กาบาเพนติน (Gabapentin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: กาบาเพนติน (Gabapentin) Brand Name(s): กาบาเพนติน (Gabapentin), กาบาเพนติน (Gabapentin), กาบาเพนติน (Gabapentin), กาบาเพนติน (Gabapentin) และ กาบาเพนติน (Gabapentin).

ข้อบ่งใช้

ยากาบาเพนตินใช้สำหรับ

ยากาบาเพนติน (Gabapentin) ใช้ร่วมกับยาอื่น เพื่อป้องกันและควบคุมอาการชัก ยานี้ยังใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดประสาทที่เกิดจากโรคงูสวัด (shingles) ผดผื่นที่ทำให้เกิดอาการปวดเนื่องจากการติดเชื้องูสวัด หรือ เฮอร์ปีส์ซอสเตอร์ (Herpes zoster) ในผู้ใหญ่ ยากาบาเพนตินนั้นเป็นที่รู้จักกันในฐานะยากันชักหรือยาต้านชัก

การใช้งานอื่น ในส่วนนี้จะมีวิธีการใช้ยา ที่ไม่ได้อยู่ในฉลากยาที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญแห่งอเมริกา แต่ผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพของคุณอาจจะสั่งให้ใช้ได้ หากผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพของคุณสั่งให้คุณใช้ยานี้ ควรใช้ยานี้สำหรับสภาวะที่มีอยู่ในรายการนี้ เมื่อผู้ดูแลสุขภาพของคุณเป็นผู้สั่งเท่านั้น

ยากาบาเพนตินอาจใช้เพื่อรักษาสภาวะของประสาทอื่นๆ เช่น โรคเส้นประสาทที่เกิดจากเบาหวาน (diabetic neuropathy) โรคปลายประสาทอักเสบ (peripheral neuropathy) โรคปวดเส้นประสาทใบหน้า (trigeminal neuralgia) และกลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข (restless legs syndrome)

วิธีการใช้ยากาบาเพนติน

  • รับประทานยากาบาเพนตินพร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหาก ตามที่แพทย์กำหนด ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา สำหรับเด็กนั้น ขนาดยายังขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวอีกด้วย
  • หากคุณกำลังใช้ยาเม็ด แล้วแพทย์สั่งให้คุณแบ่งครึ่งเม็ดยา ควรใช้ยาอีกครึ่งเม็ดที่เหลือในครั้งถัดไป หากแบ่งยาไว้นานหลายวันแล้วยังไม่ได้ใช้ ควรกำจัดยาอีกครึ่งเม็ดที่เหลือทิ้ง หากคุณใช้ยาแคปซูล ควรกลืนยาไปทั้งเม็ดพร้อมกับดื่มน้ำให้มากๆ
  • ควรทำตามวิธีการใช้ยาของแพทย์อย่างเคร่งครัด ในช่วงไม่กี่วันแรกของการรักษา แพทย์อาจค่อยๆ เพิ่มขนาดยาเพื่อให้ร่างกายสามารถปรับตัวเข้ากับยาได้ เพื่อลดผลข้างเคียง ควรรับประทานยาครั้งแรกก่อนนอน
  • ใช้ยากาบาเพนตินเป็นประจำ เพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด ยานี้จะทำงานได้ดีที่สุด หากมีปริมาณของยาภายในร่างกายอยู่ในระดับคงที่ ดังนั้น จึงควรรับประทานยากาบาเพนติน โดยเว้นช่วงเวลาเป็นระยะเวลาเท่ากัน หากคุณใช้ยากาบาเพนตินวันละ 3 ครั้ง เพื่อควบคุมอาการชัก อย่าเว้นระยะเวลาของการใช้ยาแต่ละครั้งมากกว่า 12 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้อาการชักเพิ่มขึ้นได้
  • อย่าใช้ยากาบาเพนตินบ่อยขึ้น หรือเพิ่มขนาดยาขึ้นเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะนอกจากจะไม่ได้ช่วยให้อาการของคุณหายไวขึ้นแล้ว ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงด้วย
  • อย่าหยุดใช้ยากาบาเพนตินโดยไม่ปรึกษาแพทย์ สภาวะบางอย่างอาจจะรุนแรงขึ้นได้หากหยุดใช้ยาอย่างกะทันหัน จึงควรค่อยๆ ลดขนาดยาของคุณลงมา
  • ยาลดกรดที่มีส่วนผสมของอะลูมิเนียมหรือแมกนีเซียม อาจจะส่งผลกระทบต่อการดูดซึมยานี้ได้ ดังนั้น หากคุณกำลังใช้ยาลดกรด ควรใช้ยากาบาเพนตินอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนใช้ยาลดกรด
  • ยากาบาเพนตินในรูปแบบต่างๆ เช่น ยาออกฤทธ์ทันที ยาออกฤทธิ์คงที่ระยะยาว หรือยาอีนาคาร์บิลออกฤทธิ์คงที่ระยะยาว (enacarbil sustained-release) นั้นจะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายแตกต่างกัน อย่าเปลี่ยนรูปแบบของยาที่ใช้โดยไม่ปรึกษาแพทย์

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง

การเก็บรักษายากาบาเพนติน

ยากาบาเพนตินควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยากาบาเพนตินบางยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งยากาบาเพนตินลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยากาบาเพนติน

ก่อนใช้ยากาบาเพนติน

  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณแพ้ยากาบาเพนติน ยาอื่นๆ หรือส่วนผสมที่ไม่ออกฤทธิ์ของยากาบาเพนติน โปรดสอบถามเภสัชกรเกี่ยวกับรายชื่อของส่วนผสมที่ไม่ออกฤทธิ์
  • ยากาบาเพนตินนั้นมีรูปแบบต่างๆ ที่อาจจะแตกต่างกับยาที่คุณได้รับสั่งให้ใช้ โปรดสอบถามแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของยากาบาเพนตินมากกว่าหนึ่งชนิด
  • โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาตามใบสั่งแพทย์และยาที่หาซื้อเอง วิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพรต่างๆ ที่คุณกำลังใช้อยู่หรือมีแผนที่จะใช้ โดยเฉพาะ ยาไฮโดรโคโดน (hydrocodone) ในไฮโดรเซต (Hydrocet) ในไวโคดิน (in Vicodin) และอื่นๆ ยาที่ทำให้คุณรู้สึกวิงเวียนหรือง่วงซึม ยามอร์ฟีน (morphine) อย่างอะวินซา (Avinza) คาเดียน (Kadian) เอ็มเอสไออาร์ (MSIR) และอื่นๆ และยานาพรอกเซน (naproxen) อย่างอะลีฟ (Aleve) อะนาพรอก (Anaprox) นาโพรซิน (Naprosyn) และอื่นๆ แพทย์อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนขนาดยาของคุณ หรือเฝ้าระวังผลข้างเคียงอย่างใกล้ชิด
  • หากคุณกำลังใช้ยาลดกรด เช่น มาลอกซ์ (Maalox) หรือไมแลนตา (Mylanta) ควรใช้ยาเหล่านี้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง ก่อนใช้ยากาบาเพนตินรูปแบบยาเม็ด ยาแคปซูล หรือยาสารละลาย
  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณเป็นหรือเคยเป็นโรคไต หากคุณจะใช้ยาเม็ดรูปแบบออกฤทธิ์นาน โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณจำเป็นต้องนอนหลับในตอนกลางวันและตื่นในตอนกลางคืน
  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณตั้งครรภ์ มีแผนจะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร หากคุณตั้งครรภ์ขณะที่กำลังใช้ยากาบาเพนตินโปรดติดต่อแพทย์
  • หากคุณกำลังจะรับการผ่าตัด รวมถึงการผ่าตัดทำฟัน โปรดแจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่าคุณกำลังใช้ยากาบาเพนติน
  • ยานี้อาจทำให้คุณง่วงซึมหรือวิงเวียน อาจทำให้คุณคิดได้ช้าลง และอาจทำให้คุณสูญเสียการเคลื่อนไหวที่สอดประสาน อย่าขับรถหรือใช้เครื่องจักรจนกว่าคุณจะทราบว่ายาส่งผลต่อคุณอย่างไร และแพทย์ยืนยันว่าคุณสามารถทำกิจกรรมเหล่านี้ได้อย่างปลอดภัย
  • หากคุณใช้ยากาบาเพนตินกับลูกของคุณ คุณควรจะทราบว่าพฤติกรรมและความสามารถทางจิตนั้น อาจจะมีความเปลี่ยนแปลงขณะที่เขากำลังใช้ยากาบาเพนตินนี้ ลูกของคุณอาจจะมีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์อย่างกะทันหัน ไม่เป็นมิตร หรืออยู่ไม่สุข ไม่มีสมาธิ หรือว่อกแว่ก หรืออาจมีอาการง่วงซึม หรือซุ่มซ่าม ควรให้ลูกของคุณหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจจะเป็นอันตราย เช่น ปั่นจักรยาน จนกว่าคุณจะทราบว่ายากาบาเพนตินนั้นส่งผลต่อลูกของคุณอย่างไร
  • โปรดจำไว้ว่า แอลกฮอล์สามารถเพิ่มอาการง่วงซึมที่เกิดจากยานี้ได้
  • สุขภาพจิตของคุณอาจจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่คาดคิด และคุณอาจอยากฆ่าตัวตาย อยากทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าผู้อื่น ขณะที่กำลังใช้ยากาบาเพนตินเพื่อรักษาโรคลมชัก อาการป่วยทางจิต หรือสภาวะอื่นๆ ผู้ใหญ่ส่วนน้อยและเด็กที่อายุ 5 ปีขึ้นไป (ประมาณ 1 ใน 500 คน) ที่ใช้ยากันชักอย่างยากาบาเพนตินเพื่อรักษาสภาวะต่างๆ ในช่วงการทดลองการการแพทย์นั้นอยากฆ่าตัวตายระหว่างการรักษา บางส่วนอาจจะมีความคิดและการพยายามฆ่าตัวตายภายใน 1 สัปดาห์หลังจากเริ่มใช้ยา

การใช้ยากันชัก อย่าง ยากาบาเพนติน อาจเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้สุขภาพจิตเปลี่ยนแปลง แต่หากไม่รักษาโรคที่เป็นอยู่ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตได้เช่นกัน คุณและแพทย์จะต้องพิจารณาว่า ความเสี่ยงของการใช้ยากันชักนั้นมากกว่าการไม่ใช้ยานี้หรือไม่ คุณ ครอบครัวของคุณ และผู้ดูแลควรติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีอาการดังนี้

  • อาการแพนิคกำเริบ (panic attacks)
  • กระสับกระส่ายหรือร้อนรน
  • อาการหงุดหงิด วิตกกังวล หรือซึมเศร้าอาการใหม่หรือรุนแรงขึ้น
  • มีการกระทำตามแรงกระตุ้นที่อันตราย
  • นอนไม่หลับหรือทำตัวให้ตื่นอยู่ได้ยาก
  • ก้าวร้าว โกรธ หรือมีพฤติกรรมที่รุนแรง คลุ้มคลั่ง เช่น บ้าคลั่ง ตื่นเต้นผิดปกติ
  • พูดหรือคิดเกี่ยวกับการทำร้ายหรือจบชีวิตตัวเอง ตีตัวออกห่างจากเพื่อนและครอบครัว หมกมุ่นอยู่กับความตาย มอบของรักให้ผู้อื่น
  • มีความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติทางพฤติกรรมหรืออารมณ์

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยากาบาเพนตินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยากาบาเพนติน

หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ เป็นไข้ ต่อมบวม มีแผลที่บริเวณรอบดวงตาหรือปาก หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ ควรเข้ารับการรักษาทันที

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากเกิดอาการใหม่หรือมีอาการแย่ลง เช่น ความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมหรืออารมณ์ วิตกกังวล ซึมเศร้า หรือหากคุณรู้สึกกระสับกระส่าย ไม่เป็นมิตร ร้อนรน อยู่ไม่สุข (ทางจิตใจหรือทางร่างกาย) หรือหากคุณมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย หรือทำร้ายตัวเอง

โปรดติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น

  • อาการชักเพิ่มมากขึ้น
  • เป็นไข้ ต่อมบวม ปวดเมื่อยตัว มีอาการของโรคไข้หวัดใหญ่
  • ผื่นผิวหนัง มีรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย เป็นเหน็บ ชา ปวด หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างรุนแรง
  • ปวดท้องส่วนบน เบื่ออาหาร ปัสสาวะสีคล้ำ ดีซ่าน (ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง)
  • เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นผิดปกติ รู้สึกหายใจลำบาก
  • สับสน คลื่นไส้และอาเจียน บวม น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัสสาวะน้อยกว่าปกติหรือไม่ปัสสาวะเลย
  • อาการไอ เป็นไข้ หายใตติดขัดครั้งใหม่หรือรุนแรงขึ้น
  • ลูกตากรอกไปมาอย่างรวดเร็ว

สำหรับเด็กที่ใช้ยากาบาเพนติน โปรดปรึกษาแพทย์ หากเกิดผลข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง
  • มีปัญหาเกี่ยวกับความจำ
  • ไม่มีสมาธิ ว่อกแว่ก
  • มีท่าทางร้อนรน ไม่เป็นมิตร หรือก้าวร้าว

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่ามีดังนี้

  • วิงเวียน ง่วงซึม อ่อนแรง รู้สึกเหนื่อย
  • คลื่นไส้ ท้องร่วง ท้องผูก
  • มองเห็นไม่ชัด
  • ปวดหัว
  • เต้านมบวม
  • ปากแห้ง
  • สูญเสียความสมดุลหรือการเคลื่อนไหวที่สอดประสาน

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยากาบาเพนตินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ และอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

การใช้ยากาบาเพนตินร่วมกับยาที่ทำให้คุณง่วงนอนหรือหายใจได้ช้าลงนั้นอาจทำให้ผลเหล่านี้รุนแรงขึ้นได้ โปรดสอบถามแพทย์ก่อนใช้ยากาบาเพนตินร่วมกับยานอนหลับ ยาแก้ปวดแบบเสพติด (narcotic pain medicine) ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยารักษาโรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า หรืออาการชัก

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณกำลังใช้ และยาที่คุณเริ่มหรือหยุดใช้ในช่วงที่คุณกำลังใช้ยานี้ โดยเฉพาะ

  • ยาไฮโดรโคโดน อย่างลอร์แท็บ (Lortab) ไวโคดิน (Vicodin) และอื่นๆ
  • ยามอร์ฟีน (morphine) อย่างคาเดียน (Kadian) เอ็มเอสคอนติน (MS Contin) ออรามอร์ฟ (Oramorph) และอื่นๆ
  • ยานาพรอกเซน อย่างนาโพรซิน (Naprosyn) อะลีฟ (Aleve) อะนาพรอกซ์ (Anaprox) และอื่นๆ

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยากาบาเพนตินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยากาบาเพนตินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

  • เคยเป็นโรคซึมเศร้า
  • เคยมีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือจิตใจ — ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ยานี้อาจทำให้สภาวะนี้รุนแรงขึ้นได้
  • โรคไต — ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ผลของยาอาจจะเพิ่มขึ้นเพราะกำจัดยาออกจากร่างกายได้ช้าลง

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยากาบาเพนตินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคลมชัก

  • ขนาดยาเริ่มต้น รับประทาน 300 มก. ในวันที่หนึ่ง รับประทาน 300 มก. 2 ครั้งในวันที่สอง แล้วตามด้วยรับประทาน 300 มก. 3 ครั้งในวันที่สาม
  • ขนาดยาปกติ 900 ถึง 1800 มก. แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง หากจำเป็นอาจเพิ่มขนาดยาโดยใช้ยาแคปซูลขนาด 300 มก. หรือ 400 มก. วันละสามครั้งจนถึง 1800 มก./วัน เคยมีผู้สามารถทนยาในขนาด 2,400 มก./วัน ได้ดีในการทดลองทางการแพทย์ระยะยาว ทั้งยังเคยมีผู้ป่วยจำนวนน้อยที่สามารถทนยาในขนาด 3,600 มก./วัน ได้ดีในระยะเวลาสั้นๆ ระยะเวลาสูงสุดของการใช้ยาในแต่ละครั้งไม่ควรเกิด 12 ชั่วโมง

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยากาบาเพนตินภายใต้เครื่องหมายการค้าชื่อว่า กราไลซ์ (Gralise) หรือ ฮอไรแซนต์ (Horizant) สำหรับผู้ป่วยโรคลมชัก

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคปลายประสาทอักเสบ

  • ขนาดยาเริ่มต้น รับประทาน 300 มก. ในวันที่หนึ่ง รับประทาน 300 มก. 2 ครั้งในวันที่สอง แล้วตามด้วยรับประทาน 300 มก. 3 ครั้งในวันที่สาม
  • อาจปรับเพิ่มขนาดยาเท่าที่จำเป็นเพื่อบรรเทาอาการปวดไปจนถึงขนาดยาต่อวันที่ 1,800 มก.
  • ขนาดยาปกติ 900 ถึง 1,800 มก. แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง

การทดลองทางการแพทย์แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการใช้ยาในช่วงขนาดยาที่ 1,800 มก./วัน ถึง 3,600 มก./วัน แต่ไม่มีประโยชน์เพิ่มเติมที่แสดงให้เห็นจากการใช้ยาในขนาดที่มากกว่า 1,800 มก./วัน

ยากาบาเพนตินภายใต้เครื่องหมายการค้าชื่อว่า กราไลซ์

  • ขนาดยาปกติ 1,800 มก. รับประทานวันละครั้งพร้อมกับมื้อเย็น

ตารางการปรับขนาดยาที่แนะนำ

  • วันที่ 1 300 มก. รับประทานพร้อมกับมื้อเย็น
  • วันที่ 2 600 มก. รับประทานพร้อมกับมื้อเย็น
  • วันที่ 3-6 900 มก. รับประทานพร้อมกับมื้อเย็น
  • วันที่ 7-10 1,200 มก. รับประทานพร้อมกับมื้อเย็น
  • วันที่ 11-14 1500 มก. รับประทานพร้อมกับมื้อเย็น
  • วันที่ 15 1,800 มก. รับประทานพร้อมกับมื้อเย็น

กราไลซ์ไม่สามารถสับเปลี่ยนกับยากาบาเพนตินในรูปแบบอื่นเนื่องจากโครงสร้างของเภสัชจลนศาสตร์ (pharmacokinetic profile) ที่แตกต่างกันนั้นส่งผลต่อความถี่ในการให้ยา

ยากาบาเพนตินอีนาคาร์บิลรูปแบบออกฤทธิ์นานภายใต้เครื่องหมายการค้าชื่อว่า ฮอไรแซนต์

  • ขนาดยาที่แนะนำ 600 มก. รับประทานวันละสองครั้ง ควรเริ่มต้นการรักษาที่ขนาด 600 มก. รับประทานในตอนเช้าเป็นเวลา 3 วัน แล้วเพิ่มขนาดยาไปที่ 600 มก. วันละสองครั้ง (1,200 มก./วัน) ในวันที่ 4

ยากาบาเพนตินอีนาคาร์บิลรูปแบบออกฤทธิ์นานภายใต้เครื่องหมายการค้าชื่อว่า ฮอไรแซนต์และยากาบาเพนตินนั้นไม่สามารถสับเปลี่ยนกันได้

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่พื่อรักษากลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข

ยากาบาเพนตินอีนาคาร์บิลภายใต้เครื่องหมายการค้าชื่อว่า ฮอไรแซนต์

  • 600 มก. รับประทานวันละครั้งพร้อมกับอาหาร เวลาประมาณ 5 โมงเย็น

ขนาดยากาบาเพนตินสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคลมชัก

  • อายุน้อยกว่า 3 ปี ยังไม่มีการพิสูจน์ประสิทธิภาพ
  • อายุมากกว่าหรือเท่ากับ 3 ปี ไปจนถึงน้อยกว่า 12 ปี
  • ขนาดยาเริ่มต้น ช่วงตั้งแต่ 10 ถึง 15 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง

ขนาดยาเพื่อรักษาโรคลมชักที่มีประสิทธิภาพ ได้รับโดยการปรับเพิ่มขนาดยาขึ้นภายในช่วงเวลาประมาณ 3 วัน

  • ขนาดของยากาบาเพนตินที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยอายุ 5 ปีขึ้นไปคือ 25 ถึง 35 มก./กก./วัน โดยแบ่งรับประทาน (วันละสามครั้ง)
  • ขนาดยาที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยเด็กที่อายุ 3 และ 4 ปี คือ 40 มก./กก./วัน โดยแบ่งรับประทาน (วันละสามครั้ง) ยากาบาเพนตินอาจใช้ได้ในรูปแบบของยาสารละลาย ยาแคปซูล หรือยาเม็ดสำหรับรับประทาน หรือใช้รูปแบบเหล่านี้ร่วมกัน เคยมีผู้ที่สามารถทนยาในขนาดสูงถึง 50 มก./กก./วัน ได้ดีในการทดลองทางการแพทย์ระยะยาว
  • ระยะเวลาสูงสุดของการใช้ยาในแต่ละครั้งไม่ควรเกิด 12 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคลมชัก สำหรับเด็กอายุมากกว่า 2 ปี

  • ขนาดยาเริ่มต้น รับประทาน 300 มก. ในวันที่หนึ่ง รับประทาน 300 มก. 2 ครั้งในวันที่สอง แล้วตามด้วยรับประทาน 300 มก. 3 ครั้งในวันที่สาม
  • ขนาดยาปกติ 900 ถึง 1,800 มก. แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง หากจำเป็นอาจเพิ่มขนาดยาโดยใช้ยาแคปซูลขนาด 300 มก. หรือ 400 มก. วันละสามครั้งจนถึง 1,800 มก./วัน
  • เคยมีผู้สามารถทนยาในขนาด 2,400 มก./วัน ได้ดีในการทดลองการแพทย์ระยะยาว
  • เคยในการใช้ยาในขนาด 3,600 มก./วัน กับผู้ป่วยจำนวนน้อยในระยะเวลาสั้นๆ และสามารถทนได้ดี
  • ระยะเวลาสูงสุดของการใช้ยาในแต่ละครั้งไม่ควรเกิด 12 ชั่วโมง

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาแคปซูลสำหรับรับประทาน 100 มก. 300 มก. 400 มก.
  • ยาเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous) สำหรับรับประทาน 300 มก. 600 มก.
  • ยาสารละลายสำหรับรับประทาน 250 มก./5 มล. (5 มล. 6 มล. 470 มล. 473 มล.)
  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน 300 มก. 600 มก. 800 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Review Date: มีนาคม 4, 2019 | Last Modified: กันยายน 11, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย