คลอ-ไทรม์ทอน® (Chlor-Trimeton®)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: คลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine) Brand Name(s): คลอเฟนิรามีน (chlorpheniramine), คลอ-ไทรม์ทอน® (Chlor-Trimeton®), คลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine), คลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine), คลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine) และ คลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine).

ข้อบ่งใช้

คลอ-ไทรม์ทอน® (ยาคลอเฟนิรามีน) ใช้สำหรับ

คลอ-ไทรม์ทอน® (Chlor-Trimeton®) ใช้เพื่อบรรเทาอาการคัดภายในโพรงจมูก ความดันภายในโพรงจมูก น้ำมูกไหล น้ำตาไหล อาการคันที่จมูกและคอ และอาการจามเนื่องจากโรคภูมิแพ้ ไข้ละอองฟาง (hay fever) และโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น โรคหวัด รวมถึงอาจใช้เพื่อรักษาสภาวะอื่นตามที่แพทย์กำหนด

คลอ-ไทรม์ทอน® เป็นยาต้านฮีสตามีน (antihistamine) ทำงานโดยการปิดกั้นการทำงานของสารฮีสตามีน (histamine) ซึ่งช่วยลดอาการ เช่น น้ำตาไหล อาการจาม

วิธีการใช้คลอ-ไทรม์ทอน® (ยาคลอเฟนิรามีน)

หากคุณใช้คลอ-ไทรม์ทอน® โดยหาซื้อเอง ควรอ่านวิธีการใช้ยาทั้งหมดบนบรรจุภัณฑ์ก่อนใช้ยานี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาเภสัชกร หากแพทย์สั่งให้คุณใช้ยานี้ควรใช้ยาตามที่กำหนด

รับประทานยาเม็ด ยาแคปซูล หรือยาน้ำพร้อมกับอาหารหรือแยกต่างหาก ควรทำตามวิธีการใช้ยาทั้งหมดบนฉลากยาหรือตามที่แพทย์กำหนด คุณอาจรับประทานยานี้พร้อมกับอาหารหรือนมได้หากมีอาการท้องไส้ปั่นป่วน

หากคุณใช้คลอ-ไทรม์ทอน® ชนิดแคปซูลแบบออกฤทธิ์นาน ควรกลืนยาลงไปทั้งเม็ด อย่าบดหรือเคี้ยวยาเม็ดหรือยาแคปซูลแบบออกฤทธิ์นาน เพราะจะทำให้ยาออกฤทธิ์ทั้งหมดมาในคราวเดียว และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง นอกจากนี้ยังไม่ควรแบ่งเม็ดยาออกฤทธิ์นาน นอกเสียจากว่าจะมีเส้นแบ่งเม็ดยา และแพทย์หรือเภสัชกรสั่งให้ทำเช่นนั้น กลืนยาทั้งเม็ดหรือเม็ดส่วนที่แบ่งไว้ลงไป โดยไม่ต้องเคี้ยวหรือบดยา

หากคุณใช้คลอ-ไทรม์ทอน® ในรูปแบบยาน้ำ ควรตวงยาด้วยอุปกรณ์สำหรับตวงยา เพื่อให้ได้ขนาดยาตามที่กำหนด อย่าใช้ช้อนธรรมดา หากยาน้ำนั้นเป็นยาแขวนตะกอน ควรเขย่าขวดให้ดีทุกครั้งก่อนใช้

การเก็บรักษาคลอ-ไทรม์ทอน® (ยาคลอเฟนิรามีน)

คลอ-ไทรม์ทอน® ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหายหรือเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง คลอ-ไทรม์ทอน® แต่ละรูปแบบอาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งคลอ-ไทรม์ทอน® ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องเพิ่มเติมได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้คลอ-ไทรม์ทอน® (ยาคลอเฟนิรามีน)

โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณมีสภาวะทางการแพทย์ใดๆ โดยเฉพาะสภาวะดังต่อไปนี้

  • กำลังตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  • กำลังใช้ยาตามใบสั่ง ยาที่หาซื้อเอง สมุนไพร หรืออาหารเสริมใดๆ
  • เป็นโรคภูมิแพ้ต่อยา อาหาร หรือสารอื่นๆ
  • หัวใจของคุณเต้นเร็ว ช้า หรือผิดปกติ
  • มีประวัติเป็นโรคหอบหืด ปัญหาเกี่ยวกับปอด เช่น โรคถุงลมโป่งพอง ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคต้อหิน กระเพาะอาหารหรือลำไส้อุดตัน กระเพาะปัสสาวะมีแผลหรืออุดตัน ปัสสาวะติดขัด ต่อมลูกหมากโต ชัก หรือภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

คลอ-ไทรม์ทอน® จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้คลอ-ไทรม์ทอน® (ยาคลอเฟนิรามีน)

อาจเกิดอาการง่วงซึม วิงเวียน ปวดศีรษะ ท้องผูก ท้องไส้ปั่นป่วน มองเห็นไม่ชัด การเคลื่อนไหวที่สอดประสานลดลง หรือปากแห้ง จมูกแห้ง คอแห้ง อาการเหล่านี้จะลดลง เมื่อร่างกายปรับตัวเข้ากับยา หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทันที

ยาคลอเฟนิรามีนสามารถทำให้เสมหะภายในปอดแห้งและหนาขึ้นได้ ทำให้หายใจและทำให้ปอดโล่งยากขึ้น เพื่อลดผลข้างเคียงนี้ ควรดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ เว้นเสียแต่ว่าแพทย์จะสั่งอย่างอื่น

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจจะมีปฏิกิริยากับคลอ-ไทรม์ทอน® ได้แก่

  • ยาต้านฮีสตามีนชนิดทาบนผิว เช่น ยาไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine) แบบครีม ขี้ผึ้ง หรือยาพ่น
  • ยาแก้ปวดท้อง (Antispasmodics) เช่น อะโทรปีน (atropine) หรือเบลลาดอนนา อัลคาลอยด์ (belladonna alkaloids)
  • ยาสำหรับโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) อย่างยาแอนติโคลิเนอร์จิก (anticholinergics) เช่น เบนซ์โทรปีน (benztropine) ไตรเฮกซีเฟนิดิล (trihexyphenidyl)
  • ยาสโคโปลามีน (Scopolamine)
  • ยาต้านซึมเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก (Tricyclic antidepressants) เช่น ยาอะมิทริปไทลีน (amitriptyline)

คลอ-ไทรม์ทอน® อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์นั้นสามารถเพิ่มผลข้างเคียงของยาคลอเฟนิรามีนต่อระบบประสาท เช่น อาการวิงเวียน ง่วงซึม และรวบรวมสมาธิได้ยาก บางคนอาจมีอาการความคิดและการตัดสินใจบกพร่อง คุณควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณของแอลกอฮอล์ขณะที่กำลังใช้ยาคลอเฟนิรามีน อย่าใช้ยาคลอเฟนิรามีนมากกว่าขนาดที่กำหนด และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว หรือใช้เครื่องจักรอันตราย จนกว่าคุณจะทราบว่ายานี้ส่งผลต่อคุณอย่างไร โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาของคลอ-ไทรม์ทอน® (ยาคลอเฟนิรามีน) สำหรับผู้ใหญ่

  • ยาเม็ดหรือน้ำเชื่อม 4 มก. : รับประทานทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 24 มก./วัน
  • ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน 8 มก. : รับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง หรือ 12 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 24 มก./วัน
  • ยาแคปซูลออกฤทธิ์นาน : รับประทาน 12 มก. ต่อวัน ไม่ควรเกิน 24 มก./วัน
  • ยาแคปซูลออกฤทธิ์คงที่ระยะยาว 8-12 มก. : รับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง สูงสุดถึง 16-24 มก./วัน

ขนาดยาของคลอ-ไทรม์ทอน® (ยาคลอเฟนิรามีน) สำหรับเด็ก

  • อายุน้อยกว่า 2 ปี : ยังไม่มีการกำหนดความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
  • อายุ 2 ถึง 6 ปี : รับประทาน 1 มก.ทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 6 มก./วัน
  • อายุ 6 ถึง 12 ปี : รับประทาน 2 มก ทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 12 มก./วัน หรือยาออกฤทธิ์คงที่ในระยะยาว ก่อนนอน
  • อายุมากกว่า 12 ปี
    • ยาเม็ดหรือน้ำเชื่อม : รับประทาน 4 มก. ทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 24 มก./วัน
    • ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน : รับประทาน 8 มก. ทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง หรือ 12 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 24 มก./วัน
    • ยาแคปซูลออกฤทธิ์นาน : รับประทาน 12 มก. ต่อวัน ไม่ควรเกิน 24 มก./วัน
    • ยาแคปซูลออกฤทธิ์คงที่ระยะยาว 8-12 มก. : รับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง สูงสุดถึง 16-24 มก./วัน

ขนาดยาของคลอ-ไทรม์ทอน® (ยาคลอเฟนิรามีน) สำหรับผู้สูงอายุ

  • รับประทาน 4 มก. ต่อวัน หรือทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • ยาออกฤทธิ์คงที่ระยะยาว 8 มก. : รับประทานทุกๆ ก่อนนอน

ควรพิจารณาใช้ยาต้านฮีสตามีนที่ไม่ใช่แอนติโคลิเนอร์จิก (Non-anticholinergic antihistamines) ก่อนเมื่อเริ่มมีอาการแพ้ ตามเกณฑ์ของเบียร์ (Beers‘ criteria)

หลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ในผู้สูงอายุ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดผลแอนติโคลิเนอร์จิก

การกำจัดยานั้นจะลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น เช่นเดียวกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการเกิดอาการสับสน ปากแห้ง ท้องผูก และผลแอนติโคลิเนอร์จิกและความเป็นพิษ

อาจทำให้สภาวะเกี่ยวกับการปัสสาวะ หรือโรคต่อมลูกหมากโต ที่เป็นอยู่นั้น รุนแรงขึ้นได้

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Review Date: กุมภาพันธ์ 11, 2019 | Last Modified: กันยายน 23, 2019