ยูโรโฟลลิโทรปิน (Urofollitropin) 

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date ธันวาคม 31, 2019
Share now

ข้อบ่งใช้ ยูโรโฟลลิโทรปิน

ยูโรโฟลลิโทรปิน ใช้สำหรับ

ยูโรโฟลลิโทรปิน (Urofollitropin) มักจะใช้เพื่อรักษาปัญหาเกี่ยวกับการเจริญพันธุ์บางประเภทในผู้หญิง ยานี้จะปล่อยฮอร์โมนฟอลลิคูลา สติมูเลตติ้ง (FSH) ที่ช่วยกระตุ้นให้รังไข่ผลิตไข่ออกมา ยานี้มักจะใช้ร่วมกับยาฮอร์โมนอื่นอย่างฮอร์โมนฮิวแมน โครริออนิค โกนาโดโทรปิน (hCG) เพื่อการเจริญเติบโตและการตกไข่

ไม่แนะนำยานี้สำหรับผู้หญิงที่รังไข่ไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ อย่างภาวะรังไข่หยุดทำงานก่อนกำหนด (primary ovarian failure)

วิธีการใช้ยายูโรโฟลลิโทรปิน

  • ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าและสบู่ก่อนใช้ยานี้ ก่อนฉีดยาในแต่ละครั้งควรทำความสะอาดบริเวณที่จะฉีดยาโดยการเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ และควรจะเปลี่ยนบริเวณฉีดยาทุกวันเพื่อหลีกเลี่ยงอาการระคายเคืองหรือปัญหาในบริเวณใต้ผิวหนัง ก่อนใช้ยานี้โปรดตรวจสอบดูว่ายานี้มีฝุ่งละอองหรือเปลี่ยนสีหรือไม่ หากมีอาการเหล่านี้ก็ไม่ควรใช้ยานี้
  • ฉีดยานี้ใต้ผิวหนังหรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ โดยปกติคือวันละครั้งหรือตามที่แพทย์กำหนด
  • ขนาดยาและระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพ การตอบสนองต่อการรักษา ผลการตรวจในห้องแล็บ และยาอื่นที่คุณกำลังใช้ โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณกำลังใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ) แพทย์จะต้องทำการตรวจเลือดและการทดสอบทางการแพทย์ เช่น การตรวจระดับของเอสตร้าไดออลภายในเลือด (estradiol blood levels) หรือการตรวจอัลตราซาวด์ (ultrasound) เพื่อหาขนาดยาที่เหมาะสมกับคุณและเพื่อตัดสินใจว่าควรจะให้ยาอื่นเมื่อใด (ยาฮอร์โมนฮิวแมน โครริออนิค โกนาโดโทรปิน)

การเก็บรักษายายูโรโฟลลิโทรปิน

เก็บยาที่ยังไม่ผสมไว้ในตู้เย็นหรือเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องระหว่าง 37-77 องศาฟาเรนไฮต์ (3-25 องศาเซลเซียส) หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ควรใช้ยาทันทีหลังจากที่ผสมยาแล้ว และกำจัดยาส่วนที่ไม่ได้ใช้ เก็บยาทั้งหมดให้ห่างจากมือของเด็กและสัตว์เลี้ยง คุณไม่ควรทิ้งยายูโรโฟลลิโทรปินลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาที่หมดอายุหรือไม่จำเป็นต้องให้อย่างถูกต้อง โปรดปรึกษาเภสัชกรหรือองค์กรกำจัดขยะท้องถิ่นถึงวิธีการกำจัดยาน้้นอย่างปลอดภัย

คุณไม่ควรทิ้งยายูโรโฟลลิโทรปินลงในชักโครก ควรกำจัดยาที่หมดอายุหรือไม่จำเป็นต้องให้อย่างถูกต้อง โปรดปรึกษษเภสัชกรหรือองค์กรกำจัดขยะท้องถิ่นถึงวิธีการกำจัดยาน้อย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยายูโรโฟลลิโทรปิน

  • ก่อนใช้ยายูโรโฟลลิโทรปิน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบที่ไม่มีฤทธิ์ในการรักษา ที่สามารถทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
  • ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับการเจริญพันธุ์อื่นๆ เช่น ภาวะรังไข่หยุดทำงานก่อนกำหนด อาการเลือดออกจากช่องคลอดหรือมดลูกผิดปกติ ปัญหาเกี่ยวกับไทรอยด์ ปัญหาเกี่ยวกับต่อมหมวกไต โรคมะเร็งที่อวัยวะสืบพันธุ์ (เช่น เต้านม มดลูก รังไข่) โรคเนื้องอกในสมอง เช่น โรคเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง (pituitary tumor) ซีสต์รังไข่หรือรังไข่โต (ไม่ได้มีสาเหตุมาจากกลุ่มอาการถุงน้ำหลายใบในรังไข่ [polycystic ovary syndrome]) รังไข่บิดขั้ว (ovarian torsion) ประวัติส่วนตัวหรือคนในครอบครัวเคยมีปัญหาเกี่ยวกับลิ่มเลือด อาการเลือดแข็งตัวผิดปกติ เช่น ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน (thrombophilia) โรคอ้วน กลุ่มอาการถุงน้ำหลายใบในรังไข่ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจบางประเภท เช่น อาการเจ็บหน้าอกเนื่องจากหัวใจขาดเลือด (angina) หรือหัวใจวาย (heart attack) ปัญหาเกี่ยวกับปอด (เช่นโรคหอบหืด)
  • ผลจากการรักษานี้อาจทำให้เกิดลูกแฝดได้ โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการตั้งครรภ์แบบนั้น

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยายูโรโฟลลิโทรปินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท X โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา

อาจเกิดอาการปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องระดับเบา ท้องอืด มีรอยแดงหรืออาการปวดตรงบริเวณที่ฉีดยา หรืออาการปวดหรือกดเจ็บที่เต้านม หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • อาการเลือดออกจากช่องคลอดหรือมดลูกผิดปกติ
  • อาการปวด
  • รอยแดง
  • อาการบวมที่กล้ามเนื้อน่อง
  • ผิวเย็น ผิวชา หรือผิวซีดที่บริเวณแขน ขา มือ หรือเท้า
  • อาการบวมที่ข้อเท้า มือ หรือเท้า

และควรรับการรักษาในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่หายากแต่รุนแรงมากดังต่อไปนี้

  • อาการอ่อนแรงที่ด้านหนึ่งของร่างกาย
  • พูดไม่ชัด
  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลง
  • ปวดหัวกะทันหันอย่างรุนแรง
  • ปวดหน้าอก
  • หายใจติดขัด

ยานี้อาจทำให้เกิด ภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกิน (ovarian hyperstimulation syndrome) ภาวะนี้อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการรักษาหรือหลังจากหยุดการรักษาไปแล้ว ในนานๆ ครั้ง ภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินอย่างรุนแรงนั้น อาจจะทำให้เกิดอาการน้ำสะสมที่บริเวณกระเพาะอาหาร หน้าอก และหัวใจ

คุณควรรับการรักษาในทันทีหากมีอาการดังต่อไปนี้

  • อาการปวดหรือบวมอย่างรุนแรงที่บริเวณท้องน้อย
  • คลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง
  • น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • หายใจติดขัดหรือมีอาการปวดขณะหายใจ
  • ปัสสาวะน้อยลง

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้

  • ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ)
  • วิงเวียนศีรษะขั้นรุนแรง
  • หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจจะมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ ยาโคลมีฟีน (clomiphene) ยาโกนาโดเรลิน (gonadorelin)

ยายูโรโฟลลิโทรปิน อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งต่อแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยายูโรโฟลลิโทรปินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยายูโรโฟลลิโทรปินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยายูโรโฟลลิโทรปินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อฮอร์โมนฟอลลิเคิล สติมูเลตติ้ง

การกระตุ้นการตกไข่
  • ขนาดยาเริ่มต้น 150 หน่วยสากลต่อวัน เป็นเวลา 5 วัน ฉีดยาใต้ผิวหนังหรือเข้ากล้ามเนื้อ
  • ขนาดยาสูงสุด 450 หน่วยสากลต่อวัน
  • ระยะเวลาการรักษา 12 วัน

คำแนะนำ

  • เมื่อได้รับเงื่อนไขก่อนการตกไข่ ให้ฮอร์โมนฮิวแมน โครริออนิค โกนาโดโทรปิน (hCG) เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของไข่ครั้งสุดท้ายและการตกไข่ ระงับการให้ฮอร์โมนฮิวแมน โครริออนิค โกนาโดโทรปิน เมื่อผลการเฝ้าสังเกตนั้นแสดงให้เห็นว่ามีความเสี่ยงในการเกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินมากขึ้นในวันสุดท้ายของการรักษา
  • ควรมีเพศสัมพันธ์ทุกวัน ตั้งแต่ในวันก่อนการรักษาและต่อเนื่องจนถึงวันที่สามารถมองเห็นการตกไข่ได้อย่างชัดเจน
  • หยุดการมีเพศสัมพันธ์เมื่อความเสี่ยงในการเกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไปเพิ่มขึ้น
เพื่อช่วยให้ตั้งครรภ์
  • ขนาดยาเริ่มต้น 225 หน่วยสากลต่อวัน เป็นเวลา 5 วัน ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง
  • หากให้ยาร่วมกับฮอร์โมนเมโนโทรปิน (menotropin) ขนาดยารวมกันทั้งหมดไม่ควรเกิน 225 หน่วยสากล (ยายูโรโฟลลิโทรปิน 150 หน่วยสากล และยาฮอร์โมนเมโนโทรปิน 75 หน่วยสากล หรือยายูโรโฟลลิโทรปิน 75 หน่วยสากล และยาฮอร์โมนเมโนโทรปิน 150 หน่วยสากล)
  • ขนาดยาสูงสุด 450 หน่วยสากลต่อวัน
  • หากให้ยาร่วมกับฮอร์โมนเมโนโทรปิน ขนาดยารวมกันทั้งหมดไม่ควรเกิน 450 หน่วยสากลต่อวัน
  • ระยะเวลาการรักษา 12 วัน

คำแนะนำ

  • เริ่มตั้งแต่รอบวันที่ 2 หรือ 3 ให้ยาจนกว่าไข่จะพัฒนาเพียงพอ โดยวัดได้จากการอัลตราซาวด์และการวัดระดับเซรั่ม เอสตร้าไดออล
  • รักษาต่อไปจนกว่าจะมีหลักฐานพบการพัฒนาของไข่อย่างเพียงพอ แล้วจึงให้ ฮอร์โมนฮิวแมน โครริออนิค โกนาโดโทรปิน
  • ระงับการให้ฮอร์โมนฮิวแมน โครริออนิค โกนาโดโทรปินเมื่อผลการเฝ้าระวังแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงในการเกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไปเพิ่มขึ้น

การใช้งาน

  • การกระตุ้นการตกไข่ในผู้หญิงที่เคยรับยากดต่อมใต้สมอง ด้วยการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อและใต้ผิวหนัง
  • การพัฒนาของรังไข่หลายใบนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (Assisted Reproductive Technology) ในรอบการตกไข่ของผู้หญิงที่เคยรับยากดต่อมใต้สมอง

การปรับขนาดยา

การกระตุ้นการตกไข่
  • รูปแบบการให้ยานั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน
  • สำหรับผู้หญิงที่เคยใช้ยาในกลุ่มฮอร์โมน โกนาโดโทรปิน รีลิสซิง อะโกนิสต์ (GnRH agonist) หรือยากดต่อมใต้สมอง ควรเริ่มต้นให้ยาโดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อเป็นเวลา 5 วันในการรักษารอบแรก
  • สำหรับการเริ่มต้นการให้ยาสำหรับรอบต่อมานั้นควรจะปรับเปลี่ยนโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของรังไข่
  • การปรับขนาดยาขึ้นอยู่กับผลการเฝ้าสังเกต (ทั้งระดับเซรั่มเอสตร้าไดออลและผลการอัลตราซาวน์ช่องคลอด) เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของรังไข่หลายใบและประจำเดือนขาด
  • อย่าปรับขนาดยาบ่อยเกินกว่าทุกๆ 2 วันและไม่ควรเกินกว่า 150 หน่วยสากลต่อการปรับขนาดยาหนึ่งครั้ง
  • ควรใช้ยาในขนาดที่ต่ำที่สุดที่ให้ผลที่ต้องการ
  • โดยทั่วไปแล้วไม่ควรรักษาเกิน 12 วัน

เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

  • รูปแบบการให้ยาที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยที่กำลังทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) นั้นควรทำตามแบบขั้นตอนและจะแตกต่างกันตามแต่ละคน
  • ปรับขนาดยาหลังจากผ่านไป 5 วันโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองจองรังไข่ โดยขึ้นอยู่กับผลการเฝ้าสังเกต ทั้งผลการอัลตราซาวน์การเจริญเติบโตของไข่และระดับเซรั่มเอสตร้าไดออล
  • อย่าปรับขนาดยาบ่อยเกินกว่าทุกๆ 2 วัน และไม่ควรเกินกว่า 150 หน่วยสากลต่อการปรับขนาดยาหนึ่งครั้ง
  • โดยทั่วไปแล้วไม่ควรรักษาเกิน 12 วัน

ขนาดยายูโรโฟลลิโทรปินสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาผงสำหรับฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
  • ยาผงสำหรับฉีด
  • ยาผงสำหรับฉีดใต้ผิวหนัง

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

Recommended for you

ตั้งท้องขณะให้นมลูก เป็นไปได้หรือเปล่า?

ตั้งท้องขณะให้นมลูก เป็นไปได้หรือเปล่า?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on กันยายน 13, 2018
ภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป (Ovarian Hyperstimulation Syndrome)

ภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป (Ovarian Hyperstimulation Syndrome)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on สิงหาคม 11, 2018