ไซโคลเบนซาพรีน (Cyclobenzaprine)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 4 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้

ยา ไซโคลเบนซาพรีน ใช้สำหรับ

ยาไซโคลเบนซาพรีน (Cyclobenzaprine) ใช้ในระยะสั้น เพื่อรักษาอาการกล้ามเนื้อหดเกร็ง (muscle spasms) ยานี้มักจะใช้ร่วมกับการบำบัดทางกายภาพ ยานี้ทำงานโดยการช่วยคลายกล้ามเนื้อ

วิธีการใช้ยา ไซโคลเบนซาพรีน

รับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหาก ตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือวันละ 3 ครั้ง

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา ควรใช้ยานี้แค่ในระยะสั้นเท่านั้น (3 สัปดาห์หรือน้อยกว่านั้น) นอกเสียจากแพทย์จะสั่ง อย่าเพิ่มขนาดยา หรือใช้ยาบ่อยกว่าที่กำหนด อาการของคุณจะไม่หายไวขึ้น และความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงจะเพิ่มขึ้น

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณยังมีอยู่หลังจากผ่านไป 2-3 สัปดาห์ หรือหากอาการแย่ลง

การเก็บรักษายาไซโคลเบนซาพรีน

ยาไซโคลเบนซาพรีนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไซโคลเบนซาพรีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาไซโคลเบนซาพรีนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไซโคลเบนซาพรีน

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณมีความตั้งใจหรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยาไซโคลเบนซาพรีน หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

อย่าใช้ยาไซโคลเบนซาพรีน หากคุณได้ใช้ยาในกลุ่มเอ็มเอโอไอ (MAO inhibitor) ภายใน 14 วันที่ผ่านมา เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาของยาได้ ยาในกลุ่มเอ็มเอโอไอนั้นมีทั้งยาไอโซคาร์โบซาซิด (isocarboxazid) ลิเนโซลิด (linezolid) ฟีเนลซีน (phenelzine) ราซาจิลีน (rasagiline) เซเลจิลีน (selegiline) และทรานีลไซโพรมีน (tranylcypromine)

คุณไม่ควรใช้ยาไซโคลเบนซาพรีน หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณมีสภาวะดังนี้

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยง ในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไซโคลเบนซาพรีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่ามีดังนี้

หยุดใช้ยาไซโคลเบนซาพรีน และติดต่อแพทย์ในทันที หากมีผลข้างเคียงดังนี้

  • หัวใจเต้นเร็ว รัว หรือไม่สม่ำเสมอ
  • ปวดหน้าอกหรือรู้สึกหนักที่หน้าอก มีอาการปวดแพร่ไปยังแขนหรือไหล่ คลื่นไส้ เหงื่อออก รู้สึกป่วยทั่วไป
  • ชาหรืออ่อนแรงกะทันหัน โดยเฉพาะที่ด้านหนึ่งของร่างกาย
  • ปวดหัวอย่างกะทันหัน มีปัญหากับการมองเห็น การพูด หรือการทรงตัว
  • รู้สึกหน้ามืด หมดสติ
  • สับสน อ่อนแรง ขาดการเคลื่อนไหวที่สอดประสาน
  • คลื่นไส้ ปวดท้อง เป็นไข้ต่ำ เบื่ออาหาร ปัสสาวะสีคล้ำ อุจจาระสีดินเหนียว ดีซ่าน (ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง)
  • ชัก
  • มีความคิดหรือพฤติกรรมที่ผิดปกติ มองเห็นภาพหลอน
  • มีรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย อ่อนแรงผิดปกติ

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาไซโคลเบนซาพรีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไซโคลเบนซาพรีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไซโคลเบนซาพรีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณ ก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจจะมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • โรคต้อหิน
  • มีปัญหากับการปัสสาวะ
  • ต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Overactive thyroid)
  • โรคตับ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไซโคลเบนซาพรีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการกล้ามเนื้อหดเกร็ง

  • ขนาดยาเริ่มต้น 5 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง
  • ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละราย อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึง 7.5 มก. หรือ 10 มก. วันละ 3 ครั้ง
  • อีกทางเลือกหนึ่งมีทั้งยาแคปซูลออกฤทธิ์นาน 15 มก. หรือยาแคปซูลออกฤทธิ์นาน 30 มก. รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้สูงอายุเพื่อรักษาอาการกล้ามเนื้อหดเกร็ง

เนื่องจากยาคลายกล้ามเนื้อและยาแก้ปวดท้อง (antispasmodic drugs) ส่วนใหญ่นั้น สามารถทำให้เกิดผลแอนติโคลิเนอร์จิกที่ไม่พึงประสงค์ (anticholinergic adverse events) ภาวะเซื่องซึม (sedation) และอ่อนแรง และเนื่องจากประสิทธิภาพของยาในขนาดที่ผู้สูงอายุสามารถทนได้นั้น ยังเป็นที่สงสัยอยู่ ยาไซโคลเบนซาพรีนตามเกณฑ์ของเบียร์ (Beers criteria) นั้น เป็นยาที่อาจไม่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ

ผู้ผลิตแนะนำว่า ขนาดยาเริ่มต้นสำหรับผู้สูงอายุคือ 5 มก. ปรับขนาดยาเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ โดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละราย

ไม่แนะนำยาในรูปแบบยาเม็ดออกฤทธิ์นาน สำหรับผู้ป่วยสูงอายุ

ขนาดยาไซโคลเบนซาพรีนสำหรับเด็ก

ผู้ป่วยเด็กอายุ 15 ปีขึ้นไป

  • ขนาดยาเริ่มต้น 5 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง
  • ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละราย อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึง 7.5 มก. หรือ 10 มก. วันละ 3 ครั้ง

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด 10 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

อัลปราโซแลม (Alprazolam) ใช้เพื่อรักษาโรควิตกกังวล และแพนิค เป็นยาซึ่งส่งผลต่อสมองและประสาท ทำงานโดยกระตุ้นสารสื่อประสาท

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

อัลเบนดาโซล (Albendazole) ใช้เพื่อรักษาพยาธิบางชนิด เช่น ตัวอ่อนพยาธิที่พบในสมองและไขสันหลัง ยาอัลเบนดาโซลอยู่ในกลุ่มของยาถ่ายพยาธิ (anthelmintic) 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอลทีเพลส (Alteplase)

แอลทีเพลส (Alteplase) มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด รักษาหลอดเลือดดำอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

Recommended for you

หลังยอก-ขยับตัวลำบาก-การรักษา

หลังยอก ขยับตัวลำบาก ควรรักษาอย่างไรจึงจะหายดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
Published on 11/01/2021 . 2 mins read
ปลอกประสาทเสื่อมแข็ง-multiple-sclerosis

ปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple sclerosis)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
Published on 18/08/2020 . 5 mins read
คาพาสแตต-ซัลเฟต-capastat-sulfate

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 06/02/2020 . 9 mins read
ดีกัวดิน-dequadin

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช
Published on 09/12/2019 . 3 mins read