อาร์เดพาริน (Ardeparin)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 23/09/2020 . 5 mins read
Share now

อาร์เดพาริน (Ardeparin) ใช้เพื่อป้องกันภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน มักใช้เป็นเวลาหลายวันหลังจากผ่าตัดเปลี่ยนเข่า ซึ่งเป็นช่วงที่มักจะเกิดลิ่มเลือดมากที่สุด

ข้อบ่งใช้

ยา อาร์เดพาริน ใช้สำหรับ

ยา อาร์เดพาริน (Ardeparin) ใช้เพื่อป้องกันภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน หรือภาวะเส้นเลือดขอด (deep venous thrombosis) ซึ่งเป็นสภาวะที่เกิดลิ่มเลือดที่อันตราย ที่หลอดเลือดภายในขา ลิ่มเลือดเหล่านี้สามารถเดินทางไปยังปอด และอุดตันอยู่ในหลอดเลือดปอดได้ ทำให้เกิดโรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด (pulmonary embolism) ยาอาร์เดพารินนั้นมักใช้หลังจากผ่าตัดเปลี่ยนเข่า ในช่วงที่คุณยังไม่สามารถเดินได้ ซึ่งเป็นช่วงที่มักจะเกิดลิ่มเลือดมากที่สุด ยาอาร์เดพารินยังอาจใช้เพื่อรักษาสภาวะอื่นที่แพทย์กำหนดได้อีกด้วย

วิธีการใช้ยา อาร์เดพาริน

ใช้ยาอาร์เดพารินตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด หากคุณไม่เข้าใจวิธีการใช้ยาโปรดสอบถามแพทย์ พยาบาล หรือเภสัชกร ยาอาร์เดพารินนั้นใช้สำหรับฉีดเข้าใต้ผิวหนังเท่านั้น ห้ามฉีดยานี้เข้าในกล้ามเนื้อหรือหลอดเลือดดำ

แพทย์หรือพยาบาลจะอธิบายวิธีการฉีดยาอาร์เดพารินให้แก่คุณ ยานี้สามารถฉีดเข้าไขมันบริเวณช่วงท้อง (หลีกเลี่ยงสะดือ) ต้นแขนส่วนนอก และต้นขาส่วนนอก ควรทำตามแนวทางของแพทย์

นั่งหรือนอนหลังก่อนฉีดยา บีบผิวขึ้นมาแล้วแทงเข็มเข้าไปในส่วนนั้นจนสุดที่มุม 45-90 องศา ก่อนฉีดยาควรดึงที่สูบเข็มขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเลือดถูกสูบเข้ามาในกระบอกฉีดยา วิธีการนี้จะทำให้แน่ใจว่า คุณไม่ฉีดยาเข้าไปในหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดแดง หนีบผิวทิ้งไว้จนเสร็จสิ้นการฉีดยา เพื่อลดรอยช้ำไม่ควรจะถูบริเวณนั้นหลังจากฉีดยาแล้ว อย่าใช้ยาใดๆ ที่เปลี่ยนสีหรือมีฝุ่นละออง อย่าหยุดใช้ยานี้โดยไม่ปรึกษากับแพทย์

การเก็บรักษายาอาร์เดพาริน

ยาอาร์เดพารินควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาอาร์เดพารินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาอาร์เดพารินลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ ยาอาร์เดพาริน

ยาอาร์เดพารินนั้นถูกถอดออกจากตลาดในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนมีนาคม คศ. 2000

การใช้ยานี้อาจมีความเสี่ยงในการเกิดอาการเลือดออกที่กระดูกสันหลัง หรือช่องเหนือไขสันหลัง อาจทำให้กลายเป็นอัมพาต เมื่อใช้ยาอาร์เดพารินร่วมกับการให้ยาระงับความรู้สึกทางไขสันหลัง และช่องเหนือไขสันหลัง ความเสี่ยงนี้อาจจะเพิ่มขึ้นหากให้ยานี้ทางสายยางเข้าในช่องเหนือไขสันหลัง หรือหากใช้ร่วมกับยาที่ส่งผลกระทบต่อการแข็งตัวของเลือด

ห้ามฉีดยานี้เข้าในกล้ามเนื้อหรือหลอดเลือดดำ

อย่ารับประทานยาแอสไพรินหรือยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) อย่าง มอทริน (Motrin) แอดวิล (Advil) นูพริน (Nuprin) และอื่นๆ ยาคีโตโพรเฟน (ketoprofen) อย่าง โอรูดิส เคที (Orudis KT) โอรูดิส (Orudis) หรือโอรูเวล (Oruvail) ยานาพรอกเซน (naproxen) อย่าง อะลีฟ (Aleve) นาโพรซิน (Naprosyn) อะนาพรอกซ์ (Anaprox) และอื่นๆ ยาอินโอเมทาซิน (indomethacin) อย่างอินโดซิน (Indocin) หรือยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์อื่นๆ (nonsteroidal anti-inflammatory medication) โดยไม่ปรึกษาแพทย์ ยาเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการเลือดออก เมื่อรับประทานร่วมกับยาอาร์เดพาริน โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร ก่อนใช้ยาตามใบสั่งยาหรือยาที่หาซื้อเองใดๆ

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาอาร์เดพาริน จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ ยาอาร์เดพาริน

เช่นเดียวกับยาอื่น ยาอาร์เดพารินนั้นสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงบางอย่างได้ แม้ว่าอาจจะไม่ได้เกิดผลข้างเคียงทั้งหมด แต่ก็อาจจะทำเป็นต้องได้รับการรักษาหากเกิดผลข้างเคียงเหล่านี้ขึ้น

หยุดใช้ยานี้และรับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินในทันที หากเกิดอาการดังต่อไปนี้

ผลข้างเคียงที่พบได้น้อย

ผลข้างเคียงที่หายาก

  • ปวดหลัง
  • รู้สึกแสบร้อน เจ็บเหมือนถูกทิ่ม จั๊กจี้ หรือเป็นเหน็บ
  • ขาอ่อนแรง
  • ชา
  • มีปัญหากับการทำงานของลำไส้หรือกระเพาะปัสสาวะ
  • มีผดผื่นพร้อมกับรอยจุดเล็กๆ สีม่วง-แดง มักจะเริ่มเกิดที่ขา

ติดต่อแพทย์ให้เร็วที่สุดหากเกิดผลข้างเคียงดังต่อไปนี้

ผลข้างเคียงที่พบได้น้อย

  • เป็นไข้

ผลข้างเคียงที่หายาก

  • ผื่นผิวหนัง ลมพิษ หรือคัน

ผลข้างเคียงบางอย่างอาจเกิดขึ้น ที่โดยตามปกติแล้วไม่จำเป็นต้องรักษา ผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะหายไประหว่างการรักษา เมื่อร่างกายสามารถปรับตัวเข้ากับยา นอกจากนี้แพทย์ยังอาจสามารถแจ้งวิธีการป้องกัน หรือลดผลข้างเคียงบางส่วนนี้ได้ โปรดติดต่อแพทย์หากผลข้างเคียงเหล่านี้ยังคงไม่หายไปหรือรบกวนคุณ หรือหากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียงเหล่านี้

ผลข้างเคียงที่พบได้น้อย

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอาร์เดพารินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาอาร์เดพารินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาอาร์เดพารินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาด ยาอาร์เดพาริน สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยานี้แตกต่างกันตามผู้ป่วยแต่ละราย ควรทำตามที่แพทย์สั่งหรือแนวทางการใช้ยาบนฉลากยา ข้อมูลดังต่อไปนี้เป็นเพียงแค่ขนาดยาโดยเฉลี่ยของยานี้เท่านั้น หากขนาดยาของคุณนั้นแตกต่างไป ก็ไม่ควรเปลี่ยนขนาดยา นอกเสียจากแพทย์จะสั่งให้ทำ

ปริมาณยาทั้งหมดที่คุณจะรับนั้น ขึ้นอยู่กับความแรงของยา นอกจากนี้จำนวนครั้งในการใช้ยาต่อวัน ระยะเวลาห่างต่อครั้ง และระยะเวลาในการรักษานั้นขึ้นอยู่กับโรคที่คุณเป็น

ขนาดยาสำหรับยาฉีด

เพื่อป้องกันภาวะหลอดเลือดดำลึกอุดตัน (ลิ่มเลือดในขา) และโรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด (ลิ่มเลือดในปอด)

  • ผู้ใหญ่—ให้ยาทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลานานสุด 14 วันหลังจากการผ่าตัด
  • เด็ก—การใช้ยาและขนาดยาจะต้องกำหนดโดยแพทย์เท่านั้น

ขนาด ยาอาร์เดพาริน สำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาสารละลายสำหรับฉีด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอลทีเพลส (Alteplase)

แอลทีเพลส (Alteplase) มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด รักษาหลอดเลือดดำอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอมโลดิปีน (Amlodipine)

แอมโลดิปีน (Amlodipine) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ช่วยคลายหลอดเลือด เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ง่ายขึ้น

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ริโทนาเวียร์ (Ritonavir)

ยา ริโทนาเวียร์ (Ritonavir) ใช้ร่วมกับยารักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ใช้เพื่อควบคุมอาการติดเชื้อเอชไอวี ทำหน้าที่ในการลดปริมาณของเชื้อเอชไอวีในร่างกาย

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

Recommended for you

คาพาสแตต-ซัลเฟต-capastat-sulfate

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 06/02/2020 . 9 mins read
ดีกัวดิน-dequadin

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช
Published on 09/12/2019 . 3 mins read
อัลปราโซแลม-alprazolam

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 5 mins read
อัลเบนดาโซล-albendazole

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 6 mins read