ไซแฟกเซน® (Xifaxan®)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 4 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้

ไซแฟกเซน® (ยาไรฟาซิมิน) ใช้สำหรับ

ไซแฟกเซน® (Xifaxan®) เป็นยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรียทางลำไส้เท่านั้น

ยาไรฟาซิมิน (Rifaximin) จะทำงานแตกต่างจากยาปฏิชีวนะตัวอื่น นั่นคือ สามารถส่งผ่านไปยังกระเพาะอาหารและลำไส้ได้โดยไม่ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ยานี้จะรักษาการติดเชื้อในระบบทางเดินลำไส้เท่านั้น มักไม่รักษาอาการติดเชื้อที่ส่วนอื่นของร่างกาย

ไซแฟกเซน® ใช้ในการรักษาโรคท้องเสีย ที่มีสาเหตุมาจากเชื้ออีโคไล (E. coli) ในผู้ใหญ่และเด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป หลายคนมีอาการติดเชื้อนี้จากการรับประทานอาหาร หรือบริโภคของเหลวที่มีการปนเปื้อนแบคทีเรียอีโคไล

ยานี้ ยังใช้รักษาโรคลำไส้แปรปรวน (irritable bowel syndrome) ในผู้ใหญ่ ซึ่งมีอาการหลัก คือ ท้องร่วง

นอกจากนี้ ยังใช้เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง ในผู้ใหญ่ที่มีภาวะไตล้มเหลว ประสิทธิภาพการทำงานของสมองอาจได้รับผลกระทบ เมื่อตับหยุดทำงาน และไม่สามารถขับสารพิษออกจากร่างกาย

วิธีใช้ไซแฟกเซน® (ยาไรฟาซิมิน)

รับประทานไซแฟกเซน® พร้อมอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหากก็ได้ ควรทำตามแนวทางการใช้ยาบนฉลากยา และทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด อย่าใช้ยานี้ในขนาดที่มากกว่าหรือใช้ยานานกว่าที่กำหนด โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากยาของคุณทำงานได้ไม่ดีดังเดิม

ใช้ไซแฟกเซน® ให้ครบกำหนดตามที่แพทย์แนะนำ แม้คุณจะรู้สึกว่าอาการดีขึ้นแล้วก็ตาม เพราะการงดรับประทานยาอาจทำให้เชื้อไม่หายขาด และเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อที่ดื้อยาในอนาคต ยานี้ไม่สามารถรักษาการติดเชื้อทางไวรัส เช่น หวัด อาการจาม

หากใช้ยามาแล้วเกิน 24 ชั่วโมง แล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง โปรดแจ้งแพทย์ทันที

ไซแฟกเซน® ไม่สามารถรักษาโรคท้องร่วง จากแบคทีเรียได้ทุกชนิด

วิธีเก็บรักษาไซแฟกเซน® (ยาไรฟาซิมิน)

ไซแฟกเซน® ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง หากมีข้อสงสัยควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งไซแฟกเซน® ลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ไซแฟกเซน® (ยาไรฟาซิมิน)

ก่อนใช้ไซแฟกเซน® โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีภาวะดังต่อไปนี้

  • วางแผนตั้งครรภ์ กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่ตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • กำลังใช้ยาอื่นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น
  • แพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของซาแน็กซ์® หรือยาอื่นๆ
  • มีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ โดยเฉพาะ โรคตับ ท้องเสียร่วมกับภาวะมีไข้ ท้องเสียเป็นน้ำหรือเป็นเลือดปน

คุณไม่ควรรับประทานไซแฟกเซน® หากคุณมีอาการแพ้ต่อยาไรฟาซิมิน (rifaximin) ยาไรฟาบูติน (rifabutin) ยาไรแฟมพิน (rifampin) หรือยาไรฟาเพนติน (rifapentine)

ไม่ควรใช้ไซแฟกเซน® กับเด็กวัยต่ำกว่า 12 ปี

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ไซแฟกเซน® จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากการใช้ไซแฟกเซน® (ยาไรฟาซิมิน)

เข้ารับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของภูมิแพ้ยา เช่น โรคลมพิษ หายใจติดขัด อาการบวมที่หน้า ริมฝีปาก ลิ้นหรือคอ

หยุดใช้ไซแฟกเซน® และแจ้งหมอของคุณทันที หากมีอาการต่อไปนี้

  • ปวดท้องรุนแรง ถ่ายเป็นน้ำหรือเลือด
  • เป็นไข้
  • น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะใบหน้าและลำตัว

ผลข้างเคียงทั่วไปที่อาจพบ ได้แก่

  • อาการบวมที่มือ เท้าหรือลำตัวของคุณ
  • อาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ
  • รู้สึกเหนื่อย
  • ผลการตรวจประสิทธิภาพทำงานของตับที่ผิดปกติ

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ไซแฟกเซน® อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจจะมีปฏิกิริยากับไซแฟกเซน® ได้แก่

  • ยาไซโคลสปอรีน (Cyclosporine)
  • ยาโลพินาเวียร์ (Lopinavir) และ ยาริโทนาเวียร์ (Ritonavir)
  • ยาปฏิชีวนะอะซิโทรไมซิน (azithromycin) ยาคลาริโทรมายซิน (clarithromycin) ยาอิริโทรมายซิน (erythromycin)
  • ยาต้านเชื้อรา ยาไอตราโคนาโซน (itraconazole) ยาคีโตโคนาโซน (ketoconazole)
  • ยาความดันโลหิตและหัวใจ ยาอะมิโอดาโรน (amiodarone) ยาแคปโตพริล (captopril) ยาคาร์วิไดรอล (carvedilol) ยาดิลไทอะเซม (diltiazem) ยาโดรเนดาโรน (dronedarone) ยาเฟโลดิพิน (felodipine) ยาควินิดิน (quinidine) ยาราโนลาซีน (ranolazine) ยาเวราพามิล (verapamil)

ปฏิกิริยาต่ออาหารและแอลกอฮอล์

ไซแฟกเซน® อาจมีปฏิกิริยากับอาหาร หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยาต่ออาการโรค

ไซแฟกเซน® อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาของไซแฟกเซน® (ยาไรฟาซิมิน) สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นโรคท้องร่วง

รับประทานครั้งละ 200 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 3 วัน

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นโรคสมองเสื่อมจากโรคตับ (Hepatic Encephalopathy)

รับประทานครั้งละ 550 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน

โรคลำไส้แปรปรวนที่เกิดจากอาการท้องร่วง

ขนาดยาที่แนะนำ : รับประทานครั้งละ 1 เม็ด ขนาดเม็ดละ 550 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 14 วัน ผู้ป่วยที่พบกับการกำเริบของอาการสามารถกลับมารักษาได้โดยเพิ่มเกณฑ์การให้ยาเดิมเป็นสองเท่า

ขนาดยาของไซแฟกเซน® (ยาไรฟาซิมิน) สำหรับเด็ก

ขนาดยาทั่วไปสำหรับเด็กที่เป็นโรคท้องร่วง

อายุ 12 ปีขึ้นไป : รับประทานครั้งละ 200 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 3 วัน

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด : ไรฟาซิมิน 550 มิลลิกรัม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

รับมือกับอาการลำไส้แปรปรวน ด้วยวิธีเหล่านี้ ให้อยู่หมัด

วิธี รับมือกับอาการลำไส้แปรปรวน นั้นมีมากมาย เพียงแค่ปรับการใช้ชีวิต การกิน และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็อาจทำให้อาการลำไส้แปรปรวนของคุณดีขึ้นได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

13 ของใช้ใกล้ตัวที่แฝงไปด้วยแบคทีเรีย อันตรายต่อสุขภาพที่ควรระวัง

เชื้อโรค แบคทีเรีย อยู่รอบๆ ตัวเรา ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน เราต้องพบเจอกับสิ่งเหล่านี้อยู่ตลอด โดยเฉพาะกับ 13 ของใช้ใกล้ตัวที่แฝงไปด้วยแบคทีเรีย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai

แบคทีเรียในรองเท้า วายร้ายใกล้ตัวที่คุณอาจกำลังละเลย!

แบคทีเรียในรองเท้า เกิดจากการหมักหมมของสิ่งสกปรกในรองเท้า เหงื่อและความอับชื้น ซึ่งแบคทีเรียนี้สามารถก่อให้เกิดอาการท้องเสีย อาหารเป็นพิษ หรือการติดเชื้อได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai

สลัดผักในถุง กับอันตรายแฝงจากเชื้อโรค ที่คุณอาจไม่เคยรู้

คุณรู้หรือไม่คะว่า สลัดผักในถุง เหล่านี้ อาจจะแฝงมาพร้อมกับอันตราย ที่หลายคนมักจะมองข้าม อันตรายที่ว่านั้นคืออะไร มาหาคำตอบร่วมกันกับ Hello คุณหมอเลยค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล