ควินิดีน (Quinidine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: ควินิดีน (Quinidine) Brand Name(s): ชื่อทั่วไปเท่านั้น ไม่มีชื่อแบรนด์

ข้อบ่งใช้

ยาควินิดีนใช้สำหรับ

ยา ควินิดีน (Quinidine) ใช้เพื่อรักษาหรือป้องกันความผิดปกติของการเต้นของหัวใจหลายชนิด เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ (heart arrhythmias) อย่างภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว (atrial fibrillation) ยา ควินิดีน ยังสามารถช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกิจกรรมตามปกติได้ด้วย ควินิดีน การลดจำนวนอัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ แต่อาจไม่สามารถหยุดอาการหัวใจเต้นผิดปกติทั้งหมด ยา ควินิดีน ทำงานโดยการยับยั้งสัญญาณการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ

ก่อนการใช้หรือขณะใช้ยาควินิดีน แพทย์อาจสั่งให้คุณใช้ยาอื่นร่วมด้วย เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulants) อย่างวาฟาริน (warfarin) ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (beta blockers) อย่างเมโทโพรลอล (metoprolol) เพื่อลดลิ่มเลือดที่อยู่ในหัวใจ และลดความเร็วของชีพจร

วิธีใช้ยาควินิดีน

รับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหาก พร้อมกับน้ำเต็มแก้ว (8 ออนซ์/240 มล.) ตามที่แพทย์กำหนด ยานี้ควรรับประทานขณะที่ท้องว่าง แต่การรับประทานพร้อมกับอาหาร จะช่วยลดอาหารท้องไส้ปั่นป่วน หลังจากรับประทานยานี้ อย่าล้มตัวลงนอนทันที ควรรออย่างน้อย 10 นาที

อย่าบดยา หรือเคี้ยวยาแบบออกฤทธิ์นาน เพราะอาจทำให้ยาออกฤทธิ์ออกมาในคราวเดียว และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง คุณไม่ควรแบ่งเม็ดยา นอกเสียจากจะมีเส้นแบ่งยา และแพทย์สั่งให้ทำ กลืนยาเต็มเม็ด หรือเม็ดยาที่แบ่งลงไป โดยไม่ต้องบดหรือเคี้ยวยา

ยานี้มีหลายยี่ห้อ และหลายรูปแบบ และไม่ได้ให้ผลแบบเดียวกันทั้งหมด อย่าเปลี่ยนชนิดของยาควินิดีนโดยที่ไม่แจ้งให้แพทย์ทราบ

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา หากคุณรับประทานยาที่ออกฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาอาการหัวใจเต้นผิดปกติ ไม่ควรรับประทานมากกว่าวันละ 4 กรัม

หลีกเลี่ยงการรับประทานเกรปฟรุต หรือดื่มน้ำเกรปฟรุตระหว่างที่กำลังใช้ยานี้ เว้นแต่แพทย์สั่ง เนื่องจากเกรปฟรุตนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงปริมาณของยาบางอย่างในกระแสเลือดได้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงการบริโภคเกลือระหว่างที่กำลังใช้ยานี้ เว้นแต่แพทย์สั่ง ปริมาณของเกลือในอาหารสามารถส่งผลกระทบต่อการดูดซึมยาควินิดีนได้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้จำง่ายควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง

การเก็บรักษายาควินิดีน

ยาควินิดีนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาควินิดีนบางยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งยาควินิดีนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาควินิดีน

ก่อนใช้ยานี้โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ยาควินิดีน แพ้ยาควินิน (quinine) หรือมีอาการแพ้อื่นๆ ยาเหล่านี้อาจมีสารปรุงแต่งยาหรือส่วนประกอบไม่สำคัญที่ทำให้เกิดการแพ้ได้ ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนเสมอ

ก่อนรับประทานยานี้ แจ้งประวัติทางการแพทย์ให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ โดยเฉพาะโรคหัวใจบางชนิด เช่น

  • สัญญาณไฟฟ้าหัวใจถูกปิดกั้นอย่างไม่สมบูรณ์ (incomplete heart block) หรือสมบูรณ์ (complete heart block) โดยไม่ได้ใช้เครื่องช่วยหัวใจ
  • การเต้นของหัวใจผิดปกติแบบตอร์ซาดเดอปวงต์ (torsades-type irregular heartbeats)
  • ภาวะพิษจากดิจอกซิน (digitalis toxicity)
  • ความดันโลหิตต่ำมาก
  • เคยมีอาการเกิดรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย อย่างภาวะเลือดออกง่าย (thrombocytopenic purpura) พร้อมกับใช้ยาควินิน
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี (myasthenia gravis)
  • โรคไต
  • โรคตับ
  • โรคเลือดบางอย่าง เช่น ภาวะขาดเอ็นไซม์จี6พีดี (G6PD deficiency)
  • โรคหอบหืด
  • การติดเชื้อบางชนิดพร้อมกับเป็นไข้

ยาควินิดีนอาจทำให้เกิดสภาวะที่ส่งผลกระทบต่อการเต้นของหัวใจ อย่างระยะคิวทียาว (QT prolongation) นานๆ ครั้ง อาการระยะคิวทียาวนี้สามารถทำใหเกิดอาการใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ และอาการอื่นๆ เช่น วิงเวียนอย่างรุนแรง หมดสติรุนแรง จนอาจถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งต้องได้รับการรักษาในทันที

ความเสี่ยงในการเกิดระยะคิวทียาวอาจเพิ่มขึ้นได้ หากคุณมีสภาวะ หรือใช้ยาที่อาจทำให้เกิดอาการนี้ได้ ก่อนใช้ยาควินิดีน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น

แจ้งให้แพทยทราบหากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจบางอย่าง เช่น หัวใจล้มเหลว หัวใจเต้นช้า ระยะคิวทียาวในการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (QT prolongation in the EKG) คนในครอบครัวเคยมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจบางอย่าง เช่น ระยะคิวทียาวในการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เสียชีวิตเฉียบพลันโดยมีสาเหตุมาจากหัวใจ (sudden cardiac death)

ระดับของโพแทสเซียมหรือแมกนีเซียมในเลือดต่ำ ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดระยะคิวทียาวได้อีกด้วย ความเสี่ยงนี้จะเพิ่มขึ้นหากคุณกำลังใช้ยาบางอย่าง เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาขับน้ำ หรือหากคุณมีสภาวะ เช่น เหงื่อออกมาก ท้องร่วง หรืออาเจียน ควรปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการใช้ยาควินิดีนอย่างปลอดภัย

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนหรือง่วงซึม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกัญชานั้นอาจทำให้อาการวิงเวียนหรือง่วงซึมรุนแรงขึ้นได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว จนกว่าคุณจะสามารถทำกิจกรรมนั้นๆ ได้อย่างปลอดภัย และควรจำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่า คุณกำลังใช้ยานี้

ผู้สูงอายุอาจจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยานี้มากกว่า โดยเฉพาะระยะคิวทียาว

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยา

ยานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนการให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาควินิดีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาควินิดีน

อาจเกิดอาการท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดท้อง หรือแสบร้อนในลำคอหรือหน้าอก เช่น อาการแสบร้อนกลางอก หากผลข้างเคียงใดๆ เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน หรือมีอาการแย่ลง ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากประเมินแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลง
  • ปวดตา ปวดกล้ามเนื้อ
  • เหงื่อออกมากหรือสั่นเทาผิดปกติ (สัญญาณของน้ำตาลในเลือดต่ำ)
  • เป็นไข้หาสาเหตุไม่ได้หรือมีสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น เจ็บคอบ่อยๆ
  • มีรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย
  • เหนื่อยล้า อย่างรุนแรง
  • ปัสสาวะสีเข้ม
  • คลื่นไส้อาเจียนบ่อย
  • ผิวหรือดวงตาเป็นสีเหลือง
  • อาการคล้ายโรคลูปัส (lupus) ได้แก่ ปวดกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ ปวดหน้าอก

รับการรักษาพยาบาลในทันที หากเกิดผลข้างเคียงรุนแรงมากดังต่อไปนี้

  • วิงเวียนอย่างรุนแรง
  • หมดสติ
  • การเปลี่ยนแปลงของการเต้นของหัวใจ

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้

  • มีผดผื่น
  • คันหรือบวม โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ
  • วิงเวียนขั้นรุนแรง
  • หายใจติดขัด

ปฏิกิริยาแบบหนึ่ง เช่น ซินโคนิซึม (cinchonism) อาจเกิดขึ้นได้ แม้ว่าจะใช้ยาแค่ครั้งเดียว โปรดติดต่อแพทย์หรือเภสัชกรในทันที หากคุณสังเกตเห็นอาการ เช่น เสียงอื้อในหู มีปัญหากับการได้ยินฉับพลัน ปวดศีรษะ มองเห็นไม่ชัด สับสน คุณอาจจำเป็นต้องปรับขนาดยา

ยารูปแบบออกฤทธิ์นานบางยี่ห้อนั้น อาจปรากฏเป็นยาเต็มเม็ดในอุจจาระ ส่วนนี้คือเปลือกของยาที่หลงเหลือจากการดูดซึมของร่างกาย และไม่มีอันตรายใดๆ

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ ได้แก่

  • ยาลดกรดในปริมาณมาก เช่น โซเดียมไบคาร์บอเนต (sodium bicarbonate) ยาอาร์บิวทามีน (arbutamine) อะริพิพราโซล (Aripiprazole) อะโทม็อกซีทีน (atomoxetine)
  • คาร์บอนิก แอนไฮเดรส อินฮิบิเตอร์ (Carbonic anhydrase inhibitor) เช่น อะเซตาโซลาไมด์ (Acetazolamide) ซิซาไพรด์ (cisapride) อีทราไวรีน (etravirine) ฟินโกลิมอด (fingolimod) ฟอสแอมพรีนาเวียร์ (fosamprenavir) โลเพอราไมด์ (Loperamide)
  • ยาปฏิชีวนะแมคโครไลด์ (macrolide antibiotics) บางชนิด เช่น อิริโทรมัยซิน (erythromycin) คลาริโทรมัยซิน (clarithromycin) เฟนิโทอิน (phenytoin) โพรพาฟีโนน (Propafenone) ควินูพริสทิน (quinupristin) ดาลโฟพริสทิน (dalfopristin)
  • ไรฟามัยซิน (rifamycins) เช่น ไรแฟมพิน (rifampin) ไรฟาบูทิน (rifabutin)

ยาอื่นอาจส่งผลกระทบต่อการกำจัดยาควินิดีนออกจากร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับการทำงานของยานี้ได้ เช่น

  • โคบิซิสแตท (cobicistat) มิฟีพริสโตน (Mifepristone)
  • ยาต้านไวรัสเอโซลบางชนิด (azole antifungals) เช่น ฟลูโคนาโซล (fluconazole) ไอทราโคนาโซล (itraconazole) คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) โพซาโคนาโซล (posaconazole) โวริโคนาโซล (voriconazole)
  • ยาต้านไวรัสพีไอบางชนิด (protease inhibitors) เช่น เนวฟินนาเวียร์ (nelfinavir) ริโทนาเวียร์ (ritonavir) ทิพรานาเวียร์ (tipranavir)

ยานี้อาจลดความเร็วในการกำจัดยาอื่นออกจากร่างกายซึ่งส่งผลกระทบกับการทำงานของยาเหล่านั้นได้ ยกตัวอย่าง เช่น

อะลิสคิเรน (Aliskiren) โคเดอีน (codeine) ไดจอกซิน (digoxin) เมโฟลควิน (mefloquine) ยาต้านซึมเศร้าไตรไซคลิก (tricyclic antidepressants) เช่นยาเดซิพรามีน (desipramine) อิมิพรามีน (imipramine)

ยาอื่นๆ จำนวนมากนอกจากยาควินิดีนนั้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตราการเต้นของหัวใจได้ เช่น

  • อาร์ติมิเตอร์ (artemether) หรือลูมีแฟนทรีน (Lumefantrine) ราโนลาซีน (Ranolazine) โทเรมิฟีน (Toremifene)
  • ยารักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ (antiarrhythmic drugs) เช่น อะมิโอดาโรน (amiodarone) ไดโซไพราไมด์ (Disopyramide) โดฟีทิไลด์ (dofetilide) โดรเนดาโรน (dronedarone) ไอบูทิไลด์ (ibutilide) โปรเคนเอไมด์ (procainamide) โซทาลอล (sotalol)
  • ยาระงับอาการทางจิต (antipsychotics) เช่น พิโมไซด์ (pimozide) ไทโอริดาซีน (Thioridazine) ไซพราซิโดน (ziprasidone)
  • ยาปฏิชีวนะควิโนโลนบางชนิด (quinolone antibiotics) เช่น เกรพพาฟลอกซาซิน (grepafloxacin) สปาร์ฟลอกซาซิน (sparfloxacin)

ยาควินิดีน คล้ายกับ ยาควินินมาก อย่าใช้ยาที่มียาควินิน ขณะที่กำลังใช้ยานี้

ยาควินิดีนอาจทำปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ และอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง

ฉะนั้น เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ และเพื่อความปลอดภัย ไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาควินิดีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาควินิดีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาควินิดีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการหัวใจเต้นผิดปกติ (Arrhythmias)

  • ยาเม็ด (ซัลเฟต [sulfate]) :100 ถึง 600 มก./ครั้ง รับประทานทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง เริ่มต้นที่ขนาด 200 มก./ครั้ง แล้วปรับขนาดยาเพื่อให้ได้ผลที่ต้องการ (ขนาดยาสูงสุด: 3 ถึง 4 กรัม)
  • ยาประเภทออกฤทธิ์นาน : 324 ถึง 648 มก. (กลูโคเนต [gluconate]) รับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง หรือ 300 ถึง 600 มก. (ซัลเฟต) รับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง
  • ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ : ยาควินิดีนกลูโคเนต 800 มก. เจือจางต่อ 50 มล. แล้วให้ในอัตราที่ไม่เกิน 1 มล./นาที

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมาลาเรีย (Malaria)

  • ขนาดยาทดสอบ : ยาเม็ดควินิดีนซัลเฟต 200 มก. หรือยาควินิดีนกลูโคเนต ฉีดเข้ากล้ามเนื้อเพื่อหาความเป็นไปได้ของปฏิกิริยาที่ไม่ทราบสาเหตุ

สูตรยาที่ 1

  • ขนาดยาเริ่มต้น : ยาควินิดีนกลูโคเนต 24 มก./กก. เจือจางต่อ 250 มล. หยอดยานานกว่า 4 ชั่วโมง
  • ขนาดยาปกติ : เริ่มภายใน 24 ชั่วโมง ยาควินิดีนกลูโคเนต 12 มก./กก. เจือจางต่อ 250 มล. หยอดยานานกว่า 4 ชั่วโมง ทุกๆ 8 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 วันหรือจนกว่าจะรักษาด้วยยาสำหรับรับประทาน

สูตรยาที่ 2

  • ขนาดยาเริ่มต้น : ยาควินิดีนกลูโคเนต 10 มก./กก. เจือจางต่อ 250 มล. นานกว่า 1 ถึง ชั่วโมง
  • ขนาดยาปกติ : ยาควินิดีนกลูโคเนต 0.02 มก./กก./นาที เป็นเวลานานถึง 72 ชั่วโมง
  • ให้ละยาควินิดีนขนาดโหลดดิ้งสำหรับผู้ป่วยที่รับยาควินินมากกว่า 40 มก./กก. ก่อนหน้านี้ 48 ชั่วโมง หรือเมโฟลควิน (mefloquine) ภายใน 12 ชั่วโมงก่อนหน้า
  • เปลี่ยนไปใช้ยาควินิดีนแบบรับประทาน เมื่อค่าความหนาแน่นของปรสิต (parasite density) นั้นน้อยกว่า 1% และผู้ป่วยสามารถใช้ยาแบบรับประทานเพื่อรักษาจนเสร็จสิ้น โดยระยะเวลาในการรักษาทั้งหมด (ยาควินิดีน/ยาควินิน) คือ 3 วันในแอฟฟริกาหรืออเมริกาใต้ 7 วันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้ร่วมกับด็อกซีไซคลิน (doxycycline) เตตราไซคลีน (tetracycline) หรือคลินดามัยซิน (clindamycin)

การปรับขนาดยาสำหรับไต

ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ (Creatinine clearance) น้อยกว่า 10 มล./นาที ให้เป็น 75% ของขนาดยาปกติ

การปรับขนาดยาสำหรับตับ

ลดขนาดยาปกติลงมา 50% และเฝ้าระวังระดับของเซรั่มอย่างใกล้ชิด

การฟอกไต

ยาควินิดีนนั้นสามารถกำจัดได้ โดยการฟอกเลือดผ่านเครื่องฟอกไตเทียมเล็กน้อย (5%-20%) แนะนำให้เสริมยาขนาด 200 มก. หลังจากการฟอกไต ยาควินิดีนไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการฟอกไตผ่านทางช่องท้อง (peritoneal dialysis)

คำแนะนำอื่นๆ

ไม่แนะนำให้ใช้ยาขนาดยามากกว่า 648 มก. (กลูโคเนต) ทุกๆ 8 ชั่วโมง หรือ 600 มก. (ซัลเฟต) ทุกๆ 6 ชั่วโมง ยกเว้นผู้ป่วยที่มีขนาดตัวที่ค่อนข้างใหญ่มาก

ขนาดยาควินิดีนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคมาลาเรีย (Malaria)

  • ขนาดยาทดสอบ : ยาเม็ดควินิดีนซัลเฟต 200 มก. หรือยาควินิดีนกลูโคเนต ฉีดเข้ากล้ามเนื้อเพื่อหาความเป็นไปได้ของปฏิกิริยาที่ไม่ทราบสาเหตุ

สูตรยาที่ 1

  • ขนาดยาเริ่มต้น : ยาควินิดีนกลูโคเนต 24 มก./กก. เจือจางต่อ 250 มล. หยอดยานานกว่า 4 ชั่วโมง
  • ขนาดยาปกติ : เริ่มภายใน 24 ชั่วโมง ยาควินิดีนกลูโคเนต 12 มก./กก. เจือจางต่อ 250 มล. หยอดยานานกว่า 4 ชั่วโมง ทุกๆ 8 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 วันหรือจนกว่าจะรักษาด้วยยาสำหรับรับประทาน

สูตรยาที่ 2

  • ขนาดยาเริ่มต้น : ยาควินิดีนกลูโคเนต 10 มก./กก. เจือจางต่อ 250 มล. นานกว่า 1 ถึง ชั่วโมง
  • ขนาดยาปกติ : ยาควินิดีนกลูโคเนต 0.02 มก./กก./นาที เป็นเวลานานถึง 72 ชั่วโมง
  • ให้ละยาควินิดีนขนาดเริ่มต้นสำหรับผู้ป่วยที่รับยาควินินมากกว่า 40 มก./กก. ก่อนหน้านี้ 48 ชั่วโมง หรือเมโฟลควิน (mefloquine) ภายใน 12 ชั่วโมงก่อนหน้า
  • เปลี่ยนไปใช้ยาควินิดีนแบบรับประทาน เมื่อค่าความหนาแน่นของปรสิต (parasite density) นั้นน้อยกว่า 1% และผู้ป่วยสามารถใช้ยาแบบรับประทานเพื่อรักษาจนเสร็จสิ้น โดยระยะเวลาในการรักษาทั้งหมด (ยาควินิดีน/ยาควินิน) คือ 3 วันในแอฟริกาหรืออเมริกาใต้ 7 วันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้ร่วมกับด็อกซีไซคลิน (doxycycline) เตตราไซคลีน (tetracycline) หรือคลินดามัยซิน (clindamycin)

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • สารละลายสำหรับฉีด
  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน
  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน แบบออกฤทธิ์นาน
  • ยาผงผสม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Review Date: พฤศจิกายน 14, 2018 | Last Modified: ตุลาคม 18, 2019

แหล่งที่มา