โคลมิด® (Clomid®)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

โคลมิด® ใช้เพื่อรักษาภาวะตกไข่ผิดปกติในผู้หญิงที่ต้องการตั้งครรภ์

ข้อบ่งใช้

โคลมิด® (ยาโคลมีฟีน) ใช้สำหรับ

โคลมิด® (Clomid®) เป็นยารักษาภาวะการเจริญพันธุ์แบบไม่มีสเตียรอยด์ ซึ่งมักใช้เพื่อควบคุมให้มีการตกไข่ในสตรีที่ประสบปัญหาภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic ovary syndrome) ที่ทำให้ไม่มีการตกไข่ และยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่นนอกจากที่อยู่ในคู่มือการใช้ยาได้อีกด้วย โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากแพทย์หรือเภสัชกร

วิธีใช้โคลมิด® (ยาโคลมีฟีน)

เริ่มรับประทานยาเม็ดโคลมิด® ในวันที่ 5 ของรอบเดือน วันละเม็ด ในเวลาเดียวกันทุกวัน

ไม่ควรใช้ยานี้ในขนาดยาที่มากกว่า น้อยกว่า หรือนานกว่าที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ

การเก็บรักษาโคลมิด® (ยาโคลมีฟีน)

ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง หากมีข้อสงสัยควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งโคลมิด® ลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้โคลมิด® (ยาโคลมีฟีน)

ก่อนใช้โคลมิด® โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีภาวะดังต่อไปนี้

  • กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่ตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • กำลังใช้ยาอื่นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น
  • มีอาการแพ้ส่วนผสมของโคลมิด® หรือยาอื่น ๆ ที่กำลังใช้อยู่ หรือไม่ใช้แล้ว
  • คุณมีโรคอื่น ๆ มีความผิดปกติทางพยาธิสภาพตามที่แพทย์ระบุไว้

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ สำหรับกำหนดความเสี่ยงในการใช้ยาบีซีฟาสท์เพนรีลีฟระหว่างตั้งครรภ์หรือขณะให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ของคุณเพื่อประเมินผลประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะใช้ยา

โคลมิด® จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้โคลมิด® (ยาโคลมีฟีน)

อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น

  • หนาวๆ ร้อนๆ
  • ท้องเสีย
  • อาเจียน
  • หน้าอกคัดตึง
  • ปวดศีรษะ
  • เลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

โคลมิด® อาจมีปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่น ที่คุณกำลังรับประทานอยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณรับประทานออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิม หรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรง

เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาที่อาจเป็นไปได้ คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ รวมถึงยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยาและสมุนไพร และแจ้งให้แพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่มหรือ หยุดใช้ยา รวมถึงเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

อาจมีปฏิกิริยากับอาหาร หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาของโคลมิด® (ยาโคลมีฟีน) สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาที่แนะนำ : 50 มิลลิกรัม เป็นเวลา 5 วัน

หากไม่มีการตกไข่การรักษาสามารถทำซ้ำได้ภายใน 30 วันหลังจากการรักษาก่อนหน้านี้

สามารถเพิ่มขนาดยยาได้ถึง 100 มก. เฉพาะในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาในครั้งแรก

ขนาดยาของโคลมิด® (ยาโคลมีฟีน) สำหรับเด็ก

ไม่มีการกำหนดขนาดยานี้ในผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อบุตรหลานของคุณ คุณควรทำความเข้าใจถึงความปลอดภัยของยาเสพติดก่อนตัดสินใจใช้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบของยา

  • ยาเม็ด 50 มิลลิกรัม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: พฤศจิกายน 18, 2019 | Last Modified: ธันวาคม 31, 2019

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน