ดีไฮโดรเมทีน (Dehydroemetine)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ชื่อสามัญ: ดีไฮโดรเมทีน (Dehydroemetine) Brand Name(s): ชื่อทั่วไปเท่านั้น ไม่มีชื่อแบรนด์

สรรพคุณของ ดีไฮโดรเมทีน

ดีไฮโดรเมทีน (Dehydroemetine)เป็นยาที่ใช้ในการรักษาโรคในกระเพาะอาหาร โรคที่เกี่ยวกับลำไส้ โรคตับ โรคระบบที่เกิดจากบิดมีตัว และอาการอื่น ๆ ที่ทำให้ระบบทางเดินอาหารมีการขับถ่ายช้าลง

การใช้ยา

ยาดีไฮโดรเมทีนเป็นยาเม็ด เวลารับประทานให้กลืนยาทั้งเม็ด อย่าบดหรือเคี้ยว และดื่มน้ำตาม

วิธีการเก็บรักษา

ควรเก็บยาดีไฮโดรเมทีน ไว้ในอุณหภูมิห้อง โดยห่างจากแสงและความชื้นโดยตรง ไม่ควรเก็บในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง อาจมียาชนิดเดียวกันนี้ที่มียี่ห้อต่างกัน ที่ต้องการจัดเก็บแตกต่างกัน หรือสอบถามจากเภสัชกรของคุณ เพื่อความปลอดภัย ควรเก็บยาไว้ให้ห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรล้างยาดีไฮโดรเมทีน ลงบนพื้นห้องน้ำหรือเทลงในท่อระบายน้ำ และทิ้งผลิตภัณฑ์นี้เมื่อหมดอายุหรือไม่จำเป็นอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกรของคุณสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทิ้งผลิตภัณฑ์คุณอย่างปลอดภัย

ข้อระวังและคำเตือน

ก่อนใช้ยาควรแจ้งข้อมูลเหล่านี้แก่แพทย์ของคุณหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากในขณะที่คุณให้นมบุตรนั้น คุณควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
  • คุณกำลังใช้ยาอื่น ๆ เช่นยาที่คุณสามารถซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ เช่น ยาสมุนไพรและอาหารเสริม
  • คุณมีอาการแพ้ส่วนผสมของยาดีไฮโดรเมทีน หรือยาอื่น ๆที่กำลังใช้อยู่ หรือไม่ใช้งานแล้ว
  • คุณมีโรคอื่น ๆ มีความผิดปกติ ทางพยาธิสภาพตามที่แพทย์ระบุไว้

ไม่ควรใช้ยาดีไฮโดรเมทีนกับผู้ที่กำลังมีอาการของโรคหัวใจ ปัญหาเกี่ยวกับไต หรือโรคประสาทและกล้ามเนื้อ ควรได้รับการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตอย่างรอบคอบในระหว่างการรักษา และควรเลิกใช้ยานี้หลังคลอด

ความปลอดภัยในการใช้ยาในระหว่างตั้งครรภ์หรือขณะให้นมบุตร

ไม่มีข้อมูลทางการศึกษาที่เพียงพอสำหรับกำหนดความเสี่ยงในการใช้ยาดีไฮโดรเมทีน ในระหว่างตั้งครรภ์หรือขณะให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ของคุณเพื่อประเมินผลประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะใช้ยา

ผลข้างเคียง

อาจมีผลข้างเคียงบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้ยาดีไฮโดรเมทีน เช่น

อย่างไรก็ตาม อาจมีผลข้างเคียงบางอย่างที่ไม่ได้ระบุไว้ หรืออาจมีอาการของผลข้างเคียงลักษณะอื่น ๆเกิดขึ้นได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรของคุณ

และหากเกิดอาการอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ หรืออาจมีอาการของผลข้างเคียงลักษณะอื่นๆ เกิดขึ้นได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรของคุณ

ปฏิกิริยาระหว่างการใช้ยา

ยาดีไฮโดรเมทีนอาจมีปฏิกิริยากับยาอื่น ๆ ที่คุณกำลังใช้อยู่ โดยอาจเปลี่ยนแปลงประสิทธิผลของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้

เพื่อหลีกเลี่ยงการมีปฏิกิริยาดังกล่าว ควรรวบรวมรายชื่อยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ (รวมถึงยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์ยาที่ไม่ระบุชื่อยาสมุนไพร) และแจ้งแพทย์และเภสัชกรของคุณ เพื่อความปลอดภัยของคุณอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยา โดยยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาดีไฮโดรเมทีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ โดยการเปลี่ยนแปลงประสิทธิผลของยา หรือเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรงยิ่งขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับปฏิกิริยากับกับอาหารหรือแอลกอฮอล์ที่เป็นไปได้ก่อนใช้ยานี้

ปฏิกิริยาของยากับพยาธิสภาพปัจจุบัน

ยาดีไฮโดรเมทีนอาจมีปฏิกิริยากับพยาธิสภาพของคุณ ในปัจจุบัน โดยอาจทำให้อาการทรุดลง หรือทำให้ประสิทธิผลของยาเปลี่ยนแปลง  ควรรายงานให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับพยาธิสภาพปัจจุบันของคุณอยู่เสมอ

ปริมาณการใช้ยา

ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์โดยตรง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรของคุณก่อนที่จะใช้ยาดีไฮโดรเมทีน

ปริมาณยาดีไฮโดรเมทีนสำหรับผู้ใหญ่

โดยปกติขนาดยารับประทาน 1 มก. / กก. ของน้ำหนักตัว ต่อวัน ภายในระยะเวลา 6 – 10 วัน โดยปกติขนาดยา 10 – 20 มก. 3 ครั้ง ต่อวัน หรือ 1หลอด (60 มก.)

สำหรับโรคบิดมีตัว โรคบิดอะมีบา รับประทาน 10มก. 3 ครั้ง ต่อวัน เพิ่มขนาดตามความรุนแรงของโรคได้ถึง 180 มก. ต่อวัน

ปริมาณยาดีไฮโดรเมทีนสำหรับเด็ก

ไม่มีการกำหนดขนาดยาสำหรับผู้ป่วยเด็ก เนื่องจากอาจเป็นอันตราย ควรทำความเข้าใจถึงความปลอดภัยของยาก่อนใช้และโปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมอ

รูปแบบยาดีไฮโดรเมทีน

  • ยาดีไฮโดรเมทีน ชนิดเม็ด 10 มิลลิกรัม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

ในกรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรติดต่อบริการฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดในพื้นที่ของคุณ

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยา ควรรีบรับประทานทันทีที่นึกขึ้นได้ เว้นแต่เวลานั้นมีความใกล้เคียงกับเวลาในการใช้ยามื้อถัดไปของคุณ ให้ข้ามขนาดยาที่ลืมไปและใช้ขนาดยาปกติตามที่กำหนดไว้ ห้ามเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Review Date: พฤศจิกายน 1, 2019 | Last Modified: พฤศจิกายน 1, 2019

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน