ไทลินอล โคลด์ (Tylenol® cold)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 31/12/2019 . 4 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้

ยาไทลินอล โคลด์ (Tylenol® cold) ใช้สำหรับ

ยาไทลินอล โคลด์ (Tylenol® cold) มักใช้เพื่อบรรเทาอาการของไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ เช่น อาการปวดที่ไม่รุนแรง ปวดศีรษะ เจ็บคอ คัดจมูก ไอ แน่นในโพรงจมูก ยานี้ยังช่วยให้โพรงจมูกโล่งขึ้น ขับน้ำมูกออกจากจมูกและโพรงจมูก รวมถึงลดไข้ได้ชั่วคราว

วิธีการใช้ยา Tylenol® cold

ใช้ตามคำแนะนำบนฉลากยาหรือตามที่แพทย์สั่ง อย่าใช้ในปริมาณที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป รวมถึงนานเกินกว่าที่แพทย์หรือฉลากยาแนะนำ ปกติแล้วจะใช้ยานี้ในเวลาสั้นๆ เท่านั้น จนกว่าจะหายเป็นปกติ

อย่าให้ยานี้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนจะให้ยาแก้ไอหรือไข้หวัดกับเด็ก

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

อย่าใช้ยานี้เกิน 7 วันติดต่อกัน หยุดใช้ยานี้ และแจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากคุณยังคงมีไข้หลังจากใช้ยาแล้ว 3 วัน หรือยังคงเจ็บตามร่างกายหลังใช้มาแล้ว 7 วัน (หรือ 5 วันหากใช้ยาในเด็ก) หากอาการแย่ลงหรือมีผื่นขึ้น ปวดศีรษะอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีรอยแดงหรือบวม

วิธีการเก็บรักษายา Tylenol® cold

คุณควรเก็บยา Tylenol® cold ไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากแสงและความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา คุณไม่ควรเก็บยา Tylenol® cold ไว้ให้ห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง สิ่งสำคัญคือการอ่านคำแนะนำการเก็บรักษายาบนฉลากผลิตภัณฑ์ หรือสอบถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาไทลินอลโคลลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำอย่างนั้น สิ่งสำคัญคือทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุหรือไม่จำเป็นต้องใช้ยาอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีทิ้งยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา Tylenol® cold

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากในขณะที่คุณกำลังจะให้หรือให้นมบุตรอยู่ คุณควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • คุณกำลังใช้ยาชนิดอื่น รวมถึงยาใดๆ ที่คุณซื้อโดยไม่ต้องมีใบสั่งยาเช่น สมุนไพร หรืออาหารเสริม
  • คุณแพ้ส่วนประกอบทั้งที่ออกฤทธิ์และไม่ออกฤทธิ์ของยา Tylenol® cold หรือยาชนิดอื่น
  • คุณมีอาการป่วย ความผิดปกติหรือโรคชนิดอื่น

ยานี้มีสารอะซีตามิโนเฟน (acetaminophen) ขนาดยาสูงสุดต่อวันคือ 10 เม็ด (มีสารอะซีตามิโนเฟน 3250 มิลลิกรัม) ใน 24 ชั่วโมง

ความเสียหายที่ตับอย่างรุนแรงอาจเกิดขึ้นหากคุณ

  • ได้รับสารอะซีตามิโนเฟนมากกว่า 4000 มิลลิกรัมใน 24 ชั่วโมง
  • ใช้ร่วมกับยาอื่นที่มีสารอะซีตามิโนเฟน
  • ดื่มแอลกอฮอล์ 3 แก้วขึ้นไปเป็นประจำ ระหว่างที่ใช้ยานี้

คำเตือนเกี่ยวกับอาการเจ็บคอ หากอาการเจ็บคอเกิดขึ้นมากกว่า 2 วันและมาพร้อมกับเป็นไข้ ปวดศีรษะ ผื่นคัน อาเจียนหรือคลื่นไส้ หรือมีอาการเหล่านี้หลังจากนั้น แจ้งให้แพทย์ทราบทันที

ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา หากคุณกำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด อย่างยาวาร์ฟาริน (warfarin)

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอ ที่จะระบุความเสี่ยงในการใช้ยา Tylenol® cold ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ก่อนใช้ยา Tylenol® cold อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ยานี้จัดเป็นยากลุ่มเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท N

ต่อไปนี้คือประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา

  • A = ไม่เสี่ยง
  • B = ไม่เสี่ยง (อ้างอิงจากงานวิจัยบางงาน)
  • C = อาจมีความเสี่ยงบางอย่าง
  • D = พบหลักฐานเกี่ยวกับความเสี่ยงโดยตรง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา Tylenol® cold

หยุดใช้ยาและปรึกษาแพทย์ ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้ เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณของโรคที่รุนแรง

  • เกิดอาการกระวนกระวาย วิงเวียนศีรษะหรือนอนไม่หลับ
  • อาการเจ็บหรือคัดจมูกแย่ลง รวมถึงเกิดขึ้นมากกว่า 7 วัน
  • อาการไข้แย่ลงหรือเกิดขึ้นมากกว่า 3 วัน
  • มีรอยแดงหรือบวม
  • มีอาการใหม่เกิดขึ้น
  • กลับมาไอหรือพร้อมกับมีผื่นหรือปวดศีรษะเป็นระยะเวลานาน

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยา Tylenol® cold าจมีปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณใช้ออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิมหรือเพื่อความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาระหว่างยาที่อาจเป็นไปได้ คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยาและสมุนไพร) และแจ้งให้แพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่ม หรือหยุดใช้ยา รวมถึงเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยา Tylenol® cold อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงให้ที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อถามถึงอาหารหรือแอลกอฮอล์ ที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ก่อนใช้ยา

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยา Tylenol® cold อาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณ อาจทำให้สุขภาพของคุณย่ำแย่ลงหรือเปลี่ยนฤทธิ์ของยา สิ่งสำคัญคือโปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับสุขภาพและโรคประจำตัวของคุณ
โรคที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ เช่น

  • โรคตับ
  • โรคหัวใจ
  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคของต่อมไทรอยด์
  • เบาหวาน
  • มีปัญหาในการปัสสาวะเนื่องจากต่อมลูกหมากโต
  • ไอเป็นระยะเวลานานหรือเรื้อรัง เช่น การไอที่เกิดขึ้นจากการสูบบุหรี่ เป็นหอบหืดหรือถุงลมโป่งพอง
  • ไอและมีเสมหะมาก

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนใช้ยา Tylenol® cold

ขนาดยา Tylenol® cold สำหรับผู้ใหญ่

  • รับประทานยาครั้งละ 2 เม็ดทุก 4 ชั่วโมง
  • กลืนยาทั้งหมด อย่าทำให้ยาแตก เคี้ยวหรือละลายยาในน้ำ
  • อย่ารับประทานยาเกิน 10 เม็ดใน 24 ชั่วโมง (ห้ามเกิน 4000 มก.ต่อวัน)

ขนาดยา Tylenol® cold สำหรับเด็ก

เด็กที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป

  • รับประทานยา 2 เม็ดทุก 4 ชั่วโมง
  • กลืนยาทั้งหมด อย่าทำให้ยาแตก เคี้ยวหรือละลายยาในน้ำ
  • อย่ารับประทานยาเกิน 10 เม็ดใน 24 ชั่วโมง (ห้ามเกิน 4000 มก.ต่อวัน)

เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี: ปรึกษาแพทย์

รูปแบบของยา

ยาไทลินอลโคลมีรูปแบบดังต่อไปนี้

  • ยาเม็ด (สำหรับรับประทานช่วงกลางวัน) สารอะซีตามิโนเฟน 325 มิลลิกรัม ยาเดกซ์โทรเมทอร์แฟน ไฮโดรโบรไมด์ (Dextromethorphan HBr) 10 มิลลิกรัม ยาฟีนิลเอฟรีน ไฮโดรคลอไรด์ (Phenylephrine HCl) 5 มิลลิกรัม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

สาวผมยาวแสนเศร้าใจ ไม่รู้ทำไม มัดผมทีไร ปวดหัวทุกที

อาการ มัดผมแล้วปวดหัว นี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง หรือเป็นเพียงแค่อุปาทานหมู่ที่เราคิดกันไปเอง หาคำตอบได้จากบทความนี้โดย Hello คุณหมอ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

ดูแลแผลไฟไหม้ อย่างไรถึงจะปลอดภัยที่สุด

หากคุณมีแผลไฟไหม้ แพทย์จะต้องทำการประเมินความรุนแรงของแผลไฟไหม้ว่าอยู่ในระดับไหน แต่ในการ ดูแลแผลไฟไหม้ ที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองก็สามารถทำได้เช่นกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

บลิสเท็กซ์® (Blistex®)

บลิสเท็กซ์® (Blistex®) ใช้เพื่อลดความแห้งกร้านบริเวณริมฝีปาก เพิ่มความชุ่มชื้นตลอดวัน และปกป้องผิวหนังจากแสงแดดลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by pimruethai

บอนเจลลา® (Bonjela®)

บอนเจลลา® (Bonjela®) นิยมใช้สำหรับรักษาแผลภายในช่องปาก การระคายเคืองจากการใส่ฟันปลอม อาการปวดฟัน และอาการเจ็บไขสันหลังของทารก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by pimruethai