แซกซ่ากลิปติน (Saxagliptin)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 08/09/2020 . 5 mins read
Share now

ยาแซกซ่ากลิปติน (Sxagliptin) ช่วยเพิ่มสารอินครีติน ใช้พื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับผุ้ป่วยเบาหวาน ชนิดที่ 2 ควรใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย

ข้อบ่งใช้

แซกซ่ากลิปติน ใช้สำหรับ

แซกซ่ากลิปติน (Saxagliptin) เป็นยารับประทานที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ช่วยเพิ่มระดับสารอินครีติน (Incretin) ซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป ด้วยการเพิ่มการหลั่งสารอินซูลิน โดยเฉพาะหลังมื้ออาหารและลดปริมาณของน้ำตาลที่ตับผลิตออกมาอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ยาแซกซ่ากลิปติน ยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคต่างๆ ดังนี้ ตาบอด โรคไต ความผิดปกติของระบบประสาท การสูญเสียแขนขา และปัญหาสุขภาพทางเพศ การควบคุมโรคเบาหวานยังสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดแบบเฉียบพลัน หรือโรคหลอดเลือดสมองได้

วิธีใช้แซกซ่ากลิปติน

ตามปกติทั่วไปรับประทานยแซกซ่ากลิปติน วันละ 1 ครั้ง พร้อมมื้ออาหาร หรือตามแพทย์ระบุ ขนาดยาขึ้นอยู่กับอาการ การตอบสนองต่อการรักษา และยาอื่นๆ ที่คุณรับประทานอยู่ ที่สำคัญอย่าลืมแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพร

การเก็บรักษา แซกซ่ากลิปติน

  • ยาแซกซ่ากลิปติน ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหายหรือเสื่อมสภาพ
  • ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาแซกซ่ากลิปตินบางยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย
  • ไม่ควรทิ้งยาแซกซ่ากลิปตินลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น
  • หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องเพิ่มเติมได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ แซกซ่ากลิปติน

ก่อนรับประทาน ยาแซกซ่ากลิปติน โปรดแจ้งกับแพทย์หรือเภสัชกรหากคุณแพ้ยา หรือคุณแพ้ต่อยาอื่น หรือเป็นภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีผสมไม่ออกฤทธิ์ในการรักษาบางอย่างที่ทำให้เกิดการแพ้ได้ 

  • ผลข้างเคียง คุณอาจมีอาการตาพร่ามัว วิงเวียน หรือเซื่องซึม เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูงมาก อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือ ทำกิจกรรมใดๆ ที่ต้องใช้ความระมัดระวัง หรือต้องการการมองเห็นที่ชัดเจน จนกว่าคุณจะแน่ใจว่าคุณจะสามารถทำกิจกรรมดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย
  • งดดื่มปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ขณะที่ใช้ยานี้ในการรักษาควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกอดโรคระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ และโรคตับอ่อน
  • ภาวะเครียด  เมื่อร่างกายมีความเครียด เช่น เกิดจากไข้ การติดเชื้อ การบาดเจ็บ การผ่าตัด โปรดปรึกษาแพทย์เพราะการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอาจจะยากขึ้น เแพทย์อาจปรับเปลี่ยนแผนการรักษา ยา หรือการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด
  • ก่อนการผ่าตัด โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ

ก่อนรับประทานยานี้ ควรแจ้งประวัติทางการแพทย์ให้แพทย์ หรือเภสัชกรทราบ โดยเฉพาะ

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเพียงพอ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้นาฟาเรลิน ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาความเสี่ยงของการใช้ยา

นาฟาเรลิน จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท X จัดโดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดย FDA มีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ยาต้องห้าม
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ แซกซ่ากลิปติน

โดยปกติแล้ว ยาแซกซ่ากลิปติน จะไม่ก่อให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) แต่ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นได้ หากใช้ยาแซกซ่ากลิปตินร่วมกับยาโรคเบาหวานอื่น ๆ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับยารักษาโรคเบาหวานทั้งหมดของคุณ รวมถึงผลข้างเคียงอื่น ๆจากการใช้ยาแซกซ่ากลิปติน มีดังนี้

  • ปวดข้อต่อ 
  • แผลพุพองผิดปกติ
  • เหงื่อออกฉับพลัน
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • หิว เหน็บชา
  • ตาพร่ามัว
  • วิงเวียนศีรษะ  
  • มีสัญญาณของภาวะหัวใจล้มเหลว เช่น หายใจถี่ ข้อเท้าหรือเท้าบวม เหนื่อยล้าผิดปกติ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือเพิ่มขึ้นฉับพลัน

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ก่อนเริ่มหรือหยุดใช้ยาตัวใด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถึงผลกระทบของยาต่อระดับน้ำตาลในเลือดก่อนเสมอ  ยาแซกซ่ากลิปตินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

  • ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (Beta-blocker) เช่น เมโทโพรลอล (metoprolol) โพรพราโนลอล (propranolol) น้ำยาหยอดตารักษาโรคต้อกระจก เช่น ทิโมลอล (timolol) อาจป้องกันอาการหัวใจเต้นเร็วหรือรัว ที่คุณมักจะรู้สึกเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดลงมากเกินไป (hypoglycemia) ได้ อาการอื่นๆของน้ำตาลในเลือดต่ำ เช่น วิงเวียนศีรษะ หิว หรือเหงื่อออก นั้นไม่ได้รับผลกระทบจากยาเหล่านี้

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

  • ยาแซกซ่ากลิปติน อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

  • ยาแซกซ่ากลิปติน อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการใช้ยานี้

ขนาด แซกซ่ากลิปติน สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อใช้รักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2

  • รับประทานยาวันละ 1 ครั้ง (ขนาดยา2.5 หรือ 5 มก.) หากใช้ร่วมกับยากลุ่ม Strong CYP450 3A4/5 inhibitors : 2.5 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง

วิธีใช้ : โดยส่วนใหญ่ยาแซกซ่ากลิปตินนี้เป็นยาเสริมอาหารและออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2

การปรับขนาดยาสำหรับโรคไต

  • ความผิดปกติของไตระดับเบา (CrCl มากกว่า 50 มล./ นาที) : ไม่ควรปรับขนาดยา
  • รับประทานวันละ 1 ครั้ง หากมีความผิดปกติของไตระดับปานกลางถึงรุนแรง (CrCl 50 มล. / นาทีหรือน้อยกว่า :2.5 มก.) 

การปรับขนาดยาสำหรับโรคตับ

  • ไม่ควรปรับขนาดยา

การปรับขนาดยาสำหรับตับอ่อน

  • การใช้ร่วมกับยาเพิ่มการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน (insulin secretagogue) หรือร่วมกับอินซูลีน : อาจต้องมีการลดขนาดยาเพิ่มการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนหรือยาอินซูลีน เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

การทำไดอะลิซิส (Dialysis)

การฟอกไต : 2.5 มก.ตามหลังการฟอกไต

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้

  • ไม่ควรหักหรือตัดเม็ดยา
  • ยานี้สามารถรับประทานร่วมกับอาหาร หรือรับประทานต่างหากได้
  • หากลืมรับประทานยา ให้รับประทานยาครั้งต่อไปตามวิธีการใช้บนฉลากยา เว้นแต่ว่าจะได้รับคำสั่งให้ทำอย่างอื่น ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยเพิ่มขนาดยาในวันถัดไป
  • ควรพิจารณาความเสี่ยงและประโยชน์ของการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว

การเฝ้าสังเกต

  • ระบบโลหิตวิทยา (Hematologic) : ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดและน้ำตาลสะสม (HbA1c)
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด : สัญญาณและอาการของภาวะหัวใจล้มเหลว
  • เฝ้าสังเกตสัญญาณและอาการของโรคตับอ่อน

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยควรทราบว่าอาการตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน ภาวะหัวใจล้มเหลว และโรคภูมิแพ้อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้ยานี้ คุณควรเข้าใจถึงความสำคัญของการรายงานสัญญาณ และอาการของอาการเหล่านี้ให้แพทย์ทราบ และควรทราบว่าเมื่อใดที่ควรไปพบคุณหมอ
  • ผู้ป่วยควรเข้าใจถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามคำแนะนำในการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควรเข้าใจสัญญาณและอาการของน้ำตาลในเลือดสูงและต่ำ และวิธีการรักษาที่ถูกต้อง
  • บางสถานการณ์ เช่น มีไข้ บาดเจ็บ ติดเชื้อ ต้องเข้ารับการผ่าตัด คุณอาจต้องเปลี่ยนแปลงวิธีจัดการกับโรคเบาหวาน โปรดปรึกษาแพทย์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
  • หากมีอาการปวดข้อต่อรุนแรงและบ่อยครั้ง ควรเข้าพบคุณหมอทันที

ขนาดยาแซกซ่ากลิปตินสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการจัดขนาดยาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ดังนั้น การใช้ยาแซกซ่ากลิปตินกับเด็กจึงอาจยังไม่ปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อทำความเข้าใจตัวยาก่อนการใช้งาน

รูปแบบของยา

  • ยารับปนะทานชนิดเม็ด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease, CAD): โรคแทรกซ้อนที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

โรคหลอดเลือดหัวใจ อีกหนึ่งโรคแทรกซ้อนที่อันตรายใน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ดังนั้นการตรวจเช็คและรักษาภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ จึงถือเป็นสิ่งที่ควรให้สำคัญ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ทีม Hello คุณหมอ

ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หากไม่ควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

ผู้ป่วย โรคเบาหวาน หากไม่ควบคุมน้ำตาลในเลือดให้ดี มีความเสี่ยงที่จะเป็น โรคหัวใจและหลอดเลือด ที่ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และอาจอันตรายถึงชีวิต

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ทีม Hello คุณหมอ

แนวทางปฏิบัติในการดูแลสุขภาพจิตสำหรับ ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน

บทความของ Hello คุณหมอ วันนี้ขอนำวิธีดูแลจิตใจสำหรับ ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน มาฝากกันค่ะ เพื่อให้ทุกคนนั้นได้มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยต่อไปอย่างใกล้ชิด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by panyapat Aiemsin

การบำบัดด้วยสี กับประโยชน์ที่คุณควรรู้ไว้

การบำบัดด้วยสี สามารถช่วยรักษาสุขภาพกายหรือสุขภาพจิตได้ การบำบัดด้วยสีส่วนใหญ่ถูกมองว่า เป็นการบำบัดแบบเสริมหรือการแพทย์ทางเลือก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย