พลาเควนนิล® (Plaquenil®)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

ข้อบ่งใช้ พลาเควนนิล®

พลาเควนนิล® (ไฮดรอกซีคลอโรควิน) ใช้สำหรับ

พลาเควนนิล® (Plaquenil®) อยู่ในกลุ่มของยาควิโนลีน (quinolines) ใช้เพื่อรักษาหรือป้องกันโรคมาลาเรีย (malaria) โรคที่เกิดจากการที่เชื้อปรสิตเข้าสู่ร่างกายผ่านทางยุงกัด โรคมาลาเรียนั้นพบได้มากในเขตแอฟริกา อเมริกาใต้ และเอเชียใต้ ยานี้จะไม่ได้ผลกับโรคมาลาเรียทุกสายพันธุ์

พลาเควนนิล® ยังเป็นยาต้านโรครูมาตอยด์ (antirheumatic medicine) และใช้เพื่อรักษาอาการของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis) และ โรคดิสคอยด์ (discoid) หรือโรคเอสแอลอี (systemic lupus erythematosus)

วิธีการใช้พลาเควนนิล® (ไฮดรอกซีคลอโรควิน)

รับประทานพลาเควนนิล®ตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด ควรทำตามวิธีการใช้ยาบนฉลากยาทั้งหมด อย่าใช้ยานี้ในขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือนานกว่าที่แนะนำ ในบางครั้งอาจใช้ยาพลาเควนนิลแค่สัปดาห์ละครั้ง ควรเลือกใช้ยาในวันเดียวกันของแต่ละสัปดาห์ หากคุณต้องใช้ยาทุกสัปดาห์

รับประทานพลาเควนนิล®พร้อมกับอาหารหรือนม

เพื่อป้องกันโรคมาลาเรีย รับประทานพลาเควนนิล® 2 สัปดาห์ก่อนเข้าสู่พื้นที่ซึ่งพบโรคมาลาเรียได้มาก ใช้ยาเป็นประจำอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาที่คุณอยู่ในพื้นที่นั้น และอย่างน้อย 8 สัปดาห์ หลังจากออกจากพื้นที่นั้น

เพื่อรักษาโรคมาลาเรีย แพทย์อาจจะแนะนำให้คุณใช้ยาหนึ่งครั้ง หรือเริ่มต้นใช้ยาที่ขนาดสูง ตามด้วยยาขนาดเล็กอย่างน้อย 2 วันของการรักษา ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์

ใช้พลาเควนนิล®จนครบระยะเวลาที่กำหนดสำหรับโรคมาลาเรีย อาการของคุณอาจจะดีขึ้นก่อนที่การติดเชื้อจะหายไปจนหมด

สวมเสื้อผ้าป้องกัน ยาไล่แมลง และกางมุ้งกันยุงรอบๆ เตียงเพื่อป้องกันยุงกัดที่อาจทำให้เกิดโรคมาลาเรียได้

โปรดติดต่อแพทย์ให้เร็วที่สุด หากคุณเปิดรับเชื้อมาลาเรีย หรือหากคุณเป็นไข้หรือมีอาการป่วยอื่นๆ ขณะที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งพบโรคมาลาเรียได้มาก

ไม่มียาใดที่จะสามารถรักษาหรือป้องกันโรคมาลาเรียทุกชนิดได้ 100% เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรใช้ยานี้อย่างต่อเนื่องตามที่กำหนด โปรดติดต่อแพทย์หากคุณเป็นไข้ อาเจียน หรือท้องร่วงขณะที่กำลังรับการรักษา

เมื่อรักษาโรคลูปัส (lupus) หรือโรคข้ออักเสบ (arthritis) มักจะใช้พลาเควนนิล®วันละครั้ง เป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่องตามที่กำหนด โปรดปรึกษาแพทย์หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหลังจากผ่านไป 6 เดือนของการรักษา

ขณะที่กำลังใช้พลาเควนนิล® คุณอาจต้องรับการตรวจเลือดและการมองเห็นเป็นประจำ

การเก็บรักษาพลาเควนนิล®(ไฮดรอกซีคลอโรควิน)

พลาเควนนิล® ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งพลาเควนนิล®ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้พลาเควนนิล® (ไฮดรอกซีคลอโรควิน)

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่มีฤทธิ์ในการรักษาของพลาเควนนิล® หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

พลาเควนนิล® ไม่ควรใช้เป็นการรักษาระยะยาวสำหรับเด็ก

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

พลาเควนนิล®จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท N โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้พลาเควนนิล® (ไฮดรอกซีคลอโรควิน)

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

การใช้พลาเควนนิล® เป็นเวลานานหรือใช้ในขนาดยาที่สูงอาจทำห้เกิดความเสียหายที่ไม่สามารถรักษาได้ต่อจอตา หยุดใช้พลาเควนนิล® และติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีปัญหากับการโฟกัส หากคุณมองเห็นเส้นแสงหรือแสงวาบ หรือหากคุณสังเกตเห็นอาการบวมหรือเปลี่ยนสีภายในดวงตา

โปรดติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีอาการ

  • ปวดหัวพร้อมกับปวดหน้าอกและวิงเวียนอย่างรุนแรง หัวใจเต้นเร็วหรือรัว
  • หัวใจเต้นช้ามาก ชีพจรอ่อน
  • กล้ามเนื้อมีอาการอ่อนแรง ชา หรือเหน็บ
  • น้ำตาลในเลือดต่ำ – ปวดหัว หิว เหงื่อออก หงุดหงิด วิงเวียน หัวใจเต้นเร็ว และรู้สึกวิตกกังวลหรือสั่นเทา
  • จำนวนเซลล์เม็ดเลือดต่ำ – เป็นไข้ หนาวสั่น เจ็บคอ อ่อนแรงหรือรู้สึกป่วยกะทันหัน เหงือกบวม มีแผลภายในปาก แผลที่ผิวหนัง หัวใจเต้นเร็ว ผิวซีด มีรอยช้ำง่าย เลือดออกผิดปกติ รู้สึกหน้ามืด

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปอาจมีดังนี้

  • ปวดหัว วิงเวียน มีเสียงอื้อในหู
  • คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
  • อารมณ์เปลี่ยนแปลง รู้สึกประหม่าหรือหงุดหงิด
  • มีผดผื่นหรือคันที่ผิวหนัง rash or itching
  • ผมร่วง

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

พลาเควนนิล® อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • ยาอื่นที่ใช้เพื่อรักษาโรคมาลาเรีย
  • ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านเชื้อรา
  • ยาต้านไวรัสที่ใช้เพื่อรักษาโรคตับอักเสบ (hepatitis) หรือโรคเอดส์/เอชไอวี
  • ยาต้านซึมเศร้าหรือยาระงับอาการโรคจิต
  • ยาเม็ดคุมกำเนิดหรือการบำบัดทดแทนด้วยฮอร์โมน
  • ยารักษาโรคมะเร็ง
  • ยาลดคอเลสเตอรอล
  • ยาสำหรับโรคหัวใจหรือความดันโลหิต
  • ยาแก้ปวดหรือรักษาโรคข้ออักเสบ รวมถึงยาแอสไพริน ยาไทลินอล ยาแอดวิล (Advil) และยาอะลีฟ (Aleve)
  • ยารักษาอาการชัก
  • ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร
  • ยารักษาวัณโรค

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

พลาเควนนิล® อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

พลาเควนนิล® อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • เคยมีความเปลี่ยนแปลงทางการมองเห็นหรือความเสียหายที่จอตาเนื่องจากยาต้านมาลาเรีย
  • โรคหัวใจ ความผิดปกติของการเต้นของหัวใจ เช่น prolong QT syndrome
  • โรคเบาหวาน
  • ความผิดปกติที่กระเพาะอาหาร
  • โรคภูมิแพ้ต่อยาควินีน (quinine)
  • โรคตับหรือโรคไต
  • โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)
  • โรคพิษสุรา (Alcoholism)
  • ความผิดปกติของเอ็นไซม์ทางพันธุกรรม เช่น โรคพอร์ฟิเรีย (porphyria) หรือภาวะพร่องเอ็นไซม์จี6พีดี (glucose-6-phosphate dehydrogenase deficiency)

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดพลาเควนนิล® (ไฮดรอกซีคลอโรควิน) สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมาลาเรีย

การรักษาอาการกำเริบเฉียบพลัน 800 มก. (620 มก. พื้นฐาน) ตามด้วย 400 มก. (310 มก. พื้นฐาน) ภายใน 6 ถึง 8 ชั่วโมง แล้วตามด้วย 400 มก. (310 มก. พื้นฐาน) วันละครั้งเป็นเวลา 2 วันติดต่อกัน อีกทางเลือกหนึ่งคือรับประทานยาหนึ่งครั้งที่ขนาด 800 มก. (620 มก. พื้นฐาน) ก็เคยมีประสิทธิภาพเช่นกัน

ขนาดยาขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว

  • ขนาดยาสำหรับครั้งหนึ่ง 10 มก. พื้นฐาน/กก. (ไม่ควรเกิน 620 มก. พื้นฐาน).
  • ขนาดยาสำหรับครั้งที่สอง 5 มก. พื้นฐาน/กก. (ไม่ควรเกิน 310 มก. พื้นฐาน) 6 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยาครั้งที่หนึ่ง
  • ขนาดยาสำหรับครั้งที่สาม 5 มก. พื้นฐาน/กก. 18 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยาครั้งที่สอง
  • ขนาดยาสำหรับครั้งที่สี่ 5 มก. พื้นฐาน/กก. 24 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยาครั้งที่สาม

ควรรับประทานยาแต่ละครั้งพร้อมกับอาหารหรือนมหนึ่งแก้ว

การรักษาร่วมกับยา 8-อะมิโนควิโนลีน (8-aminoquinoline drug) นั้นจำเป็นสำหรับการรักษาโรคมาลาเรียประเภทไวแว็กซ์ (vivax) และมาลาริแอ (malariae)

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อป้องกันโรคมาลาเรีย

  • ระงับอาการ 400 มก. (310 มก. พื้นฐาน) รับประทานในวันเดียวกันทุกสัปดาห์
  • การรักษาระงับอาการควรเริ่มต้นตั้งแต่ 2 สัปดาห์ก่อนเปิดรับเชื้อ แต่หากทำไม่ได้ อาจใช้ยาในขนาดยาเริ่มต้นที่ขนาด 800 มก. (620 มก. พื้นฐาน) แบ่งรับประทาน 2 ครั้ง (ห่างกัน 6 ชั่วโมง) ควรดำเนินการรักษาระงับอาการต่อไปหลังจากออกจากพื้นที่นั้น
  • ควรรับประทานยาแต่ละครั้งพร้อมกับอาหารหรือนมหนึ่งแก้ว

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

  • ขนาดยาเริ่มต้น 400 ถึง 600 มก. (310 ถึง 465 มก. พื้นฐาน) รับประทานวันละครั้ง
  • ขนาดยาปกติ 200 ถึง 400 มก. (155 ถึง 310 มก. พื้นฐาน) รับประทานวันละครั้ง
  • ควรรับประทานยาแต่ละครั้งพร้อมกับอาหารหรือนมหนึ่งแก้ว

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อโรคเอสแอลอี

โรคดิสคอยด์และโรคเอสแอลอี

  • ขนาดยาเริ่มต้น 400 มก. (310 มก. พื้นฐาน.) รับประทานวันละหนึ่งหรือสองครั้งเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วย
  • ขนาดยาปกติ 200 ถึง 400 มก. (155 ถึง 310 มก. พื้นฐาน) รับประทานวันละครั้ง
  • ควรรับประทานยาแต่ละครั้งพร้อมกับอาหารหรือนมหนึ่งแก้ว

ขนาดพลาเควนนิล® (ไฮดรอกซีคลอโรควิน) สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคมาลาเรีย

การรักษาอาการกำเริบเฉียบพลัน

อายุ 1 ปีขึ้นไป

  • ขนาดยาสำหรับครั้งหนึ่ง 10 มก. พื้นฐาน/กก. (ไม่ควรเกิน 620 มก. พื้นฐาน).
  • ขนาดยาสำหรับครั้งที่สอง 5 มก. พื้นฐาน/กก. (ไม่ควรเกิน 310 มก. พื้นฐาน) 6 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยาครั้งที่หนึ่ง
  • ขนาดยาสำหรับครั้งที่สาม 5 มก. พื้นฐาน/กก. 18 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยาครั้งที่สอง
  • ขนาดยาสำหรับครั้งที่สี่ 5 มก. พื้นฐาน/กก. 24 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยาครั้งที่สาม
  • ควรรับประทานยาแต่ละครั้งพร้อมกับอาหารหรือนมหนึ่งแก้ว

การรักษาร่วมกับยา 8-อะมิโนควิโนลีนนั้นจำเป็นสำหรับการรักษาโรคมาลาเรียประเภทไวแว็กซ์และมาลาริแอ

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อป้องกันโรคมาลาเรีย

การระงับอาการ

  • อายุ 1 ปีขึ้นไป 5 มก. พื้นฐาน/กก. ของน้ำหนักตัว (ไม่ควรเกิน 310 มก. พื้นฐาน) รับประทานยาในวันเดียวกันทุกสัปดาห์
  • การรักษาระงับอาการควรเริ่มต้นตั้งแต่ 2 สัปดาห์ก่อนเปิดรับเชื้อ แต่หากทำไม่ได้ อาจใช้ยาในขนาดยาเริ่มต้นที่ขนาด 10 มก. พื้นฐาน/กก. (ไม่เกิน 620 มก. พื้นฐาน) แบ่งรับประทาน 2 ครั้ง (ห่างกัน 6 ชั่วโมง) ควรดำเนินการรักษาระงับอาการต่อไปหลังจากออกจากพื้นที่นั้น
  • ควรรับประทานยาแต่ละครั้งพร้อมกับอาหารหรือนมหนึ่งแก้ว

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อโรคผิวหนังและกล้ามเนื้ออักเสบ (Dermatomyositis)

โรคผิวหนังและกล้ามเนื้ออักเสบในเด็ก (Juvenile Dermatomyositis)

  • อายุ 1.5 ถึง 15 ปี รับประทาน 7 มก./กก. ต่อวัน (เสริมกับการรักษาโรคผิวหนังและกล้ามเนื้ออักเสบในเด็กชุดแรก หากผู้ป่วยมีอาการผื่นผิวหนังที่รุนแรงและจำเป็นต้องใช้ยาสเตียรอยด์ในขนาดสูง)
  • ควรรับประทานยาแต่ละครั้งพร้อมกับอาหารหรือนมหนึ่งแก้ว

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดไฮดรอกซีคลอโรควิน ซัลเฟต (hydroxychloroquine sulfate) 200 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

คนเป็นโรคเบาหวานทาน มันฝรั่ง ได้หรือไม่

หลายคนสงสัยว่า มันฝรั่ง นั้น เหมาะจะเป็นอาหารของผู้ป่วยโรคเบาหวานได้หรือไม่ เพราะมันมีโปรตีนที่สูง ทาง Hello ได้นำเรื่องที่คุณกำลังสงสัยมาฝากกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
โภชนาการ, สุขภาพชีวิตที่ดี มีนาคม 13, 2020 . เวลาในการอ่าน

6 สรรพคุณของ ตรีผลา ราชาสมุนไพร ปรับสมดุลร่างกาย

ตรีผลา (Triphala) เป็นสมุนไพรที่เกิดจากการรวบรวมของผลไม้ 3 ชนิด สามารถช่วยขจัดสารพิษในร่างกาย ปรับปรุงสุขภาพในลำไส้ อย่างอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
โภชนาการ, สุขภาพชีวิตที่ดี มีนาคม 5, 2020 . เวลาในการอ่าน

รักสนุกแต่ไม่ป้องกัน ระวังเป็น โรคข้ออักเสบไรเตอร์ จากการมีเพศสัมพันธ์

โรคข้ออักเสบบางชนิด เช่น โรคข้ออักเสบไรเตอร์ ก็อาจเกิดจากสาเหตุที่คุณคาดไม่ถึง อย่างการมีเพศสัมพันธ์ ฉะนั้น ใครรักสนุก ชอบมีเซ็กส์แบบไม่ป้องกัน ระวังไวให้ดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง

จัดการปัญหา สุขภาพจิต ที่มาจาก โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ให้อยู่หมัด

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ กับ สุขภาพจิต เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นโรคที่เป็นตลอดชีวิต และทำให้เกิดอาการปวดจนส่งผลต่อสุขภาพจิตได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
โรคไขข้อ, สุขภาพชีวิตที่ดี, สุขภาพจิต ธันวาคม 9, 2019 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

กัดเล็บบ่อยๆ-ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

กัดเล็บบ่อยๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 13, 2020 . เวลาในการอ่าน
บรรเทาอาการโรคข้ออักเสบ-แบบธรรมชาติ

บรรเทาอาการโรคข้ออักเสบ ด้วยวิธีแบบธรรมชาติ ที่คุณควรลอง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 4, 2020 . เวลาในการอ่าน
นั่งแล้วปวดเข่า-สาเหตุ-การรักษา

นั่งแล้วปวดเข่า ปัญหานี้ เกิดจากอะไรกันแน่นะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 15, 2020 . เวลาในการอ่าน
ยาไฮดร็อกซีคลอโรควินรักษาโควิด-19-ไม่ได้

งานวิจัยจีนเผย Hydroxychloroquine ไม่มีประสิทธิภาพ ในการรักษา COVID-19

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ เมษายน 20, 2020 . เวลาในการอ่าน