่วนผสมของยาไบแลกซ์เทน หรือยาอื่น ๆที่กำลังใช้อยู่ หรือไม่ใช้งานแล้ว
  • คุณมีโรคอื่น ๆ มีความผิดปกติ หรือมีพยาธิสภาพตามที่แพทย์ระบุไว้

ความปลอดภัยในการใช้ยาในระหว่างตั้งครรภ์หรือขณะให้นมบุตร

ไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่ายาบรามิน® จะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์หรือไม่ ห้ามใช้ยานี้โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์หากคุณกำลังตั้งครรภ์ เพราะยาบรามิน® อาจจะสามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่และอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ซึ่งยานี้อาจชะลอการผลิตน้ำนมแม่ อย่าใช้ยานี้โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์หากคุณกำลังให้นมลูก

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา บรามิน®

ผลข้างเคียงดังต่อไปนี้ อาจไม่ใช่อาการของผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นเสมอไป อาจมีอาการอื่นๆ เกิดขึ้นได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำยาบรามินอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงเช่น

  • ง่วงนอน
  • ปาก จมูก และลำคอแห้ง
  • คลื่นไส้
  • ปวดหัว
  • แน่นทรวงอก

หยุดใช้ยาบรามิน® ทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงเช่น

  • อัตราการเต้นหัวใจเร็วหรือไม่สม่ำเสมอ
  • มีการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์
  • ตัวสั่น มีอาการชัก
  • มีรอยช้ำหรือมีเลือดออกง่าย
  • รู้สึกหายใจไม่ออก
  • ปัสสาวะน้อยกว่าปกติหรือไม่ปัสสาวะเลย

อาจมีผลข้างเคียงบางอย่างที่ไม่ได้ระบุไว้ หรืออาจมีอาการของผลข้างเคียงลักษณะอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาระหว่างการใช้ยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาบรามิน® อาจมีปฏิกิริยากับยาอื่นๆ ที่คุณกำลังใช้อยู่ โดยอาจเปลี่ยนแปลงประสิทธิผลของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการมีปฏิกิริยาดังกล่าว ควรรวบรวมรายชื่อยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ ทั้งยาที่สั่งโดยแพทย์ ยาที่ซื้อรับประทานเองและยาสมุนไพรต่างๆ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรของคุณทราบ เพื่อความปลอดภัยของคุณ อย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยา โดยยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาเหล่านี้อาจมีปฏิกิริยากับยาบรามิน เช่น

  • ยาทาเพื่อทำความสะอาดผิวหนัง (เช่นครีม สเปรย์ diphenhydramine)
  • ยาบรรเทาหรือป้องกันการหดเกร็งหรือชักกระตุก Antispasmodics (เช่น atropine alkaloids belladonna)
  • สารยับยั้ง MAO (isocarboxazid linezolid methylene blue moclobemide phenelzine procarbazine rasagiline selegiline tranylcypromine)
  • ยาสำหรับรักษาโรคพาร์คินสัน (เช่น anticholinergics เช่น benztropine trihexyphenidyl)
  • ยารักษาอาการซึมเศร้า (เช่น amitriptyline)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาบรามิน® อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ โดยการเปลี่ยนแปลงประสิทธิผลของยา หรือเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรงยิ่งขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับปฏิกิริยากับกับอาหารหรือแอลกอฮอล์ที่เป็นไปได้ก่อนใช้ยานี้

ปฏิกิริยาของยากับพยาธิสภาพปัจจุบัน

ยาบรามิน® อาจมีปฏิกิริยากับพยาธิสภาพของคุณ ในปัจจุบัน โดยอาจทำให้อาการทรุดลง หรือทำให้ประสิทธิผลของยาเปลี่ยนแปลง  ควรรายงานให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับพยาธิสภาพปัจจุบันของคุณอยู่เสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์โดยตรง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรของคุณก่อนที่จะใช้ยานี้

ขนาดยาบรามินสำหรับผู้ใหญ่

 การใช้ยาบรามิน® สำหรับไข้หวัด

  • ชนิดออกฤทธิ์ทันที รับประทาน 4 มก. ถึง 8 มก. ทุก 6 ชั่วโมง ตามต้องการ ระยะเวลาในการไข้หวัดยาแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน ส่วนใหญ่จะได้รับยาวันละสองครั้งเท่านั้น
  • ชนิดปล่อยสารออกฤทธิ์เป็นเวลานาน รับประทาน 6 มก. ถึง 12 มก. 2 ครั้งทุกวัน ระยะเวลาในการไข้หวัดยาแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน ส่วนใหญ่จะได้รับยาวันละครั้งเท่านั้น โดยเฉพาะเวลาก่อนนอนเพื่อไม่ให้เกิดอาการง่วงนอน
  • ขนาดยารับประทานสูงสุด 24 มก. ต่อวัน

การใช้ยาบรามิน® สำหรับโรคภูมิแพ้

  • รับประทาน 4 มก. ทุก 4-6 ชั่วโมง (ไม่เกิน 24 มก. ต่อวัน)
  • ชนิดปล่อยสารออกฤทธิ์เป็นเวลานาน: รับประทาน 8-12 มก. ทุก 12 ชั่วโมง (ชนิดเม็ด) หรือ 12-24 มก. (ชนิดแคปซูล) วันละครั้ง

การใช้ยาบรามิน® สำหรับ ลมพิษ

  • ชนิดออกฤทธิ์ทันที รับประทาน 4 มก. ถึง 8 มก. ทุก 6 ชั่วโมง ตามต้องการ ระยะเวลาในการไข้หวัดยาแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน ส่วนใหญ่จะได้รับยาวันละสองครั้งเท่านั้น
  • ชนิดปล่อยสารออกฤทธิ์เป็นเวลานาน: รับประทาน 6 มก. ถึง 12 มก. 2 ครั้งทุกวัน ระยะเวลาในการไข้หวัดยาแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน ส่วนใหญ่จะได้รับยาวันละครั้งเท่านั้น โดยเฉพาะเวลาก่อนนอนเพื่อไม่ให้เกิดอาการง่วงนอน
  • ขนาดยารับประทานสูงสุด 24 มก. ต่อวัน

ผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) มีแนวโน้มที่จะมีอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ควรระวังเมื่อให้ยานี้แก่ผู้สูงอายุ

ขนาดยาบรามินสำหรับเด็ก

สำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 12 ปี รับประทาน 0.5 มก. / กก. ต่อวัน  6 ชั่วโมง

รูปแบบของยา

รูปแบบของยาบรามิน®

  • ยาชนิดเม็ด
  • ชนิดเม็ดสำหรับเคี้ยว
  • ชนิดน้ำ

อย่าใช้ยานี้เป็นเวลาติดต่อกันนานกว่า 7 วัน ปรึกษาแพทย์ของคุณหากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหลังจากการรักษา 7 วันหรือถ้าคุณมีไข้ด้วยอาการปวดหัวหรือผื่นที่ผิวหนัง

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: ธันวาคม 17, 2019 | Last Modified: มกราคม 7, 2020

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน